
นัยของการต่างประเทศในช่วงการปฏิรูป
บทความผลัดนี้ขอพูดถึงนัยของการต่างประเทศ ซึ่งดูเหมือนจะขาดหายไปจากวาระของการปฏิรูป เท่าที่พื้นที่ที่ถูกจำกัดจะอำนวยให้ทำได้ ดังต่อไปนี้
บทความผลัดนี้ขอพูดถึงนัยของการต่างประเทศ ซึ่งดูเหมือนจะขาดหายไปจากวาระของการปฏิรูป เท่าที่พื้นที่ที่ถูกจำกัดจะอำนวยให้ทำได้ ดังต่อไปนี้
มียุทธศาสตร์การต่างประเทศ สถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทำให้ไทยเกิดระยะห่างโดยปริยายมากขึ้นกับสหรัฐและชาติพันธมิตรตะวันตก พร้อมกับที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทยก็มิได้มีความสำคัญในลำดับสูงในสายตาสหรัฐมานานแล้ว การรับรองจากมหาอำนาจตะวันตกที่ขาดหายไปหรือที่อาจลดน้อยลงได้อีกจากปัจจัยการเมืองภายในของไทย ทำให้การได้รับความสนับสนุนจากจีนผู้เป็นมหาอำนาจโลกในภูมิภาค มีคุณค่าความสำคัญมากขึ้นต่อสถานะของรัฐบาลในเวทีระหว่างประเทศ และถ้าเวลาของการปฏิรูปจะต้องเนิ่นช้าออกไป และไทยได้รับแรงกดดันจากสหรัฐและชาติตะวันตกเพิ่มขึ้น จีนก็จะยิ่งทวีความหมายต่อรัฐบาลไทยมากขึ้น
จุดอ่อนทางการเมืองของไทยจึงเป็นโอกาสเปิดช่องให้จีนมีอิทธิพลต่อนโยบายด้านต่างๆ ของไทย รวมทั้งการต่างประเทศ ได้มากกว่าที่เป็นอยู่แล้วด้วยอิทธิพลทางเศรษฐกิจ นัยและผลกระทบที่แนวโน้มข้างต้นจะมีต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ไทยกับญี่ปุ่น ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน และไทยกับจีนเอง ในบริบทที่จีนเลือกดำเนินนโยบายต่างประเทศที่พร้อมจะใช้ความแข็งกร้าวมากขึ้นในการปกป้องผลประโยชน์ของตน มากกว่าจะยอมอยู่ภายใต้กรอบกติกาแบบพหุภาคี ขณะที่ปัญหาในตะวันออกกลางจะถ่วงรั้งสหรัฐต่อไปอีกนานทั้งหมดนี้เรียกร้องการดำเนินการต่างประเทศไทยอย่างมียุทธศาสตร์นำมากกว่าช่วงเวลาใดในทศวรรษก่อนว่าไทยจะกำหนดตำแหน่งของประเทศและรักษาผลประโยชน์ของตัวเองอย่างไร ทั้งในเวทีภูมิภาคและเวทีโลก
ทบทวนยุทธศาสตร์ความมั่นคงภายในสิบปีผ่านไปความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไม่เปลี่ยนแปลง ความยืดเยื้อของปัญหาโดยตัวของมันเองก็ชวนให้ตั้งคำถามอยู่แล้วว่า เราจะยังคงใช้ปัญหาที่แก้ไม่ตกนี้ให้ความชอบธรรมแก่การเพิ่มงบประมาณและทรัพยากรเพื่อจัดการปัญหาในพื้นที่ด้วยยุทธศาสตร์เดิม ด้วยเครื่องมือและวิธีการแบบเดิมอยู่ต่อไปเช่นนี้หรือ ยุทธศาสตร์ใหญ่ที่ใช้เครื่องมือด้านความมั่นคงเป็นหลักนำมาถูกทางแล้วหรือไม่ เป้าหมายปลายทางของแต่ละฝ่ายอยู่ที่ไหน มีอะไรเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จได้บ้างใครจะยืนหยัดจ่ายราคาและความสูญเสียอีกเท่าใด
เหตุการณ์ในต่างประเทศสาธิตให้เห็นความเป็นไปได้ว่าถ้าเงื่อนไขความรุนแรงภายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงถูกเลี้ยงให้ดำรงอยู่ต่อไป โอกาสที่ขบวนการก่อการร้ายระหว่างประเทศจะแทรกซึมเข้ามาผสมหรือการที่ปัญหาจะกลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หรือยุทธวิธีเพิ่มระดับและขยายวงความรุนแรงมีโอกาสเช่นกันที่จะถูกถ่ายโอนต้นแบบจากขบวนการในที่อื่นมาใช้ในพื้นที่เพื่อบีบทางการไทย
พร้อมกันนั้น ในทางตรงข้าม ตัวอย่างจากต่างประเทศที่เลือกมองปัญหาการแสวงหาอำนาจการปกครองตนเองของชาติที่เป็นชนกลุ่มน้อยในมิติทางการเมือง มากกว่าจะมองว่าเป็นปัญหาความมั่นคง และการเลือกใช้เครื่องมือทางการเมืองที่เคารพอำนาจการตัดสินใจของประชาชน เช่นการลงประชามติ หรือใช้การปฏิรูปภาคความมั่นคง (Security Sector Reform) เป็นทางออกของปัญหา ก็สะท้อนให้เห็นว่ายังมีแนวทางการมองปัญหา และวิธีการแก้ปัญหาอีกหลายแบบ ที่น่านำมาพิจารณาเป็นทางเลือก โดยไม่ถูกรูปแบบรัฐเดี่ยวจำกัดกรอบและเพดานการคิด
สร้างระบบจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพและเปิดต่อการมีส่วนร่วมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศ มีเหตุหลายประการที่ทำให้การต่างประเทศในปัจจุบันมิได้มีแต่มิติที่ไทยต้องดำเนินการกับโลกภายนอกเท่านั้น แต่ยังมีมิติภายในที่ต้องการระบบบริหารจัดการที่ดี 1) บรรทัดฐานและข้อตกลงระหว่างประเทศเรียกร้องการรับรอง บัญญัติ เปลี่ยนแปลงแก้ไข และบังคับใช้กฎหมายภายในอย่างมีประสิทธิภาพ การดำเนินการทางกฎหมายเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคนกลุ่มต่างๆ แตกต่างกัน 2) กระบวนการและประเด็นเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศมีความเป็นการเมืองที่สร้างข้อโต้แย้งและการผลักดันระหว่างฝ่ายต่างๆ มากขึ้น ดังจะเห็นตัวอย่างจากกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 190 การเปิดเสรีการค้า และข้อพิพาทเรื่องเขตแดนปราสาทพระวิหาร 3) เครื่องมือและปัจจัยในการดำเนินนโยบายเพื่อบรรลุเป้าหมายมิได้อยู่ในการควบคุมของรัฐโดยตรงทั้งหมดอีกแล้ว แต่จำนวนมากกระจายอยู่ในมือขององค์กร หน่วยงานนอกภาครัฐ 4) กลไกจัดการภายในที่เข้มแข็งและไม่เว้นช่องโหว่สำหรับดูแลปัญหาข้ามชาติ/ต่างด้าว และ5) โครงสร้างระบบราชการส่วนกลางที่ยังคงอำนาจรวมศูนย์ แต่หน้าที่และภาระรับผิดชอบกระจายระหว่างส่วนงาน เรียกร้องกลไกการประสานงานและติดตามผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ
ขอจบบทความด้วยอาขยานของเจษฎาจารย์ ฟ.ฮีแลร์สำหรับกิจการงานของกระทรวงการต่างประเทศ : ปากเป็นนายงานไป อัชฌาสัยเป็นเสบียง สติเป็นหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง ถือไว้อย่าให้เอียง ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา ปัญญาเป็นกล้องแก้ว ส่องดูแถวแนวหินผาเจ้าจงเอาหูตา เป็นล้าต้าฟังดูลม...







