
สนช.รับหลักการกม.ช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่ง
‘อดุลย์’ แจง อุ้มเฉพาะคนไทยเท่านั้น ส่วนต่างด้าวจะช่วยตามหลักมุนษยธรรม
‘อดุลย์’ แจง อุ้มเฉพาะคนไทยเท่านั้น ส่วนต่างด้าวจะช่วยตามหลักมุนษยธรรม
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติมีมติเอกฉันท์ 143 เสียงรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ตามกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้เสนอ พร้อมกับตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาในรายละเอียดต่อไป โดยกำหนดคณะกรรมาธิการวิสามัญต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน
ทั้งนี้ หลักการและเหตุผลของร่างพ.ร.บ. คือ การวางมาตรการคุ้มครองให้คนไร้ที่พึ่งสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป โดยกำหนดนิยามให้คนไร้ที่พึ่งไว้ในร่างพ.ร.บ.ว่า เป็นบุคคลซึ่งไร้ที่อยู่และไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ และให้รวมถึงบุคคลที่อยู่ในสภาวะยากลำบากและไม่อาจพึ่งพาบุคคลอื่นได้ ตามที่คณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประกาศกำหนด และยังกำหนดความหมายของการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเอาไว้ว่า เป็นการจัดสวัสดิการสังคม การเสริมาสร้างสมรรถภาพร่างกายจิตใจ การรักษาพยาบาล การส่งเสริมการศึกษาและอาชีพ การส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างโอกาสในสังคม การพัฒนาคุณภาพชีวิต การสนับสนุนให้คนไร้ที่พึ่งมีงานทำและมีที่พักอาศัย และการป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อคนไร้ที่พึ่ง
สำหรับคณะกรรมการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ประกอบด้วย รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นรองประธาน ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งไม่เกิน 7 คนเป็นกรรมการ โดยกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องแต่งตั้งจากผู้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง การสังคมสงเคราะห์หรือการจัดสวัสดิการสังคม
ขณะเดียวกัน ต้องจัดให้มีการสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งและศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง มีหน้าที่สำรวจและติดตามสภาพปัญหาเกี่ยวกับคนไร้ที่พึ่ง จัดให้มีที่พักอาศัย อาหาร และเครื่องนุ่งห่มที่เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ และตรวจสุขภาพภายและจิต จัดฝึกอบรมและอาชีพและหาอาชีพให้แก่คนไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ต้องสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชนและภาคเอกชนอื่นๆ สถาบันศาสนา ดำเนินการในลักษณะเดียวกับสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหรือมีส่วนร่วมในการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง โดยกระทรวงพัฒนาสังคมฯอาจพิจารณาให้การสนับสนุนด้านการเงินหรือด้านอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนดได้
นายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ สมาชิกสนช. กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นเรื่องที่ดีที่จะเข้ามาช่วยเหลือคนให้มีโอกาส อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งไม่ควรทำในลักษณะของการสงเคราะห์เพียงอย่างเดียว แต่ควรจัดทำกระบวนการของการพัฒนาและการเสริมสร้างโอกาสให้กับคนไร้ที่พึ่งสามารถพึ่งพาตัวเองได้ จึงคิดว่าควรเปลี่ยนชื่อร่างพ.ร.บ.ใหม่เพื่อให้สร้างกรอบความคิดในการพัฒนามากกว่าการให้การสงเคราะห์เพียงอย่างเดียว
คุณหญิงทรงสุดา ยอดมณี สมาชิกสนช.ตั้งข้อสังเกตว่า คำว่าคนไร้ที่พึ่งตามกฎหมายดังกล่าวจะหมายความรวมถึงคนต่างด้าวด้วยหรือไม่ และการให้ความช่วยเหลือจะเป็นในลักษณะใด ขณะเดียวกัน คิดว่าในเมื่อมีกฎหมายฉบับนี้แล้วก็ควรเน้นหนักในการพัฒนาบุคคลและการสร้างอาชีพให้กับคนไร้ที่พึ่งด้วย
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้และให้ความช่วยเหลือเฉพาะคนไทยเท่านั้น ส่วนบุคคลต่างด้าวจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน และยืนยันว่าการตราร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นไปเพื่อการพัฒนาบุคคลโดยเฉพาะการสร้างอาชีพ







