posttoday
ปฏิรูปต้องประชาพิจารณ์

ปฏิรูปต้องประชาพิจารณ์

26 กันยายน 2557

โค้งสุดท้ายก่อนเผยโฉมหน้า 250 สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ภายในวันที่ 2 ต.ค.นี้

โดย...เจษฎา จี้สละ

โค้งสุดท้ายก่อนเผยโฉมหน้า 250 สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ภายในวันที่ 2 ต.ค.นี้ ข้อครหาถึงความโปร่งใสในกระบวนการสรรหาสมาชิก สปช. โดยเฉพาะการล็อกสเปก ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายตั้งคำถาม โดยเฉพาะขั้นตอนสุดท้ายที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้คัดเลือกด้วยตนเอง โดยไม่มีการเปิดเผยหลักเกณฑ์ใดในการคัดเลือก

ทั้งนี้ มีเพียงกรอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 อย่างกว้างเท่านั้น รวมถึงข้อสังเกตต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน ว่า กระบวนการปฏิรูปในครั้งนี้ ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการมากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปประเทศไทย

ถาวร เสนเนียม แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.) บอกว่า สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ เมื่อสรรหาได้สมาชิก สปช. แล้ว ต้องเปิดรับฟังเสียงจากประชาชน ควรมีประชาพิจารณ์ให้ทั่วถึง จิตใจต้องกว้างพอที่จะรับฟัง นักการเมืองที่เคยเสนออะไรไว้ สิ่งไหนเป็นประโยชน์ให้นำมาปรับใช้

“ประชาพิจารณ์ต้องทำให้ครอบคลุม ผมหวังกับการปฏิรูปครั้งนี้ 100% เพราะขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณใดเลยว่าคนที่เข้าไปร่วมปฏิรูปจะเป็นตัวขัดขวาง ผมจะไม่ติเรือทั้งโกลน ไม่วิจารณ์ด้านลบล่วงหน้า” ถาวร ระบุ

สำหรับท่าทีกลุ่ม กปปส.นั้น ถาวร บอกว่า ขณะนี้ก็ยังมีส่วนร่วมโดยการส่งบุคคลเข้าไปร่วมกระบวนการปฏิรูปจะได้รับเลือกหรือไม่ต้องติดตาม แต่หากไม่ถูกเลือกก็ต้องพิจารณาบุคคลที่ได้รับเลือกว่าเหมาะสมหรือไม่ เพื่อพิจารณาช่องทางที่จะยื่นวาระในการปฏิรูปอีกครั้ง

ขณะที่ เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เสนอให้ คสช.รับฟังความเห็นจากประชาชนโดยตรง ผ่านช่องทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ และเว็บไซต์ ฯลฯ ไม่ต้องกังวลว่าจะมีการกล่าวหาหรือสร้างความขัดแย้ง เพราะสามารถคัดสรรแต่สาระที่เป็นประโยชน์ ปรับใช้ในการปฏิรูปได้

ทั้งนี้ หากกระบวนการสรรหาสมาชิก สปช. ได้ครบ 250 แล้ว จะต้องเปิดเวทีสาธารณะ (Open Floor) รับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยตรง การปฏิรูปจึงจะดำเนินไปอย่างราบรื่น โดย คสช.ควรใช้อำนาจในการเปิดรับฟังเสียงประชาชน ให้สมาชิก สปช.รับฟังความเห็นและนำไปเสนอผ่าน สปช.

สำหรับการเข้าไปมีส่วนร่วมปฏิรูปนั้น เหวง บอกว่า กลุ่ม นปช.ก็ให้ความร่วมมือ คสช.เชิญมาก็ไปพบไปให้ข้อมูลและอยากให้การหารือไม่ใช่เพียงพิธีกรรม

“เราขอว่าอย่างน้อยให้มีช่องทางให้ติดต่อสื่อสารกับพี่น้องที่ร่วมเคลื่อนไหวกันมา รวมถึงแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางปฏิรูป เขาก็ยอมเปิดโอกาสให้เราแสดงความเห็นผ่านช่องพีชทีวี เขาติดความเคลื่อนไหวของเราอยู่ ก็ดี จะได้ทราบว่าเราคิดอย่างไร” เหวง ระบุ

ด้าน ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เห็นว่า หลักเกณฑ์หรือรูปแบบในการคัดเลือกของ คสช.ไม่สำคัญเท่ากับเป้าหมายในการปฏิรูป

“ยกตัวอย่างเช่น การเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช.ในด้านพลังงาน มีคนจากทั้งสองฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายกระทรวงพลังงาน ปตท. และฝ่ายประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางของ ปตท. ซึ่งจุดยืนนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง หาก คสช.จะรักษาความหลากหลาย โดยจะเอาจุดร่วมอย่างละเล็กละน้อยของสองฝ่ายมารวมกัน ก็ต้องยืดเยื้อไปอีก แต่ไม่ได้อะไร กลายเป็นปฏิรูปไม่จริง หรือจะเล่นแง่เอาสัดส่วนให้ดูเท่ากัน แต่สุดท้ายไปบล็อกโหวตก็ทำได้ ถึงบอกว่าสุดท้ายขึ้นอยู่กับ คสช.ว่าจะเอาทางไหน” ปานเทพ ระบุ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีองค์กรนิติบุคคลไม่แสวงหาผลกำไรเสนอชื่อบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช. และผู้แสดงเจตจำนงเข้ารับคัดเลือกเป็น สปช.ในส่วนของจังหวัดเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้เป็นตัวชี้วัดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เพราะยังมีทัศนะแตกต่างในสังคมอีกมากที่ไม่ได้เข้าร่วม สปช. ซึ่งขณะนี้เชื่อว่ากลุ่มการเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่นๆ และ พธม.กำลังเฝ้าดูทิศทางของ คสช.อยู่

“เนื้อหาที่จะผ่านการประชุมของ สปช. มีความสำคัญมากกว่ากระบวนการสรรหาสมาชิก สปช. เพราะหากข้อสรุปที่ได้จากสมาชิก สปช.เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ประเทศชาติได้ประโยชน์แท้จริง ประชาชนจะให้การสนับสนุนการปฏิรูป แต่หากวางโครงสร้างเพื่อสืบทอดอำนาจ คสช.จะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน” ปานเทพ ระบุ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท