posttoday
ล็อกสเป็ก?

ล็อกสเป็ก?

25 กันยายน 2557

สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นองค์กรหลักองค์กรหนึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ทำหน้าที่สำคัญในการปฏิรูปประเทศ ประหนึ่งเป็นสถาปนิกของชาติที่จะออกแบบประเทศในอนาคต สปช.เป็นองค์กรสำคัญไม่แพ้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงมีคนให้ความสนใจในการสรรหาและคัดเลือกสมาชิก สปช.ไม่น้อย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจในการสรรหาและคัดเลือก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะทำอะไรให้บิดเบี้ยวเฉไฉไปคงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาความน่าเชื่อถือต่อสังคม

สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นองค์กรหลักองค์กรหนึ่งในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ทำหน้าที่สำคัญในการปฏิรูปประเทศ ประหนึ่งเป็นสถาปนิกของชาติที่จะออกแบบประเทศในอนาคต สปช.เป็นองค์กรสำคัญไม่แพ้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงมีคนให้ความสนใจในการสรรหาและคัดเลือกสมาชิก สปช.ไม่น้อย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจในการสรรหาและคัดเลือก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะทำอะไรให้บิดเบี้ยวเฉไฉไปคงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาความน่าเชื่อถือต่อสังคม

สำหรับคณะกรรมการสรรหากลุ่มการเมืองที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมเป็นประธาน ผู้เขียนมีส่วนได้รับรู้บ้างจึงสามารถยืนยันได้ว่าไม่มีการฮั้วกันแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใส ต่างคนต่างมีตัวเลือกของตนและเก็บเป็นความลับเรียบร้อยแล้ว ประธานไม่เคยเข้ามาแทรกแซงหรือส่งสัญญาณว่าควรจะเลือกคนนั้น ไม่เลือกคนนี้

ไม่มีกรรมการคนไหนที่รู้จักผู้สมัครหมดทุกคน อย่างดีคงไม่เกินร้อยละ 40 ส่วนที่เหลือกรรมการต้องนั่งอ่านประวัติที่ฝ่ายเลขานุการได้จัดเตรียมไว้ให้ แล้วตัดสินใจเลือกคนที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ มีคุณสมบัติที่ “เหมาะสม” ในการไปช่วยปฏิรูปประเทศ ความจริงตัวเลือกมีมาก การคัดสรรครั้งแรกกลุ่มละ 50 คน ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไร ส่วนต่างจังหวัดก็คัดเลือกจังหวัดละ 5 คนส่งขึ้นมา แต่แรงกดดันจะไปอยู่ที่ คสช.มากกว่า

กรรมการสรรหากลุ่มการเมืองแต่ละท่านมีความคิดเสรีเป็นของตนเอง แต่ก็มีความเห็นสอดคล้องกันเป็นเอกฉันท์อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ได้คะแนนสูงในลำดับต้นๆ ผู้ได้รับการเลือกสรร 50 คนในชุดนี้นอกจากเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมและต่อคณะกรรมการแล้ว ยังมาจากหลากหลายอาชีพ นอกจากนั้นประธานยังให้กรรมการแต่ละคนช่วยเสนอด้วยว่า 15 คนแรกที่ คสช.ควรพิจารณามีใครบ้าง

สำหรับผู้ได้รับการสรรหาจากส่วนกลางนั้น คงไม่ต้องแปลกใจหากคนได้รับการสรรหาที่ได้คะแนนสูงเป็นคนที่รู้จักกันดีในวงสังคมวิชาการ และอาชีพนั้นๆ เนื่องจากบุคคลเหล่านี้ได้สร้างสมบารมี ความรู้ความสามารถประสบการณ์มาเป็นเวลานาน และเป็นที่ประจักษ์กับคนทั่วไป อีกทั้งมีประวัติไม่ด่างพร้อย เชื่อว่าสังคม “รับได้” ถ้าคณะกรรมการสรรหาและ คสช.เลือกคนเก่ง แต่โกง สังคมก็คงไม่รับ เพราะฉะนั้นการสรรหาและคัดเลือกคนต้องดูให้ลึก ต้องตรวจสอบประวัติย้อนหลังไปหลายสิบปี ผู้สมัครบางคนเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มองว่าตัวเองเก่งกว่าคนอื่น แต่คะแนนรวมแล้วอาจแพ้คนอื่นก็ได้ ในเมื่อตัวเลือกมีมากแต่จำนวนที่เลือกจำกัด คณะกรรมการก็ต้องหาคนที่เก่งและดีที่เหมาะสมเข้าไปปฏิรูปประเทศได้

หลังส่งรายชื่อ 50 คน “เรียงลำดับตามตัวอักษร” ให้ คสช. เพื่อ คสช.จะคัดเลือกครั้งสุดท้ายให้เหลือกลุ่มละ 1015 คน ประธานสรรหาด้านการเมืองก็ต้องให้คำแนะนำแก่ คสช.ด้วยว่า คนที่สมควรได้รับการคัดเลือก 15 คนแรกมีใครบ้าง เพราะ คสช.ไม่รู้จักผู้ได้รับการคัดสรร ดังนั้นประธานคณะกรรมการสรรหาด้านการเมืองต้องไป “ดีเฟนด์” กับ คสช.กลุ่มอื่นๆ ก็คงเป็นแบบนี้ ซึ่งคงไม่มีปัญหาอะไรเพราะประธานกลุ่มสรรหาส่วนใหญ่ก็เป็นสมาชิก คสช.อยู่แล้ว

หลายฝ่ายแสดงความห่วงใยว่า เมื่อส่งไปถึง คสช.แล้ว อาจมีการล็อกสเปกกันที่ตรงนั้น หรือ คสช.มีโผของตัวเองไว้แล้ว เรื่องนี้มีความเป็นไปได้น้อย เพราะประธานของแต่ละคณะต่างก็เป็นสมาชิก คสช.แทบทั้งนั้น คสช.ก็ต้องฟังเสียงและให้เกียรติประธานแต่ละกลุ่ม การที่ คสช.จะพลิกโผหรือหักดิบคงทำได้ยาก ยกเว้นว่ามี “ข้อมูลใหม่” จริงๆ

ปัญหาที่พูดกันมากเวลานี้น่าจะอยู่ที่คณะกรรมการสรรหาในต่างจังหวัดมากกว่า ซึ่งน่าจะมีส่วนจริงไม่มากก็น้อยเพราะคนที่พูด เช่น คุณสมชาย แสวงการ เป็นผู้ที่ได้รับความเชื่อถือในสังคม อย่างน้อยมี 7 จังหวัดที่ถูกตั้งคำถามว่ามีการ “ฮั้ว” กันจริงหรือไม่ มีสภาพของการ “จับไก่ขังเล้า” จริงหรือไม่ ดังนั้นคณะกรรมการจังหวัดต้องตอบคำถามของสังคมให้ได้ แต่ยังมีด่านสุดท้ายคือ คสช.ที่จะคัดให้เหลือจังหวะละ 1 คน คสช.ซึ่งต้องทำอย่างรอบคอบเพราะ คสช.ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบในการนำรายชื่อทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย

สำหรับผู้ได้รับการคัดสรรรอบแรก 50 คนจากส่วนกลางและไม่ได้รับการคัดเลือกจาก คสช.ก็ไม่ต้องตกใจ เนื่องจากท่านที่ผ่านการคัดสรรรอบแรกเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ คนดีมีความรู้ความสามารถแบบนี้ คสช.ต้องเอามาใช้ประโยชน์ โดยอาจแต่งตั้งให้เป็นคณะอนุกรรมการ หรือเป็นคณะทำงาน ให้กับ สปช. ส่วน 4 คนจากแต่ละจังหวัดที่ไม่ได้รับการคัดเลือก คสช.ก็จะมีงานให้ทำโดยให้เป็นอนุกรรมการหรือคณะทำงานช่วยเหลือในจังหวัดนั้นๆ

สปช.เป็นองค์กรปฏิรูปภาครัฐ แต่การปฏิรูปประเทศไม่ได้ผูกขาดอยู่ที่ สปช.เท่านั้น คนไทยทุกคนมีส่วนในการปฏิรูปประเทศได้เช่นกัน นอกจาก สปช.แล้ว สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง เช่น นิด้า มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ตั้งคณะทำงานปฏิรูปประเทศขึ้นแล้ว และจะส่งผลงานการศึกษาให้กับ สปช.นำไปพิจารณาประกอบ ขณะเดียวกันภาคประชาชนก็ได้จัดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศภาคประชาชนคู่ขนานไปด้วย เป็นการระดมความคิดในการปฏิรูปประเทศเพื่อทำให้บ้านเมืองดีขึ้นอย่างยั่งยืน ป้องกันนักการเมืองเข้ามาทำความเสียหายให้กับบ้านเมืองอีก หรือทำได้ยากขึ้น ดังนั้นการปฏิรูปประเทศทั่วทุกด้านไม่ใช่ผูกขาดอยู่กับ สปช.เท่านั้น คนไทยทุกคนมีส่วนในการนี้ผ่านช่องทางต่างๆ รวมทั้งการแจ้งให้ คสช.และรัฐบาลทราบทางโทรศัพท์ ไปรษณีย์ อีเมล หรือไปยื่นด้วยตนเอง

จะปฏิรูปอะไรก็ปฏิรูปไปเถิด แต่อย่าลืม “ปฏิรูปคนไทย” เพราะบ้านเมืองที่มันวุ่นวายก็เพราะคนไทยนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ