
ผู้ใหญ่บ้านเกาะเต่าโวยถูกกล่าวหาเป็นจำเลยสังคม
ผู้ใหญ่บ้านเกาะเต่าโวยตกเป็นจำเลยสังคมคดีฆ่านักท่องเที่ยว ตำรวจแจงเชญไปให้ข้อมูลไม่มีการควบคุมตัว ย้ำคดีคืบกว่า 80%
ผู้ใหญ่บ้านเกาะเต่าโวยตกเป็นจำเลยสังคมคดีฆ่านักท่องเที่ยว ตำรวจแจงเชญไปให้ข้อมูลไม่มีการควบคุมตัว ย้ำคดีคืบกว่า 80%
เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายวรพันธ์ ตู้วิเชียร อายุ 49 ปีหรือผู้ใหญ่วอ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน เจ้าของ เอซีบาร์ บริเวณหาดทรายรี ม.1 ต.เกาะเต่า ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยระบุว่า ตนและครอบครัวต้องตกเป็นจำเลยสังคมในคดีฆาตกรรม2นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวว่า เป็นผู้กว้างขวาง และเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ในย่านที่เกิดเหตุโดยมีการเสนอข่าวออกไปในทางลบ
นายวรพงษ์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ครอบครัวบอบซ้ำมาก โดยเฉพาะบุตรชายที่เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยใน กรุงเทพฯ เนื่องจากตกเป็นจำเลยสังคมไปแล้ว ทั้งที่ตนได้แสดงความบริสุทธิ์ใจเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมจะมอบเงิน 1 ล้านบาท ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 8 หากพบว่าญาติหรือพี่น้องตนเป็นคนก่อเหตุ และกำลังให้ทนายตรวจสอบข่าวที่เกิดขึ้นในแต่ละสื่อเพื่อฟ้องร้องในกรณีที่พาดพิงเครือญาติ
ด้าน พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภาค 8 กล่าวว่า การเชิญนายวรพันธ์ และนายมนตรีวัฒ ตู้วิเชียร น้องชายเจ้าของอินทัชรีสอร์ทและผู้ดูแล เอซีบาร์ เป็นเพียงการมาให้ข้อมูลไม่มีการควบคุมตัวหรือแจ้งข้อหาใคร และขณะนี้ยังไม่ได้มีการออกหมายจับผู้ใดแต่มีการตรวจสอบบุคคลต่างๆที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ รวมถึงผู้ต้องสงสัยไปจำนวนหนึ่งแล้ว ซึ่งผลการเปรียบเทียบกับวัตถุพยานที่ตำรวจมีอยู่ยังไม่ตรงกัน ขณะนี้ได้ทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง
"ในส่วนกลุ่มบุคคลต้องสงสัยบางส่วนได้เก็บวัตถุพยานส่งไปตรวจและยังรอผลอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งจะดำเนินการเช่นนี้ไปจนกว่าได้ตัวผู้กระทำผิด ส่วนด้านการข่าวชุดสืบสวนใช้ในลักษณะของการติดตามบุคคลเป้าหมายที่อยู่ใกล้พื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงวิเคราะห์ความน่าจะเป็นที่ยังคงต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมีอย่างน้อย 3 คน"พล.ต.ท.ปัญญา กล่าว
พล.ต.ท.ปัญญา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพนักงานสถานบันเทิง เอซี.บาร์ ซ้ำอีกเพื่อเก็บหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อนำไปพิสูจน์ยืนยันข้อมูลอีกครั้ง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ตำรวจทำงานที่ล่าช้ามาจากก่อนหน้านี้ได้วางกรอบการสืบสวนกว้างเกินไป แต่ขณะนี้ได้ปรับแนวทางสืบสวนให้อยู่ในวงจำกัดและมุ่งเป้าไปที่บุคคลที่อยู่ใกล้ชิดในพื้นที่เกิดเหตุมากขึ้นทำให้การรวบรวบรวมหลักฐานในขณะนี้คืบหน้าไปกว่า 80%มั่นใจว่าจะนำไปสู่การหาผู้ลงมือก่อเหตุได้
ทั้งนี้จากการสอบสวนนักท่องเที่ยวชาว สก็อตแลนด์เพื่อนของผู้เสียชีวิต มีประโยชน์ต่อคดีมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ขีดวงการสืบสวนเข้ามา แต่ก็มีบางประเด็นที่ต้องตัดออกไป เพราะไม่มีความน่าเชื่อถือจึงต้องวิเคราะห์กันอย่างละเอียดไม่ใช่ว่าจะให้น้ำหนักตามคำให้การของเพื่อนผู้เสียชีวิตทุกอย่าง
พล.ต.ท.ปัญญา กล่าวเพิ่มว่า หากประชาชนมีเบาะแสเกี่ยวกับคดีดังกล่าวแจ้งได้โดยตรงที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง ผบ.ตร.หรือนายตำรวจระดับสูงตั้งแต่กองบัญชาการตำรวจแห่งชาติลงมาจนถึงผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งตำรวจภูธร จ.สุราษฎร์ธานี ได้แจ้งช่องทางการแจ้งเบาะแสไว้แล้วที่เว็บไซต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวมถึงทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
ขณะที่ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านการปราบปราม กล่าวว่า ขณะนี้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของคนร้าย ทางเจ้าหน้าที่มีครบถ้วนแล้ว เพียงแต่ต้องหาพยานแวดล้อมมาสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด เพื่อให้สอดคล้องกับผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดของคดีได้แต่ยืนยันว่ามีความคืบหน้าไปมากแล้ว







