posttoday
ปฏิรูปประเทศด้วยค่านิยมหลัก 12 ประการ

ปฏิรูปประเทศด้วยค่านิยมหลัก 12 ประการ

24 กันยายน 2557

ผมเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มักกล่าวย้ำให้คนไทยยึด “ค่านิยมหลัก 12 ประการ” อยู่บ่อยครั้ง และเมื่อกลับไปพิจารณาค่านิยมหลักทั้ง 12 ข้อ ผมจึงเห็นว่า มีความจำเป็นและถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปลูกฝังให้คนไทยได้ปฏิบัติเสมือนหนึ่งเป็น “เป้าหมายชาติ” ซึ่งถ้าคนไทยทำได้ ปฏิบัติได้ตามค่านิยมดังกล่าว ก็ถือว่า “เป็นการปฏิรูปประเทศแล้ว”

ผมเห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มักกล่าวย้ำให้คนไทยยึด “ค่านิยมหลัก 12 ประการ” อยู่บ่อยครั้ง และเมื่อกลับไปพิจารณาค่านิยมหลักทั้ง 12 ข้อ ผมจึงเห็นว่า มีความจำเป็นและถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องปลูกฝังให้คนไทยได้ปฏิบัติเสมือนหนึ่งเป็น “เป้าหมายชาติ” ซึ่งถ้าคนไทยทำได้ ปฏิบัติได้ตามค่านิยมดังกล่าว ก็ถือว่า “เป็นการปฏิรูปประเทศแล้ว”

ผมจึงเห็นว่า “การปฏิรูปประเทศไทยต้องทำการปฏิรูปด้วยค่านิยมหลัก 12 ประการก็พอแล้ว” ซึ่งหากย้อนบทเรียนในช่วงที่ผ่านมา เรามีการปฏิรูปประเทศในช่วงเกือบสองทศวรรษ เราก็มักพบความล้มเหลวและต้องเจอกับวงจรอุบาทว์อยู่เรื่อยๆ เพราะการปฏิรูปประเทศ เรามัวแต่ออกแบบโครงสร้าง ระบบกฎหมาย เช่น ร่างรัฐธรรมนูญ จัดตั้งองค์กรตามรัฐธรรรมนูญ ปรับเปลี่ยนกฎหมาย จัดตั้งองค์กรต่างๆ และปรับกลไก กระทรวง ทบวง กรม เป็นต้น แต่ลงท้ายก็ก่อให้เกิดความล้มเหลว ทั้งนี้เพราะ “เราละเลยการปฏิรูปคนไทย” ให้คนไทยเป็นพลเมืองไทยที่คำนึงถึงเป้าหมายชาติและความเป็นพลเมืองของชาติก็คือ การยึดค่านิยมหลัก 12 ประการนั่นเอง อันถือว่าเป็นการปลูกฝังและส่งเสริมให้คนไทยมีพฤติกรรมหรือคุณลักษณะนิสัยของความเป็นพลเมืองทั้ง 12 ประการ ประกอบด้วย

(1) คนไทยต้องมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ (2) คนไทยต้องซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน (3) คนไทยต้องมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ (4) คนไทยต้องมีความใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษา เล่าเรียน ทางตรงและทางอ้อม (5) คนไทยต้องรักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม (6) คนไทยต้องมีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน (7) คนไทยต้องเข้าใจ เรียนรู้ การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง (8) คนไทยต้องมีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ (9) คนไทยต้องมีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ (10) คนไทยต้องรู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จำหน่าย และขยายกิจการ เมื่อมีความพร้อมโดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี (11) คนไทยต้องมีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความละอาย เกรงกลัวต่อบาป ตามหลักของศาสนา (12) คนไทยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง

ดังนั้น เพื่อให้มีความเข้าใจค่านิยมหลัก 12 ประการได้ง่ายขึ้น ผมจึงได้จัดหมวดหมู่ทั้ง 12 ประการดังกล่าวให้กระชับเหลือ 6 หมวดหมู่ ดังนี้ (1) หมวดว่าด้วยคนไทยต้องมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติไทยมายาวนาน เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้คนในสังคมรู้สึกเป็นหมู่พวกเดียวกัน ลดความขัดแย้ง (2) หมวดว่าด้วยคนไทยต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต การรักษาความสัตย์ และรู้จักดำรงตนโดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (3) หมวดว่าด้วยคนไทยต้องมีความเสียสละเพื่อส่วนรวม คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมของชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน (4) หมวดว่าด้วยคนไทยต้องมีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย มีสติ รู้ตัว รู้ทำ รู้ปฏิบัติพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (5) หมวดว่าด้วยคนไทยต้องมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ การให้ความเคารพผู้ใหญ่ และการรักษาวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม (6) หมวดว่าด้วยคนไทยต้องใฝ่รู้ การไม่ยอมแพ้ การละอายต่อบาป

ผมจึงยืนยันว่า การปฏิรูปประเทศต้องไม่กระทำเพียงข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปหรือทำรายงานการปฏิรูปประเทศแบบทำ Paper Work หรือจะกระทำเป็นเพียงวางแนวทางข้อเสนอเพื่อนำข้อเสนอไปใส่ไว้เพื่อทำเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ออกแบบกลไกและระบบ ซึ่งก็หนีไม่พ้นวิธีคิดในเชิงโครงสร้าง (Hardware) แต่ขาดการปฏิรูปคน พัฒนาคนของประเทศ (Software) เพื่อให้เดินไปสู่เป้าหมายของชาติร่วมกัน ซึ่งประสบการณ์ที่ผ่านมา การปฏิรูปประเทศก็กระทำกันเพียงร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอรายงานการปฏิรูปประเทศ แต่ขาดการทดลอง การนำไปปฏิบัติ การติดตามประเมินผลการปฏิบัติตามแนวทางการปฏิรูปประเทศแต่อย่างใด ตลอดจนผู้นำที่มีหน้าที่บริหารประเทศในแต่ละชุดที่ผ่านมา ก็ไม่ได้นำแนวทางการปฏิรูปประเทศมาเป็นเป้าหมายชาติแต่อย่างใด จึงทำให้กลไกส่วนราชการ หน่วยงานที่เป็นหน่วยปฏิบัติก็ไม่ได้สนใจไยดีที่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดผล

ผมจึงมีความกังวลใจว่า กรณีค่านิยมหลักทั้ง 12 ประการก็เช่นเดียวกัน ขออย่าให้กระทำเป็นเพียงคำพูดหรือประโยคที่ถูกบันทึกไว้เป็นเพียง Paper Work แต่เห็นว่าต้องให้ทุกภาคส่วนนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมหรือมีตัวอย่างต้นแบบที่ดี (Best Practice) เช่น มีตัวอย่างส่วนราชการทุกภาคส่วนที่ร่วมกันปฏิบัติให้เป็นแบบอย่าง มีชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นต้นแบบการร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามหลักค่านิยมดังกล่าว เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ผ่านมาเห็นว่าพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ยังมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากค่านิยมหลักอยู่จำนวนไม่น้อย เพราะสังคมไทยได้ปล่อยปละละเลย โดยไม่มีการวางรากฐาน เป้าหมายประเทศที่จะสร้างคนให้เป็นพลเมืองตามค่านิยมหลักที่กล่าวมาแล้ว จึงทำให้คนไทยมีปัญหาพฤติกรรมต่างๆ มากมายที่ไม่สอดคล้องกับค่านิยมหลัก เป็นต้นว่า คนไทยไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต ยังมีพฤติกรรมหาช่องทางในการทุจริตคอร์รัปชั่น คนไทยไร้ระบียบวินัย ไม่เคารพกฎหมาย คนไทยยังยึดมั่นอยู่ในประโยชน์ส่วนตน มากกว่าประโยชน์ส่วนรวมและประโยชน์ชาติ คนไทยบางส่วนยังกระทำการที่ไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งการจาบจ้วงและการหมิ่นสถาบัน

ผมจึงยืนยันว่า การปฏิรูปประเทศครั้งนี้ มีความสำคัญต่อการปัดกวาดประเทศ มีความสำคัญต่อชาติบ้านเมือง เป้าหมายชาติที่จะต้องปฏิรูปคนไทยให้มีความเป็นพลเมืองตามค่านิยมหลัก 12 ประการ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายของการพัฒนาคนของชาติที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหรืออาจจะสำคัญกว่าการปฏิรูปในระบบโครงสร้าง เพียงเพื่อให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ อันจะนำไปสู่การเลือกตั้งเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล