
การันตีอีโคคาร์เดินหน้าในไทย
แน่ไม่หวั่นทาทาถอนตัวกลางคัน
ค่ายญี่ปุ่นยังลงทุนครบทุกรายโพสต์ทูเดย์
— บีโอไอ ยันโครงการอีโคคาร์เดินหน้าต่อ แม้ทาทา มอเตอร์ส ถอนลงทุน แต่ค่ายญี่ปุ่นยังอยู่นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขา ธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า การขอยกเลิกโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ของบริษัท ทาทา มอเตอร์ส จะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการอีโคคาร์ที่มีอยู่ เพราะบริษัทของญี่ปุ่น ได้แก่ ฮอนด้า โตโยต้า ซูซูกิ มิตซูบิชิ และนิสสัน ยังคงยืนยันจะเดินหน้าการผลิตตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ต่อไป โดยหลายรายมีแนวโน้มที่จะผลิตมากกว่า 1 แสนคัน ภายใน 5 ปี มากกว่าเงื่อนไขกำหนดไว้ และจะย้ายฐานผลิตจากที่อื่นมาไทย เนื่องจากมองว่าตลาดอีโคคาร์ทั้งในและต่างประเทศมีแนวโน้มดี
สำหรับเหตุผลการขอยกเลิกโครงการของทาทา มอเตอร์ส อาจจะมีปัญหาด้านตลาดในเมืองไทย เนื่องจากการผลิตอีโคคาร์ต้องอาศัยการมีฐานการผลิต และฐานตลาดรถยนต์ในเมืองไทยอยู่แล้ว แต่ทาทา มอเตอร์ส ยังไม่มี จึงอาจมองว่าการที่จะผลิตให้ได้ 1 แสนคัน ภายใน 5 ปี เป็นไปได้ยาก จึงหันไปมองการนำเข้ารถยนต์เข้ามาขายแทน
อย่างไรก็ตาม ต้องการให้ภาครัฐให้ความสำคัญกับโครงการอีโคคาร์ และให้ส่งเสริมให้โครงการดังกล่าวดำเนินการไปได้ก่อน เนื่องจากมีค่ายรถยนต์หลายค่ายต้องการให้ปรับลดภาษีสำหรับรถยนต์ชนิดอื่นๆ เช่น รถยนต์ที่ใช้น้ำมัน อี85 เป็นต้น ซึ่งจะไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตอีโคคาร์
การที่อีโคคาร์จะได้รับส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขมากมาย เช่น ต้องผลิตให้ได้ 1 แสนคัน ภายใน 5 ปี ลงทุนในไทยไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท ปล่อยมลพิษตามมาตรฐานสากล ซึ่งอีโคคาร์ที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจะเป็นรถยนต์ที่มีคุณภาพมาก ขณะที่รถยนต์ชนิดอื่นๆ นำเข้ามาขาย ไม่มีการประกอบในเมืองไทย หากจะให้สิทธิประโยชน์เท่ากันจะไม่ยุติธรรม
สำหรับปัญหาทางการเมืองส่งผลกระทบบ้าง แต่ไม่ถึงกับทำให้เกิดการย้ายฐานลงทุน เนื่องจากตลาดของผู้ลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในไทย หากไม่เข้ามาลงทุนก็คงทำตลาดไม่ได้ เช่น อุตสาหกรรมอะไหล่และชิ้นส่วนยานยนต์ ที่ต้องผลิตป้อนบริษัทใหญ่ในไทย
ในด้านของผู้ที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนไว้แล้ว บีโอไอก็ต้องเร่งติดตามความคืบหน้า ให้เกิดการลงทุนจริง โดยจะเดินทางไปโรดโชว์ยังประเทศที่มีสำนักงานของบีโอไออยู่ ขณะนี้ยังไม่มีนักลงทุนรายใดแจ้งจะยกเลิกการลงทุน ที่ชะลอการลงทุนก็เป็นเพราะเหตุผลทางธุรกิจของบริษัท ไม่ใช่เกิดจากปัญหาทางการเมือง
นอกจานี้ บีโอไอยังได้ลงนามความร่วมมือกับอ็อกฟอร์ด บิสสิเนส กรุ๊ป เพื่อร่วมกันจัดทำรายงาน The Report : Thailand 2010 ซึ่งเป็นรายงานการวิจัยในการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีในด้านการลงทุนของไทย และเป็นข้อมูลสำคัญ เพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในเมืองไทย







