
ไนจีเรียมองไทยเป็นแบบอย่าง
แม้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ประเทศไทยจะยังเต็มไปด้วยข่าวความเคลื่อนไหวของความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งในมุมมองต่างชาติย่อมวิตกต่อประเด็นดังกล่าวไม่น้อย อย่างไรก็ดีความคิดเห็นในแง่ลบเกิดขึ้นเฉพาะในมุมมองของต่างชาติบางส่วนเท่านั้น แต่อีกหลายแห่งยังคงมองไทยในแง่ดีและถือว่าไทยเป็นแบบอย่างสำหรับการพัฒนาประเทศ
แม้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ประเทศไทยจะยังเต็มไปด้วยข่าวความเคลื่อนไหวของความวุ่นวายทางการเมือง ซึ่งในมุมมองต่างชาติย่อมวิตกต่อประเด็นดังกล่าวไม่น้อย อย่างไรก็ดีความคิดเห็นในแง่ลบเกิดขึ้นเฉพาะในมุมมองของต่างชาติบางส่วนเท่านั้น แต่อีกหลายแห่งยังคงมองไทยในแง่ดีและถือว่าไทยเป็นแบบอย่างสำหรับการพัฒนาประเทศ
หนังสือพิมพ์ เดอะ เดลี อินดิเพนเดนท์ หนังสือพิมพ์รายวันของไนจีเรีย ได้เผยแพร่บทความแสดงความเห็นของ ดร.กอดส์วิลล์ อิเฮตู อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัท ไนจีเรีย แอลเอ็นจี ผู้ผลิตก๊าซธรรมชาติยักษ์ใหญ่ของไนจีเรีย โดย ดร.อิเฮตู ได้มีโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยเมื่อปี 2008 เพื่อประชุมเรื่องก๊าซที่กรุงเทพฯ ทำให้ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยมีความคล้ายคลึงกับไนจีเรียในหลายมิติ และไนจีเรียสามารถนำมาปรับใช้เป็นแบบอย่างได้
ในประการแรก ดร.อิเฮตู ตั้งข้อสังเกตว่าประเทศไทยจริงจังกับการต่อสู้กับการทุจริตมากขึ้น ภายหลังจากการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยได้กล่าวชื่นชมว่า ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริตในไทยมีวิสัยทัศน์และมาตรการที่ชัดเจน รวมถึงการแนะนำวิธีการในเชิงปฏิบัติในการเอาชนะการทุจริต ซึ่งต่างจากผู้นำไนจีเรียที่มักกล่าวประณามความชั่วร้ายของการทุจริตเท่านั้น
นอกจากนี้ ดอกเตอร์จากไนจีเรียผู้นี้ได้เล่าถึงการไปสำรวจชนบทใกล้เมืองหัวหิน ซึ่งเต็มไปด้วยพื้นที่ประมงและเกษตรกรรมโดยเฉพาะนาข้าว ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของเมืองไทย และสิ่งที่สร้างความประทับใจให้อย่างมากก็คือ พื้นที่ชนบทของไทยไม่ขาดแคลนน้ำดื่มและไฟฟ้า รวมถึงยังประทับใจในภูมิปัญญาการสร้างตลาดน้ำและเรือนแพของคนไทยอีกด้วย อีกทั้งยังแนะให้ชาวไนจีเรียผู้อาศัยอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำไนเจอร์ ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักของไนจีเรียเรียนรู้การสร้างเรือนแพเป็นแบบอย่างอีกด้วย
“ถึงแม้จะมีทางน้ำที่สลับซับซ้อน แต่ทุกบ้านและร้านค้าก็สามารถเข้าถึงไฟฟ้าและน้ำดื่มได้ และแทบไม่เห็นบ้านโกโรโกโสเลยตลอดสองข้างทาง” ดร.อิเฮตู ระบุ
ในด้านเศรษฐกิจของเมืองไทย ดอกเตอร์จากไนจีเรียแสดงความเห็นว่า มีแนวโน้มที่เศรษฐกิจไทยแทบไม่มีส่วนสัมพันธ์กับการเมือง โดยสะท้อนได้จากดัชนีด้านศักยภาพในการแข่งขันของไทย ซึ่งจัดทำโดยที่ประชุมเศรษฐกิจโลก (เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม) ยังคงปรับตัวสูงขึ้นจากเดิม 6 ตำแหน่งไปอยู่อันดับที่ 31 ในปัจจุบัน ถึงแม้จะผ่านช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทางการเมืองมาก็ตาม
นอกจากนี้ อดีตผู้บริหารบริษัทพลังงานรายนี้ยังแสดงความสนใจในธุรกิจปาล์มน้ำมันของไทยที่ขยายตัวได้ดีอีกด้วย โดยเฉพาะในการทำไบโอดีเซล โดยระบุว่าเทคโนโลยีการทำไบโอดีเซลทำให้ความต้องการปาล์มในไทยมีสูงขึ้น นับเป็นการสนับสนุนให้บางบริษัทหันมาปลูกปาล์มด้วยตนเอง ขณะที่อีกหลายธุรกิจหันไปใช้ระบบเกษตรพันธสัญญา
ทั้งนี้ ในช่วงก่อนสงครามกลางเมือง ไนจีเรียเคยเป็นผู้ส่งออกปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของโลก ซึ่งหากไนจีเรียสามารถฟื้นฟูการส่งออกปาล์มได้อีกครั้ง ก็จะส่งผลดีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไนจีเรียด้วย







