posttoday
ดีจิทัลอีโคโนมี

ดีจิทัลอีโคโนมี

23 กันยายน 2557

อยู่ๆ มีคำถามโผล่ขึ้นในไลน์เพื่อนฝูงกลุ่มหนึ่งว่าดิจิทัลอีโคโนมีคืออะไร

อยู่ๆ มีคำถามโผล่ขึ้นในไลน์เพื่อนฝูงกลุ่มหนึ่งว่าดิจิทัลอีโคโนมีคืออะไร

เวลาผ่านไปครึ่งค่อนวันไม่มีใครออกมาวิสัชนา เสริมปัญญาให้เพื่อนๆ ว่า ดิจิทัลอีโคโนมีคืออะไร จนตกเย็นมีผู้รู้คนหนึ่งในกลุ่มบอกว่า ใครอยากรู้ให้เข้าไปเสิร์ชดูในกูเกิลแสนรู้ แล้วจะได้คำตอบ

ผมเลยเข้าไปดูตามคำแนะนำ จึงถึงบางอ้อว่า ดิจิทัลอีโคโนมีคืออะไร

ดิจิทัลอีโคโนมี คือ ระบบเศรษฐกิจที่ยืนบนฐานความรู้ อันเป็นผลผลิตจากการค้าเสรีและแบบปฏิวัติเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมา เป็นเศรษฐกิจที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและความรู้ของบุคคลสามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ กว่าระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่มุ่งลดต้นทุนเป็นสำคัญ (จากบทความดิจิทัลอีโคโนมี วาระแห่งชาติ นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 21 ส.ค. 2014)

หรือถ้าแปลไทยเป็นไทยไม่ต้องใช้ภาษาฝรั่ง คงหมายถึง เศรษฐกิจที่ประชาชนมีความรู้ สามารถนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผนวกกับระบบสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาประเทศ สามารถผลิตสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการผลิตออกมาขายในตลาดโลกได้ ถึงราคาจะแพง ผู้บริโภคก็ยินดีจะซื้อไว้ใช้ เช่น ไอโฟน ไอแพด กาแล็คซี่ ดิจิทัลทีวี การให้การศึกษาที่มีคุณภาพสูงที่คนต่างชาติยอมจ่ายเงินซื้อความรู้แขนงต่างๆ แบบไม่อั้นในมหาวิทยาลัยดังๆ ของโลก เป็นต้น

แต่การพัฒนาเศรษฐกิจให้ยกระดับเข้าสู่เศรษฐกิจแนวนี้ รัฐจะต้องพร้อมที่จะลงทุนเพื่อพัฒนาการศึกษาและการค้นคว้าวิจัยเทคโนโลยีแขนงต่างๆ และไอที รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรของประเทศให้เห็นความสำคัญของความรู้เหนือเงินตราและความร่ำรวยที่ได้มาง่ายๆ และต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเป็นสิบๆ ปีขึ้นไปจึงจะเห็นผลอย่างประเทศสิงคโปร์ เกาหลีใต้ หรือไต้หวัน ที่เริ่มต้นพัฒนาเศรษฐกิจในเวลาใกล้เคียงกับประเทศไทย แต่มุ่งเน้นการพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้แข่งขันกับประเทศที่เจริญกว่าอย่างญี่ปุ่น ในขณะที่ไทยเรามีความสุขอยู่กับการรับจ้างผลิตให้ประเทศอื่นโดยไม่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยี หรือแม้แต่เครื่องหมายการค้าของตัวเอง ระบบการศึกษาของประเทศด้อยคุณภาพลง เพราะขาดการพัฒนาอย่างมีเป้าหมายตลอด 20 กว่าปีที่ผ่านมา

ก็ดีแล้วครับ ถ้ารัฐบาลมีนโยบายที่จะมุ่งพัฒนาประเทศแนวใหม่ แต่ที่น่าคิดคือจะทำให้แนวการพัฒนานี้ต่อเนื่องต่อไปอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษหรือสิบปี เพราะประเทศนี้มักจะมีนโยบายใหม่ๆ ออกมาเรียกความสนใจจากสื่อมวลชนเป็นรายปี ในขณะที่นโยบายเก่าที่ต้องการความต่อเนื่องจะค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของสื่อมวลชนและคนในสังคมจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่หรือรัฐมนตรีใหม่ ขยับขึ้นมาทำเป็นนโยบายใหม่ในชื่อใหม่

ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือ การหาเงินงบประมาณมาลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีและการศึกษา เพราะประมาณ 80% ของเงินงบประมาณแผ่นดินแต่ละปี จัดอยู่ในประเภทรายจ่ายประจำ เช่น เงินเดือนค่าจ้างของข้าราชการและลูกจ้าง คงเหลือส่วนที่จะลงทุนในโครงการตามนโยบายใหม่ๆ เพียง 20% หรือน้อยกว่านั้น เพราะรายจ่ายประจำเพิ่มขึ้นทุกปี ทางออกที่เหลือคือ การกู้เงินมาใช้ ซึ่งในอีกหลายปีข้างหน้าก็ถูกล็อกไว้ด้วยเงินกู้เพื่อพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศเสียแล้ว 3 ล้านล้านบาท

ไม่เป็นไรครับ หวังว่ารัฐบาลคงบริหารจัดการได้ เพราะถ้าจะทำต้องรีบเร่งทำ ใส่เกียร์สูงติดเทอร์โบ มิฉะนั้นจะตามคนอื่นไม่ทัน เพราะแต่ละประเทศที่ว่ามาเขาพัฒนาก่อน 1020 ปีแล้ว และยังลงทุนพัฒนาต่อไป อะไรที่ทันสมัยวันนี้อาจล้าสมัยในอีก 1 ปีข้างหน้า ถ้าจะพัฒนาประเทศให้แข่งกับเขาได้คงต้องโด๊ปกันเต็มที่

ส่วนที่น่าจะทำได้คือ การพัฒนาระบบราชการ กฎหมาย กฎระเบียบต่างๆ ที่ขัดแย้งกันบ้าง ซ้ำซ้อนกันบ้าง ให้ลดความสลับซับซ้อนลง อย่าให้วุ่นวายเหมือนกับการจัดสรรคลื่นความถี่กิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ซึ่งส่วนนี้ถ้ารัฐบาล คสช.ไม่เร่งดำเนินการ คงใช้เวลาอีกหลายปีกว่ารัฐบาลเลือกตั้งจะแก้ไขกฎหมายผลักดันให้เข้าร่องเข้ารอยไม่วุ่นวายเหมือนทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากอดีตที่รัฐบาลหลายยุคหลายสมัยออกนโยบายใหม่ๆ ชื่อฝรั่งฟังหรูๆ มา ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ในเมื่อประเทศไทยเราปล่อยเวลาในการพัฒนาประเทศให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ผ่านไปจนล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านเป็นสิบๆ ปีแล้ว การมุ่งวางเข็มพัฒนาเศรษฐกิจไปสู่แนวนี้ เป็นแนวทางอยู่รอดทางเดียวของประเทศกระนั้นหรือ เมื่อการพัฒนาแนวนี้ต้องใช้ทั้งเงินจำนวนมากมายมหาศาล และที่สำคัญกว่าคือ เวลาที่จะต้องใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจให้เป็นเศรษฐกิจใหม่ หรือดิจิทัลอีโคโนมี เพราะการออกสตาร์ทช้ากว่าคนอื่นในการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้น เราจะตามคนอื่นทันหรือ

ที่ตั้งข้อสังเกตนี้ขึ้นมา เพราะไม่อยากให้นโยบายทำเศรษฐกิจไทยให้เป็นเศรษฐกิจดิจิทัลนั้น ดำเนินรอยตามโครงการหรูๆ หลายโครงการที่ออกตัวประชาสัมพันธ์กันใหญ่โตแล้วก็เลือนหายไป อย่างเช่น ไทยจะเป็นแอร์ไลน์ฮับของเอเชีย จะเป็นเมดิคอลฮับของโลก จะเป็นฮับของเออีซี จะเป็นทัวริสฮับของเอเชีย จะเป็นฮาลาลฮับของโลก จะเป็นแฟชั่นฮับ จะเป็นคิทเช่นออฟเดอะเวิลด์ จะเป็นซีฟู้ดฮับของอาเซียน และจะเป็นฮับอะไรต่อมิอะไรอีกหลายฮับ ซึ่งไม่ทราบว่ามาถึงวันนี้ได้เป็นหรือจะเป็นฮับอะไรแน่ๆ บ้างหรือยัง แต่ที่นึกได้แน่ๆ คือเป็นเกย์ฮับ เพราะตอนสงกรานต์เห็นเกย์จากทั่วโลกบินเข้ากรุงเทพฯ มาปล่อยอารมณ์กันเต็มที่ โดยรัฐบาลไม่ต้องประกาศว่าจะส่งเสริม

ทางเลือกที่น่าจะพิจารณาดูคือ การพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเน้นการพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นผู้นำด้านการเกษตรของโลก ทั้งด้านพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรและการพัฒนาการแปรรูปสินค้าเกษตรที่เรียกว่าเกษตรอุตสาหกรรม ให้เหมือนสวิตเซอร์แลนด์ปรับตัวพัฒนานาฬิกาไขลานของตนเองไม่ให้ถูกทำลายโดยนาฬิกาดิจิทัลซึ่งเที่ยงตรงกว่า ใช้ง่ายกว่า ราคาถูกกว่านาฬิกาไขลานของสวิสมากมาย ทั้งๆ ที่ตอนที่นาฬิกาดิจิทัลออกสู่ตลาด มีผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายของนาฬิกาไขลานอย่างรุนแรง แต่สวิตเซอร์แลนด์ก็ยังยืนหยัดในนาฬิกาที่ต้องใช้ฝีมือเข้าสู้จนประสบชัยชนะ ไม่ทำนาฬิกาดิจิทัล

พูดถึงเรื่องนี้เพราะเห็นผลไม้ไทยอย่างเงาะที่จำหน่ายในสหรัฐลูกละ 4050 บาท เปลือกดำ ผิวย่น ถ้ามีการพัฒนาให้เงาะไทยเปลือกสวยผิวสวย เงาะไทยคงส่งไปขายตีตลาดผลไม้ได้ทั่วโลก อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการพัฒนาดิจิทัลอีโคโนมีได้ไหมครับ

ส่วนภาคการผลิตนั้น หลายอุตสาหกรรมที่คนไทยหรือนักวิชาการไปตั้งชื่อว่า อุตสาหกรรมอาทิตย์ตกดิน หรือซันเซ็ทอินดัสตรี เช่น สิ่งทอนั้น อาจกลายเป็นอุตสาหกรรมดาวรุ่งอีกครั้ง เพราะผู้ประกอบการไทยมีความรู้และประสบการณ์ในการผลิตยาวนานเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อทั่วโลก นอกจากจะช่วยตัวเองโดยการเพิ่มฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านที่ค่าแรงต่ำกว่าแล้ว ความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยก็นับวันจะดีวันดีคืนขึ้น เพราะค่าจ้างแรงงานในประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างจีนและเวียดนามนั้น เพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียง หรือถ้านับผลประโยชน์อย่างอื่นที่แรงงานได้รับ อาจจะสูงกว่าการผลิตในประเทศไทย

การพัฒนาเศรษฐกิจโดยเน้นการพัฒนาภาคการผลิตและบริการของประเทศให้เข้มแข็งจริงๆ อาจทำได้ง่ายกว่า ใช้เวลาสั้นกว่า และใช้เงินงบประมาณน้อยกว่า การทำให้เศรษฐกิจของประเทศเป็นดิจิทัลอีโคโนมีตามแนวทางของประเทศที่พัฒนาแล้ว

จึงเรียนเสนอมาเพื่อให้ท่านผู้อ่านลองพิจารณาครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท