posttoday
สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินชาวกระบี่หวั่นเสน่ห์

สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินชาวกระบี่หวั่นเสน่ห์

23 กันยายน 2557

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์

หากปล่อย จ.กระบี่ ให้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน กำลังผลิต 870 เมกะวัตต์ ในพื้นที่ อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ หรือผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ ความเป็นเมืองกระบี่ที่สวยงามด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์จะต้องจบสิ้นอย่างแน่นอน อมฤต ศิริพรจุฑากุล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่หน่วยงานภาครัฐพยายามจะผลักดันสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว เพราะนอกจากจะก่อมลพิษสิ่งแวดล้อมแล้วยังจะกระทบวิถีชีวิตชาวกระบี่เป็นวงกว้าง

ชาวกระบี่ไม่เคยปฏิเสธการสร้างโรงไฟฟ้า แต่จะต้องเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานที่สะอาด ซึ่งในจำนวนนั้นก็คือ โรงไฟฟ้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าจากน้ำมันปาล์ม หรือไบโอดีเซล ไม่ใช่โรงไฟฟ้าถ่านหินที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กำลังคิดอยู่ ซึ่งนอกจาก จ.กระบี่ จะมีกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นด้วยพลังงานที่มีอยู่ในพื้นที่แล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนปาล์มขายผลผลิตปาล์มให้มีราคาที่ดีขึ้น

ที่ผ่านมาทางองค์กรภาคเอกชนจำนวน 10 องค์กร ได้ลงนามความร่วมมือกันไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งหากว่า กฟผ.ยังดื้อดึงที่จะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ จ.กระบี่ ให้ได้ ทางภาคเอกชนและภาคประชาชนก็พร้อมที่จะยกระดับการประท้วง โดยจะขึ้นป้ายให้ทั่วเมืองว่าชาวกระบี่ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน

“ชาวกระบี่ไม่ต้องการไฟฟ้าที่ใช้พลังงานถ่านหิน แต่ต้องการใช้พลังงานสะอาด หรือใช้พลังงานดีเซล หรือพลังงานก๊าซชีวมวลมากกว่า แต่ถ้ายังมีการยืนยันจะให้มีการใช้ถ่านหินเป็นพลังงานก็จะมีการขยายการต่อต้านให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เช่นจะมีการรณรงค์ต่อต้านปิดประกาศทั่วเมืองกระบี่” อมฤต แสดงจุดยืน

เช่นเดียวกับ ปิยะโชติ อินทรนิวาส สื่อมวลชนท้องถิ่น กล่าวระหว่างเป็นวิทยากรให้ความรู้กับชาวบ้านแหลมหิน ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ว่า ปัจจุบันโครงการขุดคอคอดกระได้ถูกพัฒนามาเป็นโครงการสะพานเชื่อมเศรษฐกิจอันดามันอ่าวไทย ตามแผนพัฒนาภาคใต้ หรือ เซาเทิร์นซีบอร์ด ซึ่งจะมีการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมฝั่งอันดามันกับอ่าวไทย ประกอบด้วยระบบท่อส่งน้ำมัน รถไฟทางคู่ขนส่งสินค้า และถนนมอเตอร์เวย์ ท่าเรือน้ำลึกทั้งสองฝั่ง รวมทั้งโรงไฟฟ้าและเขื่อนอีกหลายแห่งในภาคใต้

“หากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้เกิดขึ้นสำเร็จ พวกเราก็จะได้เห็นภาพการพัฒนาพื้นที่ไม่แตกต่างจากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง คือ มีโรงกลั่นน้ำมันทั้งสองฝั่ง และเกิดนิคมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทั้งสองฝั่ง มีการเตรียมพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมเหล่านี้เอาไว้แล้วทั้งที่ฝั่งอันดามัน จ.สตูล และที่ฝั่งอ่าวไทย จ.สงขลา รวมเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 2 แสนไร่” ปิยะโชติ ชี้แจงกับชาวบ้าน

นอกจากนี้ยังจะสามารถขยายได้อีก สาเหตุที่นิคมอุตสาหกรรมขยายตัวลงมาทางภาคใต้ เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก ส่วนใหญ่ถูกพัฒนาจนเต็มพื้นที่ไม่สามารถขยายได้อีกต่อไป ทั้งนี้กรณีที่จะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใน จ.สงขลา จำนวน 2 แห่ง รวมกำลังการผลิต 2,000 เมกะวัตต์ และการฟื้นโรงไฟฟ้าถ่านหินลิกไนต์ใน จ.กระบี่ ด้วยการนำเข้าถ่านหินจากต่างประเทศ เกิดขึ้นเพื่อที่จะรองรับแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว แต่ที่ผ่านมาประชาชนและชาวบ้านถูกทำให้รับรู้แบบแยกส่วน ทั้งๆ ที่โครงการเหล่านี้ไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดไหนพื้นที่ไหน แต่ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ฉบับเดียวกัน และทิศทางการพัฒนาจะเป็นไปตามแผนนั้นทุกประการ เพียงแต่ภาครัฐไม่มีการแจ้งให้ชาวบ้านรับรู้ว่าได้วางแผนให้พื้นที่ภาคใต้มีทิศทางการพัฒนาเป็นแบบเดียวกับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ในขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากรับทราบข้อมูลทำให้ชาวบ้านเกิดความตื่นตัวและกังวลต่อความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เนื่องจากส่วนใหญ่พึ่งพากับการทำมาหากินในทะเล ทั้งการประมงและการท่องเที่ยว โดยมองว่าวิถีชีวิตที่เป็นอยู่นี้นับว่าดีอยู่แล้ว จากนี้จะมีการเปิดเวทีเรียนรู้ในลักษณะนี้เพิ่มเติมอีกประมาณ 5 เวที เพื่อกระจายความรู้ไปสู่ชาวบ้านในหมู่บ้านอื่นให้มีความรู้เท่าเทียมก่อนการเคลื่อนไหวร่วมกัน

ภายใต้แนวคิดว่าควรพัฒนาภาคใต้ไปในทิศทางการเกษตร การท่องเที่ยว และการประมงเพื่อความยั่งยืนของการดำรงชีวิต หากกระบี่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินความเป็นเมืองกระบี่ต้องสิ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท