
พบเบาะแส2ผู้ต้องสงสัยฆ่าฝรั่งรางวัลนำจับพุ่ง7แสน
ตำรวจพบเบาะแสผู้ต้องสงสัย 2 คนฆ่าฝรั่งที่เกาะเต่า เร่งตรวจดีเอ็นเอเชื่อมโยงหลักฐาน ด้านรางวัลนำจับพุ่งกว่า 7 แสนแล้ว
ตำรวจพบเบาะแสผู้ต้องสงสัย 2 คนฆ่าฝรั่งที่เกาะเต่า เร่งตรวจดีเอ็นเอเชื่อมโยงหลักฐาน ด้านรางวัลนำจับพุ่งกว่า 7 แสนแล้ว
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ความคืบหน้าในการติดตามคนร้ายฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ริมชายหาด ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงลงพื้นที่เพื่อสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง โดย เมื่อเวลา 17.30 น.พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งจากเบาะแสชาวบ้าน อ.เกาะสมุย ว่า พบชายวัยรุ่นลักษณะคล้ายเมายาเสพติด หลบซ่อนอยู่บนบริเวณที่ตั้งเจดีย์พระธาตุเขาหัวจุก ฝั่งตรงข้ามพรุเฉวง หมู่ 2 ต.บ่อผุด จึงสั่งให้ พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย ผกก.สภ.บ่อผุด ไปตรวจสอบ
ทั้งนี้เบื้องต้นพบว่าชายคนดังกล่าวทำงานเป็นพนักงานเรือสปีดโบ้ทระหว่างเกาะสมุย –เกาะพะงัน-เกาะเต่า ซึ่งอยู่ในข่ายกลุ่มผู้ต้องสงสัย จึงนำไปตรวจสอบหาสารเสพติดและเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอทำประวัติไว้
พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา สบ.10 เปิดเผยความคืบหน้า ว่า ได้ส่งตัวอย่างดีเอ็นเอ ที่ทีมเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานรวบรวมได้ จำนวน 30 ตัวอย่างไปตรวจสอบที่นิติเวชกลาง สถาบันนิติเวช สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งต้องรอผลออกมาเพื่อนำไปรวมกับพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ทีมสืบสวนรวบรวมไว้เพื่อดูความเชื่อมโยงลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายจะทำให้การสอบสวนแคบลง
ทั้งนี้ ดีเอ็นเอที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ เป็นของพนักงานโรงแรมและร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และแรงงานต่างชาติ โดยพุ่งเป้าไปรอยเท้าที่พบอยู่ใกล้กับก้นบุหรี่บริเวณขอนไม้แนวต้นสนริมชายหาด เนื่องจากผลการตรวจดีเอ็นจากก้นบุหรี่ตรงกับดีเอ็นของคราบอสุจิที่พบในตัวผู้เสียชีวิต
ส่วนที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 8 ส่วนหน้าเกาะเต่า ที่ห้องโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอาวค์ ผบก.ภว.จว.สุราษฎร์ธานี และพ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน ได้ประชุมทีมสืบสวนทั้งหมดโดยมีรายงานว่า คดีคืบหน้าได้มากโดยได้มีการตัดประเด็นที่ไม่เกี่ยวข้องออก เนื่องจากได้ทราบเบาะแสผู้ต้องสงสัยแล้ว 2 คน เป็นคนไทย 1 คนและแรงงานชาวพม่า 1 คน โดยจะนำมาเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานที่ชุดคลี่คลายมีอยู่
พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอาวค์ ผบก.ภว.จว.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากการสืบสวนเบาะแสล่าสุด พบชายต้องสัยในภาพวงจรปิดแล้ว โดยมีความเกี่ยวพันเป็นหัวหน้าของผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจประกบตัวอยู่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ภาพวงจรปิดโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่าเวลาที่ชายคนดังกล่าวปรากฏในภาพเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนักท่องเที่ยวทั้ง 2 รายถูกทำรายร่างกายแล้ว ส่วนสาเหตุที่นุ่งเพียงกางเกงตัวเดียวและไม่สวมรองเท้า เนื่องจากได้ถูกปลุกขึ้นมารีบวิ่งไปดูที่เกิดเหตุ ซึ่งได้เชิญมาสอบปากคำอยู่แต่ไม่เป็นที่เปิดเผยทราบแต่เพียงเป็นคนไทยทำงานสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง
“ขอให้มั่นใจการทำงานของตำรวจโดยตอนนี้ได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่จากทุกฝ่ายโดยเฉพาะชาวบ้านและผู้ประกอบการเกาะเต่า ได้มีการแจ้งเบาะแสตลอดเวลา ซึ่งชุดคลี่คลายคดีได้นำทุกประเด็นมาวิเคราะห์อย่างละเอียด นำไปเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานที่มีอยู่ ส่วนตัวอย่างเนื้อเยื่อที่เก็บจากกลุ่มบุคคลในบริเวณใกล้ที่เกิดเหตุจำนวน 30 ตัวอย่าง รอผลแจ้งกลับมาที่ศูนย์ส่วนหน้าเกาะเต่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจณ์หลักฐาน 8 วิเคราะห์เปรียบเทียบต่อไป ” พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ กล่าว
ขณะเดียวกันกำลังตำรวจน้ำกว่า 50 นาย ได้ใช้เรือเร็วกระจายกำลังพลออกตรวจเช็กเรือประมงตรวจสอบประวัติแรงงานต่างด้าวที่เป็นลูกเรือประมงขณะที่ทำการประมงอยู่ในบริเวณใกล้เกาะเต่าและที่จอดหลบลมพายุ รวมทั้งตรวจเช็กเรือท่องเที่ยวทุกลำ เพื่อหาผู้ต้องสงสัย
ส่วนบรรยากาศที่ท่าเทียบเรือเกาะเต่า สภาพการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศยังไปเป็นตามปกติ แต่จำนวนลดลงเล็กน้อย เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น
ด้าน เจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋วเรือ บริษัท ลมพระยา จำกัด กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติของหน้าโลว์ซีซั่นที่มีนักท่องเที่ยวไม่แน่นอน โดยส่วนใหญ่เดินทางกลับตามกำหนดที่จองไว้จำนวนนักท่องเที่ยวเฉพาะชาวต่างประเทศเดินทางมาเกาะเต่าลดลงจากเดิมเฉลี่ยเที่ยวละ 70 – 90 คน ลดลงเหลือ 40 – 60 คน ซึ่งเหตุฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษมีผลกระทบต่อความมั่นใจนักท่องเที่ยวไม่มากนักมีเพียงนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบางส่วนที่ยกเลิกการเดินทางแต่นักท่องเที่ยวชาติอื่นๆยังเดินทางตามกำหนด
แม่ค้าบริเวณท่าเรือเกาะเต่า กล่าวว่า เห็นบรรยากาศนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางกลับทำให้รู้สึกไม่สบายใจและร้านจำหน่ายอาหารหลายร้านได้หยุดให้บริการจากเดิมมีอยู่ประมาณ 30 ราย ลดลงเหลือไม่ถึง 15 รายซึ่งหวังว่าตำรวจจะจับคนร้ายได้สถานการณ์จะคลีคลายและการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ผู้บริหารสายการบินโอเรียนท์ไทย ได้มอบเงินจำนวน 500,000 บาท ผ่านนายเสนีย์ ภูวเศรษฐถาวร นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย อ.เกาะสมุย เพื่อสมทบเป็นรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแสคนร้ายจนนำไปสู่การจับกุม โดยเงินรางวัลนำจับมียอดแล้ว 713,000 บาท







