
อภิชาตบุตรเจมส์
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
โดย...อ.ตุ้ย วรธรรม
ท่านผู้อ่านคงได้ติดตามข่าวน้องเจมส์ ด.ช.ธีรพัฒน์ วงษ์บุญมี อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 โรงเรียนวัดหนองก่อไผ่ หมู่ที่ 6 ต.วังสำโรง อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร นะครับ
ผมเองไม่คิดครับว่า เด็กตัวแค่นี้จะมีอุตสาหะกระวีกระวาดในการปรนนิบัติอุปัฏฐากพ่อแม่และเลี้ยงดูน้องของเขาอย่างแรงกล้าขนาดนี้
บ่อยครั้งที่เขาขาดเรียน และบ่อยครั้งที่เขาแอบออกจากโรงเรียนในช่วงพักกลางวันปั่นจักรยานกลับบ้านไปป้อนข้าวป้อนน้ำสองบุพการีที่ป่วยหนักและเลี้ยงน้องวัย 1 ขวบ 7 เดือน
บอกตามตรง รู้สึกอินและซาบซึ้งไปกับการกระทำของน้องเจมส์ครับ แต่ในความรู้สึกหนึ่งก็ปนสงสารครอบครัวของหนูน้อยคนนี้สุดใจ
น้องชายเขาเพิ่งอายุ 1 ขวบกว่าๆ ช่วยตัวเองยังไม่ได้ ส่วนพ่อแม่ป่วยทั้งคู่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้เช่นกัน เพราะป่วยหนักต้องนอนอยู่แต่ในบ้าน ลุกไปไหนมาไหนไม่ได้
งานทุกอย่างในบ้านจึงเป็นภาระและหน้าที่อันหนักอึ้งของน้องเจมส์ แต่ช่างดูงดงามหากพูดถึงความรับผิดชอบที่เกินเด็กในวัยแค่นี้จะทำได้ และทำได้ไม่มีที่ติ
ไม่ว่าจะเป็นการดูแลพ่อแม่ด้วยการหุงหาอาหาร ทำกับข้าวเอง ป้อนข้าวป้อนน้ำ เช็ดเนื้อเช็ดตัว เรียกว่าปรนนิบัติสองบุพการีเท่าที่จะทำได้
บางวันไม่มีข้าวกินก็ไปอาศัยข้าวจากครูบ้าง ขอเพื่อนบ้านบ้าง เพื่อมาประทังชีวิตทั้งสามรวมถึงตัวเขาในแต่ละวันด้วยความเป็นไปที่แร้นแค้น
สำหรับน้องชายเขา น้องเจมส์รู้สึกห่วงมาก เพราะเวลาที่เขาไม่อยู่บ้านหรือไปโรงเรียน กลัวว่าน้องจะซุกซนเดินออกไปนอกบ้านอาจเกิดอันตรายกับน้อง
เห็นสิ่งที่น้องเจมส์ทำ (ปรนนิบัติพ่อแม่และเลี้ยงน้อง) แล้วทึ่งครับ เขาเป็นเด็กที่อายุยังน้อย แต่มีความกตัญญูกตเวทีและมีความรับผิดชอบสูงมากชนิดที่ว่าผู้ใหญ่บางคนหรือหลายคนทำไม่ได้อย่างเขา
นี่คือแบบอย่างของคนดีและเด็กดี คือดีด้วยเพราะมีกตัญญูกตเวทิตาอยู่ในหัวใจ
การกระทำของ ด.ช.เจมส์ ถือเป็นเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่าเขานั้นทั้งรู้บุญคุณของพ่อแม่ที่ให้เขาเกิดมา และทั้งรู้จักการตอบแทนพระคุณ
บางทีด้วยวัยของเขาอาจจะไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นการตอบแทนพระคุณพ่อแม่หากว่าในทางธรรม แต่เขารู้เสมอว่าเป็นสิ่งที่เขาต้องทำ ไม่ทำไม่ได้
เพราะถ้าเขาไม่ทำ พ่อแม่อาจจะต้องตายเนื่องจากไม่มีคนป้อนข้าวป้อนน้ำ ไม่มีคนหุงหาอาหาร ส่วนน้องก็เช่นกัน ถ้าเขาไม่ดูแลแล้วใครจะดูแล ลำพังพ่อแม่ก็ช่วยตัวเองแทบไม่ได้
ความกตัญญูรู้คุณคนสำคัญมาก และจะดีสมบูรณ์แบบมากถ้ามี “กตเวที” คือรู้ที่จะหาทาง หาโอกาส หาวิธีที่จะทำตอบแทนให้ได้
คนที่รู้จักบุญคุณคนอื่นแล้วตามระลึกนึกถึงด้วยความซาบซึ้งไม่เคยลืมนั่นแหละคนกตัญญู! และคนกตัญญูนั้นถึงแม้จะนัยน์ตาบอดทั้งสองข้าง แต่ใจของเขาใสสว่างยิ่งกว่าคนตาดีแต่ใจบอด (อกตัญญู)
แล้วใครล่ะที่มีคุณต่อเราที่จะต้องสำนึกในคุณเสมอ ซึ่งคงไม่ใช่แค่บุคคล เช่น พ่อแม่ ครูอาจารย์ เป็นต้นเท่านั้น อาจเป็นสถานที่ เช่น โรงเรียน วัด หรือที่ไหนๆ ที่ตนรู้สึกว่ามีชีวิตที่สำเร็จได้เพราะที่นั้นๆ ให้
หรืออาจจะเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีคุณต่อเรา เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย ใช้งานเขาก็ต้องด้วยจิตกรุณา ไม่ทำร้ายหรือใช้งานหนักจนเกินไป ขณะเดียวกันก็ต้องเลี้ยงดูเขาให้ดี อย่าให้อดอยาก
อาจเป็นสิ่งของ เช่น ไม้คานใช้หาบของขาย เมื่อตั้งตัวได้ร่ำรวยขึ้นก็ไม่ทิ้ง ยังคิดถึงคุณไม้คานอยู่ ที่ช่วยเหลือสร้างฐานะมาจึงเก็บไว้เป็นที่ระลึก...แบบว่ามีวันนี้เพราะไม้คานให้
สำหรับน้องเจมส์แล้วผมถือว่าเขาเป็น “อภิชาตบุตร” เลยล่ะ ซึ่งเด็กดีแต่ยากจนคนนี้ควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการส่งเสริมให้ได้รับโอกาสที่ดี เพื่อจะได้พัฒนาตนเองเป็นคนดีของครอบครัวและสังคมต่อไป







