posttoday
ต้องเอาจริง

ต้องเอาจริง

21 กันยายน 2557

ปัญหานักเรียนประพฤติตนเป็นนักเลงจับอาวุธตีกันมีขึ้นมานานกว่าหลายทศวรรษ

ปัญหานักเรียนประพฤติตนเป็นนักเลงจับอาวุธตีกันมีขึ้นมานานกว่าหลายทศวรรษ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง ปล่อยให้เกิดค่านิยมรักสถาบันที่ผิดๆ มาเติมเชื้อไฟ ขยายความขัดแย้งหนักหน่วง ซึ่งนี่ไม่เพียงแค่ปัญหาของระบบการศึกษาไทย แต่กลายเป็นวิกฤตสังคมที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันหาทางแก้อย่างเร่งด่วน

สถิติจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า นักเรียนนักเลงตีกัน ทั้งอาชีวะ และเหล่าขาสั้น มีมากในช่วงระหว่างเดือน ก.ค. คิดเป็นจำนวน 20 ครั้ง/วัน ขณะที่เดือน ส.ค.มีเพิ่มขึ้นถึง 30 ครั้ง/วัน โดยจะเริ่มก่อเหตุหลังจากเปิดเทอมไปได้สักระยะ

สำหรับรอบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2556 ถึงเดือน ก.ย. 2557 กองบัญชาการตำรวจนครบาล พบว่า เกิดเหตุนักเรียนนักเลงก่อเหตุทำร้ายกันในพื้นที่รับผิดชอบคือกรุงเทพฯ ถึง 16 คดี แม้จะน้อยลงกว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ความรุนแรงเพิ่มขึ้นสูง นั่นคือการทำร้ายให้ถึงแก่ชีวิต โดยในจำนวนนี้มีอาวุธที่ใช้มากสุดคือมีด รองลงมาคือปืน ที่น่าสนใจช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สถาบันคู่อริได้ก่อเหตุหนักหน่วง เกิดการล้างแค้น ไล่ยิงกัน จนเสียชีวิต

เป็นเรื่องดีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ ถึงขั้นประกาศถ้าสถานศึกษาไหนปล่อยให้นักศึกษาตีกันอีกก็ให้ปิดสถานศึกษานั้น ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการออกมาตรการว่า นักศึกษาของโรงเรียนใดก่อเหตุ จะถูกปิดการเรียนการสอน 37 วัน ขณะเดียวกันถ้าโรงเรียนใดเป็นฝ่ายก่อเหตุครบ 3 ครั้ง/ปี จะให้งดรับนักศึกษาในปีการศึกษาถัดไป

ช่วงที่ผ่านมา มีข้อเสนอมากมายเพื่อแก้ปัญหานักเรียนนักเลง ไล่ตั้งแต่อบรมในค่ายทหาร การละลายพฤติกรรมของนักเรียนในสถาบันที่มีประวัติตีกันบ่อยให้มาทำกิจกรรมร่วมกัน แก้กฎหมายเพิ่มโทษ จัดเครื่องแบบเหมือนกันทุกสถาบัน ปิดโรงเรียนชั่วคราวที่นักเรียนมีเรื่อง ทว่าแนวทางเหล่านี้เคยใช้มาแล้ว แต่สุดท้ายก็กลับมาตีกันเหมือนเดิม

ความจริงผู้บริหารสถานศึกษาต้องเคร่งครัดนักเรียน นักศึกษาของตัวเองในสังกัดทุกกระเบียดนิ้ว เพราะถือว่าใกล้ชิดที่สุด ต้องไม่ปล่อยให้พกอาวุธเข้ามาเรียน เหมือนอย่างล่าสุดที่ทหารและตำรวจบุกค้นช่างกลปทุมวัน และอุเทนถวาย พบอาวุธหลายรายการ สะท้อนถึงความละเลย ไม่เอาใจใส่ ทางออกของปัญหาเหล่านี้จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องระดมสมองกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ นำรุ่นพี่ที่มีอิทธิพลทางความคิดปลูกฝังทัศนคติใหม่เลิกแก้แค้นต่อกัน หากรัฐบาลนี้ ซึ่งมีอำนาจเด็ดขาดและมีเอกภาพในการทำงานยังไม่สามารถแก้ได้ ก็ไม่รู้จะหวังพึ่งรัฐบาลชุดใด เพราะรัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมาต่างไม่เห็นความสำคัญ หากไม่เช่นนั้นแล้วในอนาคตเราคงเห็นการวิวาทระหว่างสถาบันที่รุนแรงขึ้น บางทีอาจถึงขั้นกราดเอ็ม 16 ใส่กันก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท