
คมนาคมบี้รัฐวิสาหกิจเบิกงบ
คมนาคมไล่บี้รัฐวิสาหกิจ เร่งเบิกจ่ายงบ หลังพบเม็ดเงินค้างท่อกว่า 1.7 แสนล้านบาท
คมนาคมไล่บี้รัฐวิสาหกิจ เร่งเบิกจ่ายงบ หลังพบเม็ดเงินค้างท่อกว่า 1.7 แสนล้านบาท
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเร่งรัดติดตามนโยบายและการเบิกจ่ายงบประมาณของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัด ทั้งหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณและไม่ได้รับงบ ว่า ในปีงบประมาณ 2557 รัฐวิสาหกิจในสังกัด 10 แห่ง ได้รับงบประมาณ 434,714 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายงบในสิ้นเดือน ส.ค.แค่ 261,202 ล้านบาท หรือแค่ 60.09% ยังเหลืองบประมาณที่รอการเบิกจ่ายอีก 173,512 ล้านบาท
ทั้งนี้ งบลงทุนนั้น ในปีงบประมาณ 2557 มีวงเงิน 134,995 ล้านบาท ปรากฏว่ามีการเบิกจ่ายจริง 52,435 ล้านบาท คิดเป็น 38.84% คงเหลือการเบิกจ่ายอีก 82,560 ล้านบาท คิดเป็น 61.16% จึงได้กำชับให้เบิกจ่ายเร็วขึ้น
ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากการสอบผู้บริหารรัฐวิสาหกิจพบว่าสาเหตุที่เบิกจ่ายงบลงทุนได้น้อย เนื่องจากบางหน่วยงานติดขัดเรื่องการประกวดราคา การยื่นอุทธรณ์เรื่องการเวนคืนที่ดิน และบางโครงการของหน่วยงานอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เพื่อความโปร่งใส
อย่างไรก็ตาม คาดว่าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงคมนาคมจะสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้หมดไม่เกินไตรมาสแรกของงบประมาณปปี 2558
สำหรับรัฐวิสาหกิจที่เบิกจ่ายงบลงทุนได้น้อยที่สุดคือ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย ที่คาดว่าจะเบิกจ่ายได้เพียง 42% ของวงเงินลงทุนรวม 2,894 ล้านบาท เนื่องจากติดขัดในการเปิดประกวดราคาหาผู้รับเหมา เพราะมีเอกชนเสนอราคาเพียงรายเดียว จึงต้องปรับการจัดจ้างใหม่ ส่วนหน่วยงานที่สามารถเบิกจ่ายได้สูงสุดคือ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่เบิกจ่ายได้ 9294% ของวงเงินลงทุน 4,000 ล้านบาท การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เบิกจ่ายได้ 90% ของวงเงินลงทุน 21,446 ล้านบาท
ขณะที่บริษัท การบินไทย คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ในเดือน ก.ย.นี้ 77% จากวงเงินลงทุนทั้งสิ้น 15,674 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทชะลอการรับเครื่องบินออกไป ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทยคาดว่าจะเบิกจ่ายได้ 70% จากเงินลงทุนรวม 50,425 ล้านบาท เพราะได้ชะลอการประกวดราคาโครงการฉะเชิงเทราคลองสิบเก้า ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของ คตร. การแก้ไขร่างทีโออาร์จัดซื้อหัวรถจักรดีเซล 50 คัน การปรับเปลี่ยนการซ่อมบำรุงหัวรถจักร 56 คัน มาเป็นการจัดซื้อหัวรถจักรใหม่ 36 คัน รอให้อัยการสูงสุดตรวจร่างทีโออาร์จัดซื้อขบวนรถโดยสาร 115 คัน และการจัดซื้อแคร่ 308 คัน







