
ผู้ผลิตทีวีย้ายหนีไทยหลังต้นทุนเริ่มสูงขึ้น
โพสต์ทูเดย์
— ผู้ผลิตโทรทัศน์เพื่อส่งออกรายใหญ่ ย้ายฐานผลิตหนีไทยไปประเทศเพื่อนบ้าน หลังต้นทุนผลิตในไทยเริ่มสูงนายจารึก เฮงรัศมี ผู้อำนวยการสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ผลิตโทรทัศน์เพื่อการส่งออกรายใหญ่ที่ตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย เริ่มย้ายฐานการผลิตไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เพื่อไปอยู่ใกล้ฐานการผลิตชิ้นส่วนและเทคโนโลยี เนื่องจากไทยยังต้องนำเข้าชิ้นส่วนประกอบบางชนิด เช่น หลอด ซีอาร์จี หรือหลอดทีวี เป็นต้น ส่งผลให้ในระยะหลังสินค้าเริ่มแข่งขันได้ยากขึ้น เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น
ทั้งนี้ การลงทุนในไทยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนที่ไม่ใช้เทคโนโลยี เน้นการนำเข้ามาเพื่อประกอบมากกว่า ทำให้ผู้ผลิตตัดสินใจโยกย้ายออกไปจากเมืองไทย เพื่อหาแหล่งที่ใกล้ชิดกับวัตถุดิบ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่เป็นฐานการผลิตวัตถุดิบและเทคโนโลยีขนาดใหญ่สำหรับอุตสาหกรรมดังกล่าว
“
ไทยต้องเริ่มปรับกระบวนการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันกับที่อื่นๆ เพราะหากปรับไม่ทัน ในอนาคตจะแข่งขันได้ยากและส่งผลให้รายได้ลดลง” นายจารึก กล่าวอย่างไรก็ตาม ประเทศไทยต้องได้รับการสนับสนุนการลงทุนในเทคโนโลยีระดับสูงให้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ก็พยายามที่จะชักจูงการลงทุนกิจการที่มีการใช้เทคโนโลยีระดับสูงอยู่แล้ว จึงหวังว่าจะมีการลงทุนในด้านเทคโนโลยีมากขึ้น
รายงานข่าวจากสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ระบุว่า ภาพรวมของมูลค่าส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่า 1.58 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแยกเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามีมูลค่าส่งออกรวม 5,781 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 32% โดยเครื่องปรับอากาศสำหรับที่พักอาศัย/โรงงาน มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 990 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 29%
ขณะที่เครื่องอิเล็กทรอนิกส์มีมูลค่าส่งออกรวม 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 44% โดยส่งออกส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์มีมูลค่าสูงสุดถึง 6,010 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 43%
สำหรับเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้า คิดเป็นมูลค่า 1,359 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งการส่งออกเครื่องปรับอากาศก็ยังครองอันดับ 1 ของเครื่องใช้ไฟฟ้า คิดเป็นมูลค่า 235 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% จากปีที่แล้ว ส่วนการส่งออกเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นมูลค่า 2,043 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% จากปีที่แล้ว ซึ่งส่วนประกอบของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าส่งออกสูงสุดถึง 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8% จากปีที่
ด้านตลาดส่งออกในเดือนเมษายนของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญคือ อาเซียน มีมูลค่าส่งออก 254 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้ายอดนิยมที่ส่งออกไปอาเซียน คือ เครื่องปรับอากาศ คิดเป็นมูลค่า 52 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนตลาดส่งออกที่สำคัญของเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ คือ จีน คิดเป็นมูลค่า 433 ล้านเหรียญสหรัฐ







