posttoday
เศรษฐกิจไทยยังสุ่มเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง-ส่งออกฟุบ

เศรษฐกิจไทยยังสุ่มเสี่ยงเงินเฟ้อพุ่ง-ส่งออกฟุบ

03 มิถุนายน 2553

ภาวะเศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจต่อไป แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายระดับหนึ่ง

โดยมีโหรทางเศรษฐกิจอย่างน้อย 2 แห่ง ออกมาประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะต้องเผชิญปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และปัญหาวิกฤตหนี้กรีซลุกลามสู่ยุโรปที่เป็นตลาดส่งออกของไทย

ขณะที่ผลพวงการจลาจลอาจทำให้จีดีพีไตรมาส 2 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมาอาจถดถอยติดลบถึง 5%

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในปี 2553 อยู่ระหว่าง 34% แม้จะสูงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นการปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานลงมาอยู่ที่ 11.5% จากเดิมที่ 1.52% เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงและภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่อ่อนแอลงจากผลกระทบทางการเมือง

การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ช้าลง มีส่วนช่วยลดแรงกดดันที่มีต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วยในระดับหนึ่ง ทำให้ ธปท.สามารถยืดระยะเวลาของการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยแบบผ่อนปรน โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง

สอดคล้องกับความจำเป็นที่นโยบายทางเศรษฐกิจของทางการในขณะนี้อาจยังต้องมีเป้าหมายช่วยประคับประคองการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ หลังจากเศรษฐกิจในภาพรวมและภาคธุรกิจหลายสาขาเผชิญผลกระทบจากสถานการณ์รุนแรงทางการเมือง ที่จะส่งผลให้มูลค่าเศรษฐกิจในไตรมาส 2 ของปี 2553 ที่ปรับฤดูกาล อาจหดตัวลงมากกว่า 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก

ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจธนาคารทหารไทย ออกบทวิเคราะห์เศรษฐกิจว่า ปัญหาหนี้สาธารณะของกรีซที่เข้าลักษณะหนี้สินล้นพ้นตัว ทำให้ขาดความสามารถในการชำระหนี้คืน อีกทั้งเป็นตัวอย่างที่ทำให้ประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ โปรตุเกส อิตาลี และสเปน ต้องเดือดร้อนไปด้วย เพราะนักลงทุนเริ่มมีความระแวงว่าประเทศเหล่านี้ซึ่งมีฐานะการคลังที่เข้าข่ายมีปัญหา จะไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้เช่นกัน จนในที่สุดอาจนำไปสู่วิกฤตการเงินของกลุ่มสหภาพยุโรปได้ และจะเป็นเรื่องใหญ่กระทบเศรษฐกิจโลกที่เพิ่งจะฟื้นตัวจากวิกฤตการเงินของสหรัฐอเมริกา

อย่างไรก็ตาม วิกฤตกรีซจะส่งผลกระทบกับไทยไม่มาก เนื่องจากธุรกรรมการเงินและการค้าและบริการกับไทยมีในสัดส่วนที่ไม่มาก อย่างไรก็ดีไทยยังต้องระมัดระวังหากวิกฤตขยายวงไปสู่การถดถอยของเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตลาดหลักส่งออกของไทยตลาดหนึ่ง

หากเปรียบเทียบผลกระทบที่เกิดจากความไม่สงบทางการเมืองของไทยเอง กับผลกระทบที่จะได้รับจากกรีซแล้ว ธนาคารมองว่าวิกฤตการคลังกรีซกลับส่งผลกระทบให้จีดีพีลดลงน้อยกว่าสถานการณ์การเมืองที่มีการจลาจล

ทั้งนี้วิกฤตการเงินของกรีซจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวเข้าไทยโดยรวมลดลง 1% และการส่งออกไปกรีซจะหดตัว 4.5% จากเดิมคาดว่าจะเติบโตประมาณ 8% ในปีนี้

สาขาที่จะถูกกระทบมากจากวิกฤตกรีซครั้งนี้ ได้แก่ การท่องเที่ยว เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ และเคมีภัณฑ์ เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล่านี้จะต้องไปแข่งขันแย่งตลาดกันมากขึ้น ตามอุปสงค์การนำเข้าของสหภาพยุโรปที่ลดลง ส่วนสาขาที่ได้รับผลกระทบเรื่องการจ้างงานคือ โรงแรม ภัตตาคาร และการค้า เงินยูโรยังอ่อนค่าต่อเนื่องจนกว่าวิกฤติจะได้รับการแก้ไขให้เห็นผลดีชัดเจนขึ้น ซึ่งจะทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐยังคงความนิยมต่อไปได้อีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท