posttoday
ปฏิรูปภาษีผิดเวลาทำเศรษฐกิจอ่อนแอ

ปฏิรูปภาษีผิดเวลาทำเศรษฐกิจอ่อนแอ

19 กันยายน 2557

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

นโยบายรัฐบาลปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของประเทศ เป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนยอมรับว่ามีความจำเป็นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะประเทศไทยไม่ได้ปฏิรูปภาษีมาเป็นเวลานาน

แม้แต่รัฐบาลที่ผ่านมาจะมีการปฏิรูปภาษี แต่มีการทำเพียงบางส่วนเท่านั้น คือ การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 20% และลดภาษีบุคคลธรรมดาจาก 37% เหลือ 35% เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน แต่การปฏิรูปภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ของประเทศและการปฏิรูปภาษีเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศกลับไม่มีการดำเนินการ เพราะกระทบคะแนนเสียงทางการเมือง ถูกทิ้งให้เป็นระเบิดเวลาทางเศรษฐกิจ

ดังนั้น การปฏิรูปของรัฐบาลชุดปัจจุบันจึงตกหนักอยู่ที่การปฏิรูปภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ คือ การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จาก 7% เป็น 10% และการปฏิรูปเพื่อสร้างความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งจะมีการเก็บภาษีมรดก การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการยกเลิกมาตรการหักลดหย่อนภาษีจากการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งรัฐบาลเห็นว่าเป็นคนรวยได้ประโยชน์

อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปภาษีจำนวนมากในช่วงเศรษฐกิจไทยอ่อนแอกำลังเป็นบูเมอแรงทำให้เศรษฐกิจมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น โดยในปีนี้มีการคาดกันว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้1.52% ต่อปี และปีหน้าจะขยายตัวได้ 45% อาจมีปัญหาไม่ได้ตามเป้า เพราะการปฏิรูปภาษีส่วนใหญ่จะมีผลปีหน้าและจะทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจมีปัญหาไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

อันดับแรก การขึ้นภาษีแวต สมหมายภาษี รมว.คลัง ออกมาส่งสัญญาณชัดเจนว่า ปลายปี 2558 จะต้องมีการเพิ่มแวตอย่างแน่นอน แต่จะขึ้นเป็น 10% ที่เดียวหรือทยอยขึ้นเป็นเรื่องที่จะพิจารณาอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะขึ้นภาษีแวตเท่าไรก็ตามย่อมส่งผลกระทบกับการจับจ่ายใช้สอย ทำให้การบริโภคของประเทศที่กำลังฟื้นตัวหัวทิ่มอีกครั้ง ส่งผลให้การขยายตัวเศรษฐกิจชะงัก

หากดูตัวอย่างของประเทศญี่ปุ่นก็เห็นได้ชัดว่า การปรับขึ้นภาษีแวตจาก 5% เป็น 8% ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวติดลบ ดังนั้นการขึ้นภาษีแวตของไทยปีหน้าอาจมีปัญหาทำไม่ได้ง่าย ยิ่งหากเศรษฐกิจไทยเจอผลกระทบอื่นทำให้การขยายตัวได้น้อย การจะเพิ่มภาษีแวตอีกในช่วงปลายปีหน้าจึงไม่ง่ายนัก

อันดับต่อมา การเก็บภาษีมรดกแม้ว่าจะมีความชัดเจนออกมาบ้างแล้วว่าจะเก็บจากผู้ได้รับมรดกมูลค่า 50 ล้านบาท ขึ้นไปในอัตรา 10% ยกเว้นเก็บกับคู่สามีภรรยาที่เสียชีวิตไม่เก็บกับเกษตรกรที่ยากจนแต่ได้มรดกโดยกฎหมายจะมีผลบังคับปีหน้า ทำให้เศรษฐีเมืองไทยป่วนกันทั่วประเทศ วิ่งปรึกษาสำนักงานกฎหมายวางแผนการบริหารทรัพย์สมบัติกันเป็นการใหญ่

การเก็บภาษีมรดกมีการเก็บจากทั้งเงินฝาก หุ้น ตราสาร อสังหาริมทรัพย์ ทำให้กระเทือนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการถือครองหุ้นก็จะมีการขายเพื่อเลี่ยงภาษีมรดกทำตลาดหุ้นป่วนได้ ขณะที่เงินฝากก็จะถูกถอนเพื่อไปไว้ในรูปแบบอื่นให้พ้นจากการถูกเก็บภาษีมรดกกระทบกับการสถาบันการเงินไม่น้อย

ยิ่งกฎหมายภาษีมรดกมีการตีกรอบการโอนทรัพย์สินก่อน 2 ปี เจ้าของมรดกเสียชีวิต ให้นับเป็นภาษีมรดก หากมีการหลีกเลี่ยงภาษีมรดกจะมีโทษจำคุกถึง 6 เดือน จะทำให้ตลาดการเงินตลาดหุ้นป่วนหนักในปีหน้าที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ ทำให้เศรษฐกิจไทยระส่ำ

นอกจากนี้ รัฐบาลจะยกเลิกมาตรการ LTF โดยการไม่ต่อสิทธิประโยชน์ที่จะหมดในปี 2559 ทำให้ตลาดหุ้นได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะเม็ดเงิน LTF ในตลาดหุ้น 2.5 แสนล้านบาท จะทยอยออกจากกองทุน LTF

ขณะที่การเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรัฐบาลจะเดินหน้าต่อจากภาษีมรดก คาดว่าจะมีผลบังคับปี 2558 ก็เริ่มป่วนตลาดอสังหาริมทรัพย์ทำให้ที่ดินราคาเพิ่มขึ้น 57% ส่งผลให้ราคาบ้านและคอนโดเพิ่ม ทำให้การซื้อขายชะลอ กระทบกับเศรษฐกิจทำให้ขยายตัวได้ช้า

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการปฏิรูปภาษีของกรมสรรพสามิต ทั้งการแก้กฎหมายให้เปลี่ยนฐานราคาเก็บภาษีจากราคาหน้าโรงงานและราคาสำแดงนำเข้ามาเป็นราคาขายปลีก เพราะราคาหน้าโรงงานและราคาสำแดงนำเข้าต่ำกว่าเป็นจริงและการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อมทำให้ต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น กระทบการบริโภคให้ลดลงจนส่งผลกระทบกับการผลิตการลงทุน

ขณะเดียวกันรัฐบาลยังเดินหน้ามาตรการจ่ายเงินภาษีให้กับผู้มีรายได้น้อย (Negative Income Tax : NIT) ให้ได้ภายในปี 2558ซึ่งต้องใช้เงินงบประมาณปีละ 5 หมื่นล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เพราะหากเศรษฐกิจไทยยังอ่อนแอ การเก็บรายได้ของประเทศก็มีปัญหาได้ไม่ถึงเป้า เงินที่จะมาใช้จ่ายภาษีให้คนรายได้น้อยก็เป็นเรื่องที่อาจจะต้องรอไปก่อน

ทั้งหมดจะเห็นว่าการปฏิรูปภาษีที่กระจุกตัวในปี 2558 จะกระทบกับเศรษฐกิจ ทำให้การบริโภคการลงทุนที่เป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจชะงัก โดยมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยเริ่มชะลอการลงทุน เพราะยังไม่มั่นใจการปรับโครงสร้างภาษีของไทยจะทำได้จริงหรือไม่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศในอนาคต

ดังนั้น ในภาวะที่เศรษฐกิจที่ยังอ่อนแอการเดินหน้าปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่จึงเป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลให้การปฏิรูปภาษีของรัฐบาลทำไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท