
ไทยยังไม่พร้อม"เศรษฐกิจดิจิทัล"
กลายเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ได้สักพัก สำหรับคำว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล” หลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติการตั้งกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาติ เพื่อลดต้นทุนด้านธุรกรรมและปรับปรุงระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาให้เศรษฐกิจไทยมีความทันสมัย
กลายเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ได้สักพัก สำหรับคำว่า “เศรษฐกิจดิจิทัล” หลังจากที่รัฐบาลได้อนุมัติการตั้งกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งชาติ เพื่อลดต้นทุนด้านธุรกรรมและปรับปรุงระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์เพื่อพัฒนาให้เศรษฐกิจไทยมีความทันสมัย
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเว็บไซต์ข่าว นิกเกอิ เอเชีย รีวิว ได้เผยแพร่บทความของ วาตารุซูซุกิ นักวิชาการแดนปลาดิบผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมศาสตร์ ซึ่งแสดงความเห็นว่า สำหรับประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ยังต้องใช้เวลาอีกซักพักสำหรับการปรับตัวให้เข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัล
“ปัญหาหนึ่งคือ คนส่วนใหญ่ของภูมิภาคนี้ยังไม่พร้อมสำหรับการเปิดสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งการค้าและการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์ ถึงแม้ว่าบางคนจะเริ่มคุ้นเคยบ้างแล้วก็ตาม”ซูซุกิ ระบุ
เจ้าตัวยังได้ยกตัวอย่าง กรณีของคุณแม่ชาวไทยท่านหนึ่งได้รับบิลค่าโทรศัพท์เป็นจำนวนเงินถึง 2 แสนบาท เนื่องจากลูกชายวัย 12 ปีนำโทรศัพท์มือถือของคุณแม่คนดังกล่าวไปเล่นเกมคุกกี้รัน และได้สั่งซื้อ “คริสตัล” ซึ่งเหมือนกับสกุลเงินในเกมไปเป็นจำนวนมาก โดยคิดว่าเป็นของฟรี
บิลดังกล่าวมาจาก แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้รับออกบิลให้กับกูเกิลเพลย์ ซึ่งทำให้ผู้ใช้แอนดรอยด์สามารถซื้อแอพพลิเคชั่นและสิ่งของเสมือนในเกมได้ โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต ซึ่งเอไอเอสยังเป็นบริษัทแห่งแรกผู้ให้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังบนกูเกิลเพลย์อีกด้วย
อย่างไรก็ดี หลังจากคุณแม่คนดังกล่าวได้ร้องเรียนเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินจากเอไอเอสโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง เอไอเอสจึงหยุดให้บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลังไป
ด้าน พิสุทธิ์ งามวิจิตวงศ์ นักวิเคราะจาก บล.ซีไอเอ็มบี ซีเคียลลิตีส์ (ประเทศไทย) แสดงความเห็นว่า การบริการแบบซื้อก่อนจ่ายทีหลังบนโลกออนไลน์โดยไม่มีเพดานควบคุมอาจเข้าสู่ประเทศไทยเร็วเกินไป
“เรายังคงใหม่สำหรับอีคอมเมิร์ซ” พิสุทธิ์ กล่าว
กรณีดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับประเทศไทยเท่านั้น ทว่ายังเกิดขึ้นกับเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างอินโดนีเซีย โดยมีปัญหาด้านการควบคุมการใช้บริการเรียกแท็กซี่ของแอพพลิเคชั่น “อูเบอร์”
แอพพลิเคชั่นดังกล่าวเปิดบริการในแดนอิเหนาเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีหัวหน้าแผนกการจราจรของกรุงจาการ์ตา เปิดเผยว่า ทางแผนกอาจจำเป็นต้องบังคับให้มีการเลื่อนการให้บริการของอูเบอร์ออกไปก่อน เนื่องจากแท็กซี่ของอูเบอร์ยังไม่ได้รับใบอนุญาต ขณะเดียวกันผู้ขับขี่ยังไม่ได้นำแท็กซี่มาขึ้นทะเบียนเป็นรถบริการสาธารณะอีกด้วย
สำหรับในกรุงจาการ์ตาแล้ว บริการแท็กซี่อูเบอร์ราคาถูกกว่าแท็กซี่ทั่วไปมาก และเมื่อวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางอูเบอร์ อินโดนีเซียได้เผยแพร่บทความในบล็อกระบุว่า รถยนต์ทุกคันที่ให้บริการในนามอูเบอร์ได้ปฏิบัติตามกฎหมายของอินโดนีเซีย
ในบทความเดียวกัน ผู้ให้บริการแท็กซี่รายนี้ยังวิจารณ์ว่า บริการแท็กซี่แบบดั้งเดิมของแดนอิเหนานั้นล่าสมัย โดยย้ำว่า แท็กซี่ของกรุงจาการ์ตาได้รับการพัฒนาขึ้นมาพร้อมกับการเปิดตัวของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเวลานั้นสมาร์ทโฟนและแอพพลิเคชั่นซึ่งเป็นช่องทางที่อูเบอร์ให้บริการเป็นหลักยังไม่มีการพูดถึงด้วยซ้ำ







