
ไอซีทีแก้ปมกฎหมายกสทช.
ไอซีทีกสทช.ตั้งกรรมการร่วมแก้กฎหมายซ้ำซ้อน พร้อมขยายงานกระทรวงรับดิจิทัล อีโคโนมี
ไอซีทีกสทช.ตั้งกรรมการร่วมแก้กฎหมายซ้ำซ้อน พร้อมขยายงานกระทรวงรับดิจิทัล อีโคโนมี
นายพรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้เข้าพบ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อหารือแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมสำหรับดำเนินการแก้กฎหมายและลดความซ้ำซ้อนด้านการทำงานต่างๆ ลง
“กระบวนการตั้งคณะกรรมการและแก้กฎหมายต้องเสร็จโดยเร็วที่สุด เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มีระยะเวลาทำงานเพียง 1 ปี ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะช่วยเคลียร์ปมปัญหาและอำนาจหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน ให้ชัดเจนมากขึ้น” รมว.ไอซีที กล่าว
สำหรับกฎหมายที่จะต้องแก้เร่งด่วน คือ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) ที่กำหนดไว้ว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องใช้วิธีประมูลเท่านั้นรวมไปถึงความชัดเจนเรื่องการจัดการกิจการดาวเทียม ที่ปัจจุบันไอซีทีดูแลเรื่องสัญญาสัมปทาน ขณะที่ กสทช.เป็นผู้ให้ใบอนุญาต
ขณะที่แผนการดำเนินการของกระทรวงไอซีทีเอง จะปรับโครงสร้างกระทรวงให้ใหญ่มากขึ้นและเปลี่ยนมาเป็นกระทรวงเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัล อีโคโนมี) เพื่อรองรับนโยบายดิจิทัล อีโคโนมีของรัฐบาล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อดึงบางหน่วยงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) รวมไปถึงบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับดิจิทัล อีโคโนมี มาอยู่กับไอซีที
“การขยายกระทรวงให้ใหญ่ขึ้นจะอิงโมเดลของญี่ปุ่น ที่แม้จะใช้เวลานานถึง 6 ปีในการจัดการโครงสร้างทั้งหมด แต่หลังจากดำเนินการเสร็จจะช่วยให้ไทยแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ” นายพรชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม แผนการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างไอซีทีและ กสทช. เป็นเรื่องที่ค้างมาตั้งแต่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เป็น รมว.ไอซีที โดยไอซีทีจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) แก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่แห่งชาติ 3 ฉบับ คือ พ.ร.บ.กสทช. พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และ พ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544







