
ครม.ลดภาษีอุ้มต่างชาติ
ครม.คลอดมาตรการสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานปฎิบัติการภูมิภาคในไทยของบริษัทต่างชาติ ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 0%เป็นเวลา10 ปี สรรพากรคาดสูญเสียรายได้ 4,000 ล้านบาทต่อปี
ครม.คลอดมาตรการสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานปฎิบัติการภูมิภาคในไทยของบริษัทต่างชาติ ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 0%เป็นเวลา10 ปี สรรพากรคาดสูญเสียรายได้ 4,000 ล้านบาทต่อปี
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) มีมติอนุมัติมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งสำนักงานปฎิบัติการภูมิภาคในไทย(Regional Operating Headquarters ) หรือ (ROH) มีสาระสำคัญดังนี้คือ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้แก่สำนักงานภูมิภาค สำหรับรายได้ที่ได้จากการให้บริการของสำนักงานปฎิบัติการภูมิภาคแก่วิสาหกิจในเครือข่ายที่อยู่ในต่างประเทศหรือสาขาต่างประเทศของ ROH เป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกันนับตั้งแต่รอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 10 % ให้แก่สำนักงานภูมิภาค สำหรับรายได้จากการให้บริการของสำนักงานปฎิบัติการภูมิภาคแก่วิสาหกิจในเครือข่ายที่อยู่ในประเทศไทยเป็นเวลา 10 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน
นอกจากนี้ยังยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินปันผลที่ได้รับจากรัฐวิสาหกิจในเครือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ รวมถึงการยกเว้นภาษีนิติบุคคลเงินปันผลที่จ่ายให้แก่นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย เฉพาะเงินปันผลที่จ่ายจากกำไรสุทธิอันเกิดจากรายได้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 10 % เป็นต้น
ทั้งนี้กรมสรรพากรได้ประเมินผลกระทบจากการออกมาตรการดังกล่าวว่า ผลจากการยกเว้นภาษีนิติบุคคลจะทำให้กรมสรรพากรสูญเสียรายได้ 1,700 ล้านบาทต่อปี ขณะที่การจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาที่ได้จากคนต่างด้าวจะกระทบ 2,400 ล้านบาทต่อปี แต่ในทางกลับกันเชื่อว่าการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านมาตรการดังกล่าวจะทำให้รัฐไม่สูญเสียรายได้มากนัก เนื่องจากเชื่อว่าผลจากมาตรการดังกล่าว จะทำให้เกิดแรงจูงใจในการส่งเสริมบรรยากาศการลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะในภาคบริการ ส่งเสริมการใช้จ่ายเงินในประเทศ การนำเข้าจากต่างประเทศจูงใจให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยเพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับคนไทย
ด้านนายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ( สศค. ) เปิดเผยว่า มาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการที่สร้างแรงจูงใจให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตในเมืองไทยมากขึ้น ทั้งนี้ได้กำหนดเงื่อนไขว่า บริษัทดังกล่าวจะต้องทยอยจัดตั้งบริษัทในเครือ หรือสาขา 3 แห่งในประเทศไทย ภายใน 5 ปี ซึ่งหากไม่เข้าเงื่อนไข เช่น จัดตั้งสาขาได้ไม่ทันในเวลากำหนด ก็จะถูกจัดเก็บภาษีในอัตราเดิม
"เป็นมาตรการจูงใจเพราะถ้าไม่มีเชื่อว่า จะทำให้ถูกดึงการลงทุนไปยังประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซียมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์" นายสาธิตกล่าว







