
ปฏิรูปตำรวจ
การปฏิรูปให้เป็นองค์กรที่พึ่ง เป็นที่เชื่อมั่นและศรัทธา เพื่อคงไว้ซึ่งความสงบสุขเรียบร้อยของสังคมคงเป็นจริงได้ยาก หากยังถูกควบคุมจากฝ่ายการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ กรณีการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. จนถึงระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าตำรวจนั้นถูกอำนาจการเมืองควบคุมไว้อย่างแน่นหนาเพียงใด
การปฏิรูปให้เป็นองค์กรที่พึ่ง เป็นที่เชื่อมั่นและศรัทธา เพื่อคงไว้ซึ่งความสงบสุขเรียบร้อยของสังคมคงเป็นจริงได้ยาก หากยังถูกควบคุมจากฝ่ายการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ กรณีการแต่งตั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรอง ผบ.ตร. จนถึงระดับผู้บัญชาการ (ผบช.) ที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าตำรวจนั้นถูกอำนาจการเมืองควบคุมไว้อย่างแน่นหนาเพียงใด
หลักเกณฑ์การพิจารณาแต่งตั้งข้าราชการตำรวจโดยยึดหลักความอาวุโสที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติประกาศออกไปก่อนหน้านี้ นำมาใช้เพียงแค่ 30% ส่วนที่เหลือแม้จะการันตีด้วยระยะเวลาการประชุมที่น้อยมากเพียงแค่ 1 ชั่วโมง ไม่มีเสียงท้วงติงจากกรรมการ และเห็นชอบตามบัญชีรายชื่อที่ ผบ.ตร. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายการเมืองไม่ได้แทรกแซงสั่งการให้ทำบัญชีรายชื่อว่าใครควรดำรงตำแหน่งใด
พิจารณาจากนายตำรวจสายอำนาจเก่าที่เคยดำรงตำแหน่งหน่วยงานสำคัญนับสิบตำแหน่ง ถูกโยกย้ายล้างบางไปทำหน้าที่ซึ่งบทบาทน้อยกว่า ขณะที่นายตำรวจซึ่งมีสายสัมพันธ์กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งและหน่วยงานสำคัญแทน
ภายใต้ความไม่ปกติของสถานการณ์ทางการเมืองนั้นก็พอที่จะเข้าใจได้ แต่ในระยะยาววิธีการเช่นนี้ไม่ใช่ความหวังของการพัฒนาองค์กรอย่างแน่นอน ที่ร้ายกว่าคือการตอกย้ำให้ข้าราชการตำรวจยุคใหม่เห็นแต่วงจรความสำเร็จที่จะก้าวขึ้นมามีอำนาจ ด้วยการเข้าหาผู้มีอำนาจแบบเดิมๆ
ตำรวจนั้นมีภาระหน้าที่เกี่ยวข้องใกล้ชิดกับสังคมและประชาชนสูงมากเป็นอันดับต้นๆ จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของฝ่ายการเมือง ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อพิจารณารายชื่อนายตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในหน่วยงานสำคัญ แทบจะไม่มีการพูดกันถึงผลงานที่ผ่านมาว่ามีอะไรบ้าง แต่มักจะถามไถ่กันเสมอว่าเด็กใคร สายไหน
ในยุคที่ประเทศไทยตั้งความหวังกับการปฏิรูปประเทศไว้สูง ความสำเร็จหรือล้มเหลวสูญเปล่าของการรัฐประหารที่ยุติความเป็นประชาธิปไตยไว้ ก็ขึ้นอยู่กับทิศทางการปฏิรูป ดังนั้นรัฐบาลคณะทหารควรจะแสดงเจตนารมณการปฏิรูปอย่างมุ่งมั่น
เมื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนผ่านไปแล้ว วางคนที่วางใจให้คุมจุดสำคัญไว้แล้ว ก็ควรจะแสดงให้เห็นทิศทางที่จะก้าวเดินต่อไป อย่างน้อยการแต่งตั้งนายตำรวจระดับผู้บังคับการที่กำลังจะมีขึ้นก็ควรมีสัญญาณเชิงบวกว่าเลือกคนมาทำงาน เพื่อเป็นแบบอย่างการพัฒนาคน พัฒนาองค์กร โดยตระหนักว่าการล้างบางนั้นไม่ใช่การปฏิรูป มีแต่การทำลายขวัญกำลังใจ







