ประยุทธ์ฮึ่ม!สั่งปิดคณะนักเรียน-นักเลง
บิ๊กตู่เผยอาจสั่งปิดคณะ ในสถานศึกษาที่นักเรียนมีปัญหาตีกัน ด้าน สกอ.ขู่ลงโทษ2ผู้บริหาร"เทคโนปทุมวัน-อุเทนถวาย"
บิ๊กตู่เผยอาจสั่งปิดคณะ ในสถานศึกษาที่นักเรียนมีปัญหาตีกัน ด้าน สกอ.ขู่ลงโทษ2ผู้บริหาร"เทคโนปทุมวัน-อุเทนถวาย"
เมื่อวันที่ 17 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)กล่าวระหว่าง การมอบนโยบายต่อผู้บริหารระดับสูง และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ โดยเน้นย้ำเรื่องการจัดระเบียบสังคม และระบุว่า เรื่องนักเรียนตีกันต้องให้กระทรวงศึกษาธิการไปพิจารณาเป็นกรณีๆ โดยเริ่มจากการตักเตือนหรือปิดคณะที่มีปัญหา เพราะหากว่าปิดโรงเรียนจะเป็นอะไรที่โหดร้ายเกินไป แต่หากมาตรการหย่อนยานเกินไปก็จะทำให้ปัญหาไม่จบสิ้นเสียที
นพ.กำจร ตติยกวี เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เชิญ นายปัญญา มินยง อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน และนายสืบพงษ์ ม่วงชู รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย มาหารือเพื่อหาทางยุติปัญหาการทะเลาะวิวาท กรณีนักศึกษาอุเทนถวายฯ ก่อเหตุยิงนักศึกษาเทคโนฯ ปทุมวัน เสียชีวิต 2 ราย และถูกตำรวจจับกุมได้ 6 ราย โดยใช้เวลาในการหารือกว่า1ชม.โดยได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารทั้ง 2 สถาบันว่า อย่าให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นอีก ถ้าเกิดจะใช้มาตรการลงโทษฝ่ายบริหาร คือ การตั้งกรรมการสอบวินัย ฐานปล่อยปละละเลย และฝากถึงศิษย์เก่าอุเทนถวายฯ ด้วยว่า กรณีปัญหาที่ดินของอุเทนถวายฯ ยังไม่ลุล่วงก็เห็นว่าทั้ง 2 สถาบันอยู่ร่วมกันอย่างสงบได้
"แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ สังคมก็จะตั้งคำถามต่ออุเทนถวาย ว่าควรย้ายออกจากพื้นที่ได้หรือยัง"นพ.กำจรกล่าว
นอกจากนี้เห็นว่า 2 ปีที่ผ่านมาอุเทนถวายอยู่ในความสงบพอควร ซึ่งก็เข้าใจว่า น่าจะอยู่ร่วมกันได้อีกนาน แต่ถ้าก่อเหตุเพราะกรณีนักศึกษาสาวของอุเทนถวายฯ ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายกังขา โดยอุเทนถวายฯ เข้าใจว่าเป็นเทคโนฯ ปทุมวัน ส่วนเทคโนฯ ปทุมวัน ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นนักศึกษาของตนหรือไม่ ก็อยากขอให้ตำรวจเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุ ถ้าจับได้ก็จะทำให้เหตุการณ์สงบลงได้
สำหรับมาตรการระยะยาว นพ.กำจรกล่าวว่า ขณะนี้สภามหาวิทยาลัยของทั้ง 2 แห่ง ก็ควบคุมอย่างเข้มงวด ซึ่งต้องขอขอบคุณ และขณะนี้ทั้ง 2 สถาบัน ก็จัดการรับน้องภายในสถาบัน ซึ่งสามารถควบคุมไม่ให้ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่มีการทำร้ายรุ่นน้อง ซึ่งทำได้ดี แต่หากมีการลักลอบของรุ่นพี่ พารุ่นน้องไปนอกสถานที่ ก็กำชับให้ดูแลเข้มงวดขึ้น หากมีปัญหาก็จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลได้ ซึ่ง พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ เป็นห่วงการรับน้องในภาพรวม แต่ปัญหาการรับน้องของ 2 สถาบันนี้ กลายเป็นการนำน้องเข้าร่วมกระบวนการ ซึ่งน่ากังวลว่า รุ่นพี่ที่ไม่สร้างประโยชน์ต่อสถาบัน กลับใช้ความเป็นอริต่อสถาบันตรงข้าม มาใช้น้องเป็นเครื่องมือ จะเป็นปัญหาในอนาคต







