
ประยุทธ์ประธานแก้ยางลดพื้นที่ปลูกลง4ล้านไร่
“ประยุทธ์” นั่งหัวโต๊ะคณะกรรมการยางธรรมชาติ เร่งดูแลปัญหาราคายาง
“ประยุทธ์” นั่งหัวโต๊ะคณะกรรมการยางธรรมชาติ เร่งดูแลปัญหาราคายาง
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งแรกของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2557 มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานกรรมการฯ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ รมว.เกษตรฯ เป็นรองประธานฯ กรรมการประกอบด้วย รมว.พาณิชย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ฯลฯ รวม 29 คน เพื่อกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาและแก้ไขปัญหายางพารา การขึ้นทะเบียนเกษตรกร
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ รายงานว่า สถานการณ์ราคายางพาราลดลงอย่างต่อเนื่อง จนเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก จึงจำเป็นต้องใช้กลไกคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ มากำหนดนโยบายและมาตรการการแก้ปัญหาเกี่ยวกับยางพาราทั้งระบบ ทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว โดยจะประชุมกันในสัปดาห์หน้าเพื่อดูแลราคายางพารา
ขณะที่ นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) กล่าวว่า ได้ลงนามความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดินในการใช้ประโยชน์จากแผนที่ภาพถ่ายออร์โธสี แผนที่สภาพการใช้ที่ดิน แผนที่เขตเหมาะสมสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจ (Zoning) เพื่อใช้ในการวางแผนลดพื้นที่การปลูกยางพารา และส่งเสริมการโค่นยางเก่าเพื่อปลูกยางใหม่ โดยมีเป้าหมายจะลดพื้นที่ปลูกยางลง 4 ล้านไร่
ปัจจุบันไทยมีพื้นที่ปลูกยางทั้งหมด 22 ล้านไร่ เพิ่มจาก 17 ล้านไร่ เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา จึงต้องการลดพื้นที่ปลูกยางลง 4 ล้านไร่ ใน 7 ปี เพราะมีการปลูกในพื้นที่ไม่เหมาะสม 7 แสนไร่ โดยจะสนับสนุนให้ลดพื้นที่ปลูกลงปีละ 4 แสนไร่ ล่าสุดมีเกษตรกรยื่นความจำนงแล้ว 3.6 แสนรายซึ่งหากเป็นไปตามเป้าจะลดปริมาณลงได้ประมาณ 7 แสนตัน 1 ล้านตันใน 7 ปี “ นายประสิทธิกล่าว
นายอภิชาต จงสกุล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า แผนที่และข้อมูลทางแผนที่ของโครงการจัดทำแผนที่เพื่อการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและทรัพย์สินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นแผนที่ฐานที่สำคัญของประเทศ แผนที่ดินแผนที่สภาพการใช้ที่ดิน แผนที่เขตเหมาะสมสำหรับปลูกพืชเศรษฐกิจ (Zoning) จำนวน 13 ชนิดพืช ได้แก่ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สับปะรดโรงงาน ลำไย เงาะทุเรียน มังคุด มะพร้าว และกาแฟ โดยเฉพาะพืชเศรษฐกิจหลักที่สำคัญของประเทศที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ได้จัดทำเขตเหมาะสมพืชเศรษฐกิจยางพาราในระดับภาค จังหวัด อำเภอและตำบล ในรูปแบบของข้อมูลเชิงพื้นที่ในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่สำคัญในการวางแผนงานและกำหนดพื้นที่เป้าหมายสำหรับส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการผลิตของเกษตรกรเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยพื้นที่ การลดต้นทุนการผลิต ตามนโยบายของรัฐ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาบางพื้นที่ร้องว่าข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง กรมพัฒนาที่ดินได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อปรับให้ตรงกับข้อเท็จจริงให้มากที่สุดโดยยึดวิชาการเป็นหลัก
ทั้งนี้นายอภิชาตระบุว่า การเพิ่มขึ้นของพื้นที่ปลุกยางเพิ่มขึ้นมากในช่วงที่ราคายางขยับไปที่ 120150 บาทในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากเกษตรกรเห็นว่าราคาดี โดยเกษตรกรไม่คำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ เช่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่พื้นที่เป็นดินตื้นและข้างล่างเป็นดินดานส่งผลให้ต้นยางที่อายุเกิน3 ปีมีปัญหายืนต้นตาย อย่างไรก็ตามเมื่อยางราคาตก็เชื่อว่าจะเป็นโอกาสทองที่กระทรวงเกษตรฯจะปรับพื้นที่ให้เหมาะสมกับความต้องการใช้และการส่งออกในประเทศ







