
ผวาแชร์ลูกโซ่ตุ๋นหมื่นล.
สคบ.ชี้พิษเศรษฐกิจซบ ทำแชร์ลูกโซ่ระบาดหนัก จับตา 3 บริษัทป่วนพันล้าน
สคบ.ชี้พิษเศรษฐกิจซบ ทำแชร์ลูกโซ่ระบาดหนัก จับตา 3 บริษัทป่วนพันล้าน
นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ปัญหาแชร์ลูกโซ่เริ่มกลับมาระบาดหนักอีกครั้ง โดยมี 3 บริษัทที่ดำเนินธุรกิจขายตรงที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าเข้าข่ายดำเนินธุรกิจนอกระบบ พร้อมร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เร่งติดตามตรวจสอบ เบื้องต้นมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านบาท แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจสร้างความเสียหายเป็นมูลค่าระดับหมื่นล้านบาท
“แชร์ลูกโซ่ที่เริ่มกลับมาระบาด เช่น ให้ผู้ร่วมธุรกิจลงเงิน 3 หมื่นบาท และบอกว่าอีก 23 เดือน จะมีรายได้ 5 แสนบาท เพื่อหลอกให้คนเอาเงินมาลงแลกกับผลตอบแทนสูง” นายอำพล กล่าว
จะได้ผลตอบแทนสูง ขณะที่ทางสคบ.กับดีเอสไอ อยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบ โดยต้องมีการรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนก่อนที่จะเอาผิดเจ้าของธุรกิจรายนั้นๆ ในเวลานี้จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นแล้วจะหนีไปก่อนที่จะติดตามมาดำเนินคดี ” นายอำพลกล่าว
ทั้งนี้ สาเหตุที่แชร์ลูกโซ่กลับมาระบาดหนัก ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจตกต่ำ รายได้หลักไม่พอต่อการดำรงชีวิต จึงเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวง โดยให้เข้าร่วมลงทุนจำนวนน้อย แต่จะได้รับผลตอบแทนสูงมาก ส่วนใหญ่จะเข้ามากับธุรกิจขายตรง หรือการเก็งกำไรจากการขึ้นลงของอัตราแลกเปลี่ยน สินค้าเกษตร เป็นต้น
การเก็งกำไรจากการขึ้นลงของราคาสินค้าเกษตร หรือการขึ้นลงของดัชนีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น รวมไปถึงการนำระบบเหมือนธุรกิจอีคอมเมิร์สเข้ามาใช้อีกด้วย เ
นอกจากนี้ ทาง สคบ.อยู่ระหว่างเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.ขายตรงและการตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 เพื่อให้ทันสมัย และเพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจผิดไปจากแผนธุรกิจที่ได้ขออนุญาตไว้ ซึ่งจะต้องผลักดันให้แก้ไขกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า มีบริษัทขายตรงและการตลาดแบบตรงจดทะเบียน 1,000 บริษัท ทุนจดทะเบียนรวม 3,700 ล้านบาท สร้างยอดขายรวมกว่า 5 หมื่นล้านบาท และมีบริษัทเปิดใหม่มากกว่าการแจ้งปิดกิจการโดยมีบริษัทขายตรง เกิดขึ้น 8 บริษัท แต่จะปิดตัวลง 1 บริษัท ซึ่งที่ผ่านมามีการปิดตัวไปแล้ว 200 บริษัท ขณะที่ภาพรวมบริษัทที่จดทะเบียนกว่า 5.6 แสนราย บริษัทใหม่ที่เกิดขึ้น 4 บริษัท จะปิดตัว 1 บริษัท แสดงให้เห็นว่าภาพรวมธุรกิจขายตรงนั้นปิดตัวน้อยกว่าธุรกิจประเภทอื่น
ด้านนายสุเทพ ยืนยงค์วิทยากุล กรรมการสมาคมการขายตรงไทย กล่าวว่าต้องการให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมธุรกิจนี้ เพราะที่ผ่านมาภาคลักษณ์ธุรกิจนั้นยังดูไม่ค่อยดีนัก โดยต้องการผลักดันให้ออกกฎหมายลูกเรื่องบทลงโทษ ที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งเนื่องจากใกล้จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หากปล่อยให้ปัญหาเรื่องแชร์ลูกโซ่ ลุกล่ามจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ระหว่างประเทศได้







