
จับชายชุดดำสะเทือนปรองดอง
การผนึกกำลังระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซีย เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา
โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม
การผนึกกำลังระหว่างสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) ประกาศคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อรัสเซีย เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยหวังเล่นงานเศรษฐกิจแดนหมีขาวให้หนักหน่วงและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น หลังทางการมอสโกพยายามเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูเครน กำลังเป็นที่จับตามองถึงประเด็นผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย ยูเครน หรือแม้กระทั่งชาติตะวันตกผู้อนุมัติแผนคว่ำบาตรก็ตาม
มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของชาติตะวันตกที่มีต่อรัสเซียนั้น มีเป้าหมายหลักไปยังอุตสาหกรรมที่สำคัญต่อภาคเศรษฐกิจของรัสเซีย ทั้งภาคการเงินและการธนาคาร อุตสาหกรรมพลังงาน และบริษัทด้านความมั่นคงและการทหารของรัสเซียด้วย นอกจากนี้พันธมิตรชาติตะวันตกยังประกาศเพิ่มรายชื่อบุคคลใกล้ชิดหรือมีความสำคัญต่อประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน เข้าไปในบัญชีดำเพิ่มอีก 24 คน ทำให้ล่าสุดมีรายชื่อชาวรัสเซียอยู่ในบัญชีการคว่ำบาตรแล้ว 119 คน
เมื่อพิจารณาบทลงโทษที่สหรัฐและอียูมีต่อภาคพลังงานของรัสเซีย จะพบว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการส่งออกน้ำมันของแดนหมีขาว ทั้งรอสเนฟต์ ลุคออยล์ ทรานสเนฟต์ และก๊าซพรอม ต่างก็ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดกันถ้วนหน้า
แม้มอสโกจะเคยมั่นอกมั่นใจว่า อียูจะพยายามปกป้องบริษัทส่งออกก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียอย่าง “ก๊าซพรอม” จากมาตรการคว่ำบาตรเช่นในอดีต เนื่องจากรัสเซียเป็นแหล่งพลังงานสำคัญที่ป้อนก๊าซธรรมชาติในสัดส่วนถึง 1 ใน 3 ของปริมาณความต้องการในยุโรป ทว่าล่าสุดรัฐบาลกรุงวอชิงตันได้เพิ่มรายชื่อของก๊าซพรอมเข้าไปในบัญชีดำ ห้ามไม่ให้ทำข้อตกลงด้านสินเชื่อที่มีอายุกำหนดชำระคืนมากกว่า 30 วัน ในตลาดทุนของสหรัฐและอียู
นอกจากนี้ ชาติตะวันตกยังประกาศยุติการสนับสนุนและให้ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและเครื่องมือใหม่ๆ ในการสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแก่รัสเซียด้วย
อย่างไรก็ดี แม้รัสเซียจะเป็นหนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ของโลกที่มีปริมาณน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำรองสูง ทว่ายังขาดเทคโนโลยีในการดึงพลังงานสำรองดังกล่าวในพื้นที่ที่ยากต่อการขุดเจาะอย่างในทะเลอาร์กติกขึ้นมาใช้งาน กอปรกับยังไม่มีบริษัทใดนอกสหรัฐและยุโรปที่มีเทคโนโลยีพิเศษที่สามารถสกัดน้ำมันดิบจากใต้ทะเลลึกและชั้นหินดินดานได้
บทลงโทษที่รุนแรงและเข้มงวดขึ้นในภาคอุตสาหกรรมพลังงานของรัสเซียรอบล่าสุดนี้ น่าจะสามารถทุบเศรษฐกิจของแดนหมีขาวที่กำลังซบเซาให้ตกต่ำลงไปได้อีก พร้อมทั้งเพิ่มแรงกดดันอย่างหนักในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศแก่ประธานาธิบดีปูติน เนื่องจากรัฐบาลรัสเซียต้องพึ่งพาอุตสาหกรรมพลังงาน เพื่อพยุงให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตขึ้น
ทั้งนี้ การส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของรัสเซีย ถือเป็นแหล่งสร้างรายได้มหาศาลราว 50% ของงบประมาณทั้งหมดของประเทศ ขณะที่ปริมาณการส่งออกพลังงานของพญาหมีขาวก็มีอัตราส่วนมากถึง 70.6% ของปริมาณการส่งออกทั้งหมดอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม มาตรการคว่ำบาตรระลอกล่าสุดของโลกตะวันตก ใช่ว่าจะทำร้ายอุตสาหกรรมพลังงานของรัสเซียเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างถึงบริษัทผู้นำด้านพลังงานสัญชาติตะวันตกอีกหลายแห่ง อาทิ เอ็กซ์ซอนโมบิล บริษัทด้านพลังงานสัญชาติอเมริกัน, บีพี จากสหราชอาณาจักร และรอยัล ดัตช์ เชลล์ บริษัทพลังงานข้ามชาติสัญชาติเนเธอร์แลนด์และอังกฤษ ที่มีข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัทพลังงานชั้นนำของรัสเซียในการสำรวจแหล่งพลังงานและน้ำมันจากแหล่งหินดินดาน (เชลล์ออยล์) นอกชายฝั่งทะเลอาร์กติก
ในปี 2011 เอ็กซ์ซอนโมบิล คอร์ปอเรชั่น ได้ลงนามข้อตกลงมูลค่า 3,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ร่วมกับบริษัทชั้นนำในกลุ่มพลังงานของรัสเซีย “รอสเนฟต์” เพื่อพัฒนาพื้นที่อีสต์ไพรโนโวซีมีลสกี้ ในทะเลคารา และเมืองทุปเชในทะเลดำ ด้วยข้อแลกเปลี่ยนในการถือหุ้นในสัดส่วนที่ 33% สำหรับพื้นที่การพัฒนาในทะเลคารา กินพื้นที่ราว 11.4 ล้านเอเคอร์ (ประมาณ 28.842 ล้านไร่) ซึ่งเริ่มดำเนินการขุดเจาะน้ำมันเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา
กระนั้น การประกาศใช้แผนคว่ำบาตรล่าสุดต่อบริษัท รอสเนฟต์ ของรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของเอ็กซ์ซอนในการสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน ก็ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกันในพื้นที่ทะเลคาราที่อยู่ระหว่างการพัฒนาด้วย เนื่องจากทางการสหรัฐยื่นคำขาดแก่เอ็กซ์ซอน โดยให้เวลาเพียง 14 วัน ต้องยุติการขุดเจาะน้ำมันทั้งหมด รวมถึงห้ามไม่ให้เข้าร่วมการสำรวจและผลิตเชลล์ออยล์ในทะเลลึกบริเวณทะเลอาร์กติกในพื้นที่รัสเซียด้วย
อลัน เจฟเฟอร์ โฆษกของเอ็กซ์ซอนโมบิล คอร์ปอเรชั่น ระบุว่า ทางบริษัทอยู่ระหว่างการประเมินสถานการณ์ผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์กคาดการณ์ว่ามาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของชาติตะวันตกนั้น น่าจะมีขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะโดดเดี่ยวผู้นำรัสเซีย และบีบเศรษฐกิจของแดนหมีขาว ซึ่งจะไม่สร้างผลกระทบแก่เอ็กซ์ซอนโมบิลมากนัก เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการสำรวจพื้นที่ทะเลคาราของบริษัทด้านพลังงานสัญชาติอเมริกันรายนี้มีสัดส่วนน้อยมาก และปริมาณน้ำมันรวมถึงก๊าซธรรมชาติที่สามารถดึงมาใช้งานได้ก็ไม่น่าจะมีปริมาณมากนักในช่วงหลายปีต่อจากนี้
นอกจากนั้น บทลงโทษจากแผนคว่ำบาตร ก็ไม่ได้หมายรวมถึงพื้นที่ขุดเจาะดั้งเดิมที่เคยสำรวจและลงทุนพัฒนาแล้วบนพื้นดินและพื้นที่ชายฝั่งทะเลน้ำตื้นในประเทศ เช่น โครงการซาคาลิน 1 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างเอ็กซ์ซอนและรอสเนฟต์ บริเวณชายฝั่งแปซิฟิกของรัสเซีย
ด้านบริษัท บีพี จากอังกฤษ ซึ่งถือหุ้นในบริษัท รอสเนฟต์ ของรัสเซียราว 20% ทำให้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ร่วมลงทุนกับเอ็กซ์ซอนด้วย ระบุว่า ทางบีพีเพิ่งจะลงนามข้อตกลงกับรอสเนฟต์สำหรับการสำรวจเชลล์ออยล์ในรัสเซีย เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้นมาตรการคว่ำบาตรล่าสุด จึงน่าจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างบริษัทในภาคพลังงานระดับนานาชาติกับรัสเซีย
“เรากำลังพิจารณามาตรการคว่ำบาตรที่มีผลบังคับใช้รอบใหม่นี้ และแน่นอนเราต้องปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้ทั้งหมด” โทบี โอดัน โฆษกของบีพี กล่าว
นอกเหนือจากบริษัทพลังงานชั้นนำของโลกที่กล่าวมาแล้ว รัสเซียยังมีข้อตกลงร่วมกับบริษัทน้ำมันอีกหลายแห่งในยุโรป อาทิ เอสเอ และสตาเวนเจอร์ ในฝรั่งเศส รวมถึง สตาลอยล์ เอเอสเอ ของนอร์เวย์ ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตน้ำมันราว 10% ของการส่งออกจากทั่วโลก ซึ่งต้องประสบปัญหาความล่าช้าในโครงการร่วมทุนกับบริษัท รอสเนฟต์ จากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียด้วยเช่นกัน
ต้องจับตาในระยะยาวว่า มาตรการคว่ำบาตรต่อภาคพลังงานของรัสเซียล่าสุด จะส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมพลังงานและการส่งออกน้ำมันของชาติตะวันตก แบบหยิกเล็บแต่เจ็บเนื้อหรือไม่ งานนี้คงต้องวัดใจกันว่าชาติตะวันตกจะยอมเฉือนเนื้อตัวเองนานเพียงใด







