
ตีแผ่ปัญหาหนี้นอกระบบสลัมคลองเตย
สำหรับคนภายนอกสลัมคลองเตยอาจเหมือนแดนสนธยาที่แม้แต่คนไทยด้วยกันเองยังไม่ค่อยรู้จักกับสถานที่แห่งนี้ดีเท่าไรนัก เพราะมักถูกมองว่าเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของกรุงเทพฯ และยังเป็นแหล่งปัญหามากมายที่แก้ไม่ตก
สำหรับคนภายนอกสลัมคลองเตยอาจเหมือนแดนสนธยาที่แม้แต่คนไทยด้วยกันเองยังไม่ค่อยรู้จักกับสถานที่แห่งนี้ดีเท่าไรนัก เพราะมักถูกมองว่าเป็นแหล่งเสื่อมโทรมของกรุงเทพฯ และยังเป็นแหล่งปัญหามากมายที่แก้ไม่ตก
เว็บไซต์ นิคเคอี เอเชียน รีวิว นำเสนอบทความของ เชน บุนนาค นักสร้างภาพยนตร์ลูกครึ่งไทยไอร์แลนด์ ผู้สร้างภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “แกรนนี โลน ชาร์ก” ซึ่งเป็นการตีแผ่ธุรกิจปล่อยเงินกู้รายย่อยที่ขูดเลือดขูดเนื้อชาวบ้าน และกลายเป็นสิ่งที่ร้อยรัดผู้คนในชุมชนคลองเตยไว้ด้วยกัน
ในสารคดีเชนได้ฉายภาพให้เห็นครอบครัวในชุมชนคลองเตยประกอบด้วย “ยาย” ลูกชาย “แจ็ค” ซึ่งขี่จักรยานยนต์รับจ้างและลูกสาว “หนึ่ง” โดยยายเปิดร้านขายของชำเล็กๆ พร้อมกับกิจการปล่อยเงินกู้ไปด้วย
เจ้าหนี้รายดังกล่าวมีลูกหนี้ทั้งระดับที่ติดหนี้เพียงไม่กี่ร้อยถึงหลายพันบาท โดยปกติยายจะให้เวลาในการจ่ายหนี้คืนราว 20 วัน ที่มาพร้อมกับการคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 15% ต่อวัน ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ทั่วไปมาก
อย่างไรก็ดี เป็นที่น่าตลกเช่นกันว่า ครอบครัวของยายเองก็ติดหนี้จากแหล่งอื่นจำนวนมหาศาลเช่นกัน ครอบครัวของยายฟุ่มเฟือยมาก แจ็คถึงกับมีรถจักรยานยนต์ถึง 2 คัน โดยคันหนึ่งใช้สำหรับทำงานขณะที่อีกคันหนึ่งใช้สำหรับขี่เล่น ขณะที่หนึ่งพี่สาวของแจ็คก็เพิ่งเป็นหนี้ก้อนใหญ่จากการซื้อรถในโครงการรถคันแรกของรัฐบาลที่แล้ว และยังอยู่ในระยะการผ่อนจ่ายคอนโดมิเนียม
เชนจึงสรุปว่า ครอบครัวนี้่เป็นเพียง “ปลาเล็ก” เท่านั้น และเป็นเพียงหนึ่งในห่วงโซ่อาหารที่ต้องถูก ปลาที่ใหญ่กว่ากินต่อไป
ในสายตาของเชน ปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้คนในคลองเตยจมอยู่กับปัญหาหนี้สินเรื้อรังคือ การขาดแคลนรายได้ที่แน่นอน ส่งผลให้เมื่อเกิดภาวะรายได้ไม่เพียงพอรายจ่ายจึงมีทางออกเดียวคือการต้องกู้หนี้ยืมสิน พร้อมกันนี้เจ้าหนี้มักบังคับให้ลูกหนี้เพิ่มการกู้บ่อยครั้ง จนทำให้หนี้ทับถมกันจำนวนมหาศาลและกลายเป็นวงจรแห่งความทุกข์ยากในที่สุด
ปัจจุบันประเทศไทยติดอันดับประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนสูงที่สุดในเอเชีย โดยในปี 2013 หนี้ครัวเรือนต่อผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อยู่ที่ราว 82.3% และไทยยังเป็นประเทศที่มีสัดส่วนหนี้เติบโตเร็วที่สุดในอาเซียนอีกด้วย ซึ่งคนส่วนใหญ่ที่ก่อหนี้ก็มักจะเป็นแรงงานที่มีรายได้ต่ำ
บทความยังได้กล่าวถึงความพยายามของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีภารกิจในการคืนความสุขให้คนไทย ซึ่งหนึ่งในความพยายามดังกล่าวก็คือการขจัดวงการหนี้นอกระบบ โดยได้ออกกฎให้มีการทวงหนี้โดยสุภาพ ซึ่งเป็นการปกป้องผู้กู้จากการถูกทำร้ายทั้งทางร่างกายและคำพูด นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ทวงหนี้ได้เฉพาะช่วง 9 โมงเช้า2 ทุ่มเท่านั้นอีกด้วย
อย่างไรก็ดี เชน ทิ้งท้ายไว้ว่า แม้ คสช.จะออกมาตรการหลายอย่างในการจัดการกับหนี้นอกระบบ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่ามาตรการของ คสช.ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมหรือไม่?







