
ข้อเสนอต่อร่าง พรบ.ศุลกากร
ร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ... ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระแรกไปแล้ว แต่ยังมีข้อสังเกตที่ควรได้รับการทบทวนในส่วนการให้อำนาจของเจ้าหน้าที่ศุลกากรในการตรวจจับสินค้าที่สงสัยว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นสินค้าผ่านแดนและสินค้าผ่านลำเรือมีประเด็นที่น่าน่าสนใจ และกรรมาธิการควรนำไปพิจารณาประกอบก่อนจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้
ร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ... ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วาระแรกไปแล้ว แต่ยังมีข้อสังเกตที่ควรได้รับการทบทวนในส่วนการให้อำนาจของเจ้าหน้าที่ศุลกากรในการตรวจจับสินค้าที่สงสัยว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นสินค้าผ่านแดนและสินค้าผ่านลำเรือมีประเด็นที่น่าน่าสนใจ และกรรมาธิการควรนำไปพิจารณาประกอบก่อนจะผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกมาบังคับใช้
ข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ณ วันที่ 10 ก.ย. 2557 ระบุว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาทรัพย์สินทางปัญญาที่สหรัฐจัดไทยให้อยู่ในประเทศที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ
กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเลขาฯ ในที่ประชุม ระบุว่า สหรัฐต้องการให้ไทยแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ... ในส่วนการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจจับสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นสินค้าผ่านแดนและสินค้าผ่านลำเรือ ซึ่งต้องการให้มีผลบังคับใช้ภายในเดือน ก.พ. 2558 จะได้ตอบสนองความต้องการสหรัฐก่อนที่จะมีการประเมินสถานการณ์ทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศคู่ค้า โดยไม่ได้ตระหนักถึงข้อท้วงติงจากผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
ทั้งนี้ อย.ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “การจะให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการตรวจจับสินค้าที่สงสัยว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ณ จุดผ่านแดน หรือสินค้าผ่านลำเรือ ควรพิจารณาตามประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา เพราะหากเป็นการละเมิดสิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้า
“สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตาเปล่า ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้เครื่องมือหรือความพยายามพิเศษ แต่หากเป็นสิทธิบัตร จะไม่สามารถตรวจจับการละเมิดได้ด้วยสายตาหรือเครื่องมือวิทยาศาสตร์ มีความยุ่งยากและใช้เวลานาน และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อกีดกันทางการค้าได้”
บทเรียนจากกรณีการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ศุลกากรประเทศเนเธอร์แลนด์ ณ จุดผ่านแดน ที่ยึดยาที่ส่งออกจากอินเดียไปยังประเทศบราซิลซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้า ในระหว่างเดือน ต.ค. ถึงเดือน ธ.ค. 2008 การขนส่งยาชื่อสามัญ Losartan Potassium จากอินเดีย (บริษัท Dr. Reddy’s) ที่อยู่ระหว่างการแวะพักสินค้าในเนเธอร์แลนด์ และจะขนส่งต่อไปยังบราซิล (บริษัท EMS) ถูกยึดและกักไว้โดยเจ้าหน้าที่ศุลกากรเนเธอร์แลนด์ รวมจำนวน 500 กิโลกรัม และถูกกักในระยะเวลา 36 วัน
สาเหตุที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรเนเธอร์แลนด์ดำเนินการยึดและอายัดยาดังกล่าว เนื่องมาจากการร้องขอของเจ้าของผู้ผลิตยาซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิบัตรในเนเธอร์แลนด์ ได้ยื่นคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรเมือง Rotterdam ว่ายา Losartan Potassium ละเมิดสิทธิบัตรในเนเธอร์แลนด์ของตัวยาต้นแบบที่ชื่อ Cozaar
ในขณะที่ Losartan Potassium ไม่ได้มีสิทธิบัตรทั้งในอินเดียและบราซิล และยาชื่อสามัญดังกล่าวไม่มีเจตนาที่จะวางจำหน่ายในตลาดของสหภาพยุโรป ในที่สุดยาชื่อสามัญดังกล่าวได้รับการปล่อยจากการยึดและส่งกลับคืนไปยังอินเดีย
คำถามสำคัญคือ การใช้อำนาจยึดและกักสินค้ายา Losartan Potassium ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ศุลกากรประเทศเนเธอร์แลนด์มีอำนาจตามกฎหมายที่จะกระทำเช่นนั้นได้หรือไม่?
• ตามข้อตกลงแกตต์ (GATT) Article V (Freedom of Transit) กำหนดว่า ทุกประเทศที่เป็นสมาชิก WTO มีสิทธิเสรีที่จะส่งสินค้าผ่านแดนประเทศสมาชิกไปยังประเทศอื่นได้โดยสะดวก เว้นเสียแต่การส่งสินค้าผ่านแดนเช่นนั้นจะละเมิดกฎศุลกากรหรือละเมิดกฎหมายภายในของประเทศสมาชิก
• หากพิจารณา Article 52 แห่ง TRIPs กระบวนการร้องขอให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรยึดหรืออายัดสินค้าได้จะต้องละเมิดสิทธิบัตรตามกฎหมายของประเทศผู้นำเข้า
• Article 41 แห่ง TRIPs ไม่ได้จำกัดขอบเขตไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการในประเทศผู้นำเข้าว่าจะต้องมีขั้นตอนอย่างไร ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ขยายกระบวนการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับมาตรการผ่านแดนสำหรับสินค้าที่พักชั่วคราว ณ ประเทศสมาชิกก่อนที่จะส่งต่อไปยังประเทศผู้นำเข้า
นอกจากนี้ การกระทำของหน่วยงานศุลกากรเนเธอร์แลนด์ได้นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างประเทศเนเธอร์แลนด์กับประเทศอินเดีย ถึงขนาดที่ว่าเมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2011 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมของประเทศอินเดีย ได้ออกมาย้ำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการที่สมาชิก WTO จะต้องปฏิบัติ
กล่าวโดยสรุป การกระทำของเจ้าหน้าที่ศุลกากรเนเธอร์แลนด์ ตามบทบัญญัติ ECRegulation 1383/2003 โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่จะยึดสินค้าที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิบัตร อาจเป็นการละเมิดข้อตกลง TRIPs และอาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดข้อตกลงแกตต์ ที่ว่า สิทธิที่จะเคลื่อนย้ายสินค้าโดยเสรี
ดังนั้น จึงขอเสนอข้อสังเกตนี้ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำไปพิจารณาดำเนินการเพื่อพิจารณาแก้ไขไม่ให้กฎหมายฉบับนี้เกิดผลกระทบอย่างเช่นที่มีบทเรีบนกรณีประเทศเนเธอร์แลนด์ กล่าวคือ ให้ สนช. พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. ... ในส่วนการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจจับสินค้าที่สงสัยว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เป็นสินค้าผ่านแดนและสินค้าผ่านลำเรือ ว่าควรยกเว้นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทสิทธิบัตร เนื่องจากอาจเป็นการละเมิดข้อตกลงทริปส์ และอาจเข้าข่ายเป็นการละเมิดข้อตกลงแกตต์ ที่ว่า สิทธิที่จะเคลื่อนย้ายสินค้าโดยเสรี







