
สมชัยใจกล้าไล่ขย้ำหนีภาษีรถหรู
เล็งฟ้องผู้นำเข้าขู่โดนโทษปรับ4เท่าจำคุกอาญา10ปี
เล็งฟ้องผู้นำเข้าขู่โดนโทษปรับ4เท่าจำคุกอาญา10ปี
กรมศุลฯ เอาจริงฟ้องผู้นำเข้ารถหรูหนีภาษี 400 คัน ปรับ 4 เท่า ขัดขืนเจอโทษอาญา 10 ปี
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การตรวจสอบทางลับกรณีรถหรูหายจากคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร โดยไม่ชำระภาษีให้ถูกต้องได้ข้อมูลชัดเจนแล้วว่ามีรถหายประมาณ 500 คัน และมีผู้นำรถมาเสียภาษีให้ถูกต้องแล้ว 100 คัน ที่เหลืออีก 400 คัน ยังไม่ยอมมาเสียภาษี ซึ่งกรมศุลกากรรู้รายละเอียดผู้นำเข้ารถ รายชื่อคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร ทั้งหมด และจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ทั้งนี้ จะเริ่มแจ้งข้อกล่าวหากับผู้นำเข้ารถยนต์ที่ลักลอบนำรถออกไป ในฐานความผิดตามมาตรา 27 ของ พ.ร.บ.กรมศุลกากร ถือเป็นการลักลอบนำเข้าสินค้าและเสียภาษีไม่ถูกต้อง มีโทษปรับ 4 เท่า ของราคาสินค้ารวมกับค่าภาษีอากร และยังมีโทษทางอาญาจำคุกไม่เกิน 10 ปี ขณะเดียวกันกรมศุลกากรจะทำการขึ้นบัญชีดำห้ามทำธุรกรรมกับกรมได้ต่อไป
หลังจากนั้นจะเอาผิดกับคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร ฐานความผิดมาตรา 96 ของ พ.ร.บ. กรมศุลกากร ที่มีการขอนำสินค้าออกไปยังไม่ถูกต้อง และเมื่อสินค้าหายยังไม่ยอมแจ้งให้กรมศุลกากรรับทราบ มีโทษปรับ 4 เท่า ของราคาสินค้าบวกค่าภาษีอากร และมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี รวมถึงจะดำเนินการปิดกิจการของคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากรที่ทำผิดและยึดเงินประกัน หรือไม่ต่ออายุให้ดำเนินการกิจการต่อไป
สุดท้ายจะดำเนินการเอาผิดกับข้าราชการที่อนุมัติให้นำรถออกไป จากคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร โดยที่ไม่ทำตามระเบียบเรียกเงินค้ำประกัน 110% ของมูลค่าภาษีที่ต้องชำระให้กรมศุลกากร จะได้ป้องกันทำให้กรมศุลกากรไม่เสียหายหากผู้นำรถออกไปไม่นำกลับเข้า ซึ่งจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเอาผิดทางวินัยและทางแพ่งขั้นเด็ดขาด
นายสมชัย กล่าวว่า กรมได้กรมศุลกากรดำเนินการเอาผิดขั้นเด็ดขาดรถหรู เนื่องจากที่ผ่านมาได้สัญญากับทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าจะเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2557 ให้ได้ 1.1 แสนล้านบาท จึงได้เพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีสินค้าอ่อนไหวซึ่งมีรถยนต์หรูรวมอยู่ด้วยทำให้รู้ว่ามีรถหายไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร โดยอ้างว่านำไปแสดงหรือนำไปปรับสภาพโดยไม่วางหลักประกันและก็ไม่นำรถกลับมาเสียภาษีแหล่งข่าวกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่บางรายมีการอนมัติให้นำรถออกไปจากคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร โดยไม่วางหลักประกันบางรายกว่า 100 คัน และผู้ประกอบการนำเข้าที่ไม่ถูกต้องเป็นรายใหญ่ประมาณ 3-4 ราย ซึ่งคนในวงการรู้กันดีว่าเป็นของนักการเมืองและข้าราชการมีสี และรถที่ถูกลักลอบนำออกไปก็ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองและข้าราชการมีสีครอบครองอยู่







