
“สวนลุมไนท์โมเดล”ศึกสัญญาไม่สะเด็ดน้ำ
กลุ่มชายฉกรรจ์ชุด ดำบุกเข้าปิดล้อมพื้นที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ช่วงเช้ามืดของวันที่ 30 พฤษภาคม กระทั่งเกิดการปะทะกับเหล่าผู้ประกอบการในพื้นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับตลาดคลองเตย
กลุ่มชายฉกรรจ์ชุด ดำบุกเข้าปิดล้อมพื้นที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ช่วงเช้ามืดของวันที่ 30 พฤษภาคม กระทั่งเกิดการปะทะกับเหล่าผู้ประกอบการในพื้นที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับตลาดคลองเตย
โดย...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
กลุ่มชายฉกรรจ์ชุด ดำบุกเข้าปิดล้อมพื้นที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ช่วงเช้ามืดของวันที่ 30 พฤษภาคม กระทั่งเกิดการปะทะกับเหล่าผู้ประกอบการในพื้นที่ มีลักษณะคล้ายคลึงกับตลาดคลองเตยที่ยืดเยื้อเรื้อรังมานาน และยังไม่สามารถหาทางรอมชอมกันได้
ทว่าจากการกุมตัวชายชุดดำกว่า 20 คนไปดำเนินคดีในครั้งนี้ ทำให้ทราบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้ทำงานให้กับบริษัท วังสินทรัพย์ จำกัด
ประเด็น ปัญหาก่อนนำไปสู่การใช้กำลังเข้าตัดสินเกิดขึ้นจากข้อพิพาทใน “สัญญาเช่า” ระหว่างบริษัท พี.คอน.ดีเวลล็อปเม้นท์ (ไทย) จำกัด ผู้เช่า กับบริษัท วังสินทรัพย์ จำกัด ผู้ให้เช่า ซึ่งเป็นบริษัทผู้ดูแลการลงทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ของสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นของสำนักทรัพย์สินฯ
ทีมทนายบริษัท พี.คอน.ฯ อธิบายว่า บริษัทฯ ได้ทำสัญญาเช่าพื้นที่กับบริษัทวังสินทรัพย์เป็นเวลา 3 ปี โดยมีกำหนดให้ต่อเป็นรอบๆ และจะให้บริษัทฯ ในฐานะผู้บุกเบิกพื้นที่ต่อสัญญาเป็นรายแรก แต่เมื่อครบสัญญาเช่าบริษัทวังสินทรัพย์กลับไม่พิจารณาให้เราต่อพร้อมกับ ฟ้องขับไล่ เป็นเหตุให้เราต้องต่อสู้ตามกระบวนการ
“ศาลชั้นต้นและศาลอุทรณ์พิจารณาให้พวก เราออกจากพื้นที่ เราก็ยื่นต่อศาลฎีกาและกำลังยื่นทุเลาการบังคับคดีอยู่ โดยหากเขาจะมาบังคับคดีในช่วงนี้ก็สามารถทำได้แต่ต้องชอบด้วยกฎหมายด้วย อย่างไรก็ตามทางเราก็ได้คืนพื้นที่ไปบางส่วนแล้ว คือบริเวณที่จะเป็นสถานทูตออสเตรเลีย”
นอกจากนี้บริษัทพี.คอน.ฯ ยังได้ปิด ประกาศในพื้นที่สวนลุมแจ้งว่า ขณะนี้ยังมีการดำเนินการอยู่ในชั้นศาล ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาหลายปีถึงจะสิ้นสุดกระบวนการ ดังนั้นจึงถือว่าบริษัทพี.คอน.ฯ ในฐานะผู้เช่ายังคงสามารถครอบครองและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย
“ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า หากยังมีการรบกวนการครอบครองพื้นที่เช่าของทางบริษัทพี.คอน.ฯ หรือทำให้ไม่สามารถใช้พื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ ทางบริษัทจะดำเนินคดีอาญาและแพ่งกับผู้นั้น”ทนาย ความคนเดิม กล่าวยืนยัน
ในขณะที่ข้อมูลจากบริษัท วังทรัพย์สินฯ กลับตรงกันข้าม โดยระบุว่า จากวิกฤตเศรษฐกิจปี 2544 บริษัทฯ ได้ให้บริษัทพี.คอน.ฯ เช่าเพื่อใช้ทำประโยชน์ กำหนดระยะเวลา 36 เดือน แต่หลังจากครบกำหนดการพัฒนา บริษัทพี.คอน.ฯ ได้ขอยืดอายุสัญญาออกไปอีก โดยอ้างว่ายังไม่คุ้มทุน อย่างไรก็ตามเมื่อครบกำหนดส่งมอบพื้นที่อีกครั้งในวันที่ 1 เมษายน 2549 บริษัทพี.คอน.ฯ กลับไม่ยอมคืนพื้นที่ แต่เพื่อเห็นกับผู้ค้ารายย่อย สำนักงานทรัพย์สินฯ จึงขยายอายุสัญญาออกไปจนถึงวันที่ 31 เมษายน 2550
อย่าไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดการขยายอายุสัญญาเช่าในครั้งที่สอง บริษัทพี.คอน. ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะส่งมอบที่ดินแปลงดังกล่าวคืนให้กับทางสำนักงาน ทรัพย์สิน จึงนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องต่อศาล ทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทฯ ได้ให้สิทธิในการเช่าต่อให้กับกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในนาม บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูล มีแผนที่จะพัฒนาโปรเจ็คส์ขนาดใหญ่ และอยู่ระหว่างการรอได้รับที่คืน
แม้เหตุดังกล่าวจะ เป็นกรณีพิพาทระหว่าง 2 บริษัท แต่ผลพวงที่ตามมาได้ทำให้ผู้ประกอบการร้านค้ากว่า 3,700 ร้าน พลอยรับผลกระทบไปด้วย
“ผมไม่สนหรอกว่าจะยังไงกัน แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการทั้งหมดต้องการคือความเห็นใจจากบริษัทวังสินทรัพย์ ให้ช่วยอนุเคราะห์ผ่อนผันระยะเวลาการย้ายร้านค้าออกจากสวนลุมไนท์ ขอเวลา 15 เดือน สำหรับระบายสินค้าและจัดหาพื้นที่แห่งใหม่”กันฑ์ดนัย นากเสวี เลขาธิการชมรมผู้ ประกอบการร้านค้าสวนลุมไนท์บาซาร์
กันฑ์ดนัย บอกว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รู้จักกันหมด ถ้าจะย้ายไปไหนก็คงไปพร้อมๆ กัน ทั้งนี้บริษัทพี.คอน.ฯ เตรียมจะไปเปิดสวนลุมไนท์สาขา 2 บริเวณรัชดา แต่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งหากผู้ประกอบการถูกไล่ที่ตอนนี้ ช่วงเวลากว่าปีเศษ คงไม่รู้จะทำอะไรกัน
“สวน ลุมไนท์กลายเป็นแบลนด์แล้ว มันแข็งแกร่ง นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเขากลับไปพูดกันปากต่อปาก ตอนนี้ชาวต่างชาติที่มาเมืองไทยต้องมาเดือนสวนลุมไนท์ ส่วนพ่อค้าแม่ค้านั้น บางคนอยู่มาเกือบสิบปี เรียกได้ว่าวิถีชีวิตผูกติดกับที่นี่ คงไม่มีใครอยากย้ายไปไหน”
กันฑ์ดนัย กล่าวอีกว่า ทราบมาว่าบริษัทเครือเซ็นทรัลจะมารับช่วงต่อจากบริษัทพี.คอน.ฯ แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าเขาจะเอาพื้นที่ไปทำอะไร อยากให้ทางเซ็นทรัลมาคุยกับเราเหมือนกัน
ด้าน ศพงษ์ธร พลคณา รองประธานชมรมฯ อธิบายเหตุการณ์ว่า สมมุตินายเอมีบ้านหนึ่งหลัง และปล่อยให้นายบีเช่าเดือนละ 2,000 บาท มีการทำสัญญาตกลงกันว่าปีหน้าก็จะให้นายบีเช่าอีก แต่อยู่ๆ เมื่อนายซีเข้ามา เขาบอกจะให้ค่าเช่านายเอเดือนละ 4,000 บาท เมื่อสัญญาสิ้นสุดลง แทนที่นายเอจะให้นายบีเช่าต่อ แต่กลับฟ้องขับไล่เพื่อให้นายซีเข้ามา ที่ตรงนี้หอม ราคาดี ใครก็อยากได้ คุณลองม้วนแบงค์พันแล้วจิ้มลงไปที่พื้น นั่นแหละราคาที่แถวนี้”
ส่วนผู้ประกอบการย่าน นั้น พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากขอเวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อระบายสินค้าแลกกับเงินสด เพราะช่วง 3 เดือนที่ ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงหนักมากขาดทุนมหาศาล ทั้งนี้เหตุที่ต้องขอเวลาประมาณ 15 เดือน เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูฝน ค้าขายลำบาก ซึ่งจะไปฟื้นตัวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายนปีหน้า โดยหลังจากช่วงนี้ไป คาดว่าจะปรับตัวได้







