
บางมุมฉากประวัติศาสตร์ ในตำหนักแห่งความตาย
หลายวันในเว้ ทัวริสต์มีนัดกับหลายที่หลายแห่งภายนอกมหาปราการ (Citadel) วัดเทียนมู่สงบและสง่าในเงาไม้
โดย...กรกิจ ดิษฐาน
หลายวันในเว้ ทัวริสต์มีนัดกับหลายที่หลายแห่งภายนอกมหาปราการ (Citadel) วัดเทียนมู่สงบและสง่าในเงาไม้ พระเจดีย์ทอดเงาสวยบนผืนลำน้ำหอม แต่ในความสงบรำงับซ่อนเรื่องราวที่ไม่อาจลืมเลือน หลวงญวนองค์หนึ่งจากที่นี่ ช็อกคนทั้งโลกด้วยการฌาปนกิจตัวเองทั้งเป็นกลางถนนเมืองเว้ ประท้วงความอยุติธรรมของรัฐบาลของ โงดินเดียม วัดเทียนมู่จึงเป็นทั้งหมายหลักทางศาสนาและการเมืองร่วมสมัย วันนี้มันเป็นหมายหลักที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงสำหรับทัวริสต์
หากฝั่งขวาของแม่น้ำซงเฮืองคือดินแดนแห่งจักรพรรดิผู้ครองฟ้าดิน ฝั่งซ้ายคือเขตแดนสำหรับจักรพรรดิผู้ปกครองปรโลก นอกชานเมืองฝั่งซ้ายออกไปไม่ไกลมากนัก คือสุสานหลวงราวสิบกว่าแห่งซ่อนตัวอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ รอการมาเยือนของนักท่องเที่ยวผู้มีความพยายาม บางแห่งไร้ผู้มาเยือน บางแห่งแออัดไปด้วยนักท่องเที่ยว บางแห่งไม่ปรากฏสุสานของจักรพรรดิผู้มีชื่อในประวัติศาสตร์ นักท่องเที่ยวเข้าใจว่าจักพรรดิทุกองค์ย่อมมีสุสานเป็นของตัวเอง น่าเสียดายความผันผวนทางการเมืองทำให้จักรพรรดิหลายพระองค์ไม่อาจฝังพระศพได้อย่างสมเกียรติ ขณะที่สงครามและความโดดเดี่ยวจนขาดคนเหลียวแลช่วยทำลายสุสานหลวงอันงดงามให้กลายเป็นอาหารของมอด ปลวก และหัวขโมย
สุสานหลวงของจักรพรรดิหลายพระองค์กำลังผุพังตามครรลองความเปลี่ยนแปลง ขณะที่สุสานหลวงไค่ดิ่งและตือดึ๊กแออัดไปด้วยนักท่องเที่ยวที่ตื่นตากับความอลังการของสุสานทรงเวียดนามมีสร็อคโคโคของจักรพรรดิไค่ดิ่ง และบรรยากาศเงียบเรียบง่ายใต้เงาสนแห่งสุสานจักพรรดิตือดึ๊ก สุสานของจักพรรดิองค์แรกกลับถูกมองข้าม และอีกหลายแห่งที่ไม่ไกลจากกันนักแต่กลับไม่มีเสน่ห์มากพอในสายตาทัวริสต์ ให้พวกเขาแวะเข้ามาแวะเวียน
สุสานจักรพรรดิยาลองห่างไกลออกไปทางด้านใต้ของเว้ค่อนข้างไกลมากจนไม่มีใครกล้าเสียเวลาไปเยี่ยมเยียนองค์จักรพรรดิมากนัก หอบวงสรวงบูรณะขึ้นใหม่ด้วยสีสันสดใส ป้ายพระวิญญาณได้รับการดูแลอย่างสมพระเกียรติ นอกนั้นสภาพโดยรอบยังคงหม่นหมอง หักพัง ทุกซอกมุมแซมด้วยพงหญ้าราวกับฮวงซุ้ยร้าง ป้ายศิลาอาศิรวาทที่ตั้งขึ้นโดย มินหม่าง พระโอรสที่ครองราชย์ต่อจากพระองค์แออัดด้วยตัวอักษรสรรเสริญพระเกียรติ แต่สภาพชำรุดทรุดโทรมที่เห็นได้ทั่วไปยืนยันว่า รัฐบาลสังคมนิยมไม่ค่อยชื่นชมพระองค์มากนักในฐานะผู้นำคลั่งอำนาจผู้เมินชาต่อเสียงเรียกร้องของไพร่ฟ้า ทั้งยังชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน (“เอางูที่ฆ่าไก่กลับบ้าน” ตามภาษิตเวียดนาม) ด้วยการเปิดประตูต้อนรับฝรั่งเศสที่ต่อมาจะเป็นงูที่แว้งกัดอาณาจักรของพระองค์ในภายหลัง
สุสานอีกหลายแห่งให้บรรยากาศสงบรำงับ ชวนให้นึกถึงสิ่งที่ผ่านมาและผ่านไปในอดีต และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอนาคต สุสานบางแห่งซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้ารกเรื้อ ป่าละเมาะ ในชุมนุมห่างไกล แม้ว่าหอบวงสรวงจะทรุดโทรม สิ่งก่อสร้างจะกร่อนพัง แต่มันเป็นของจักรพรรดิบางองค์ที่ประวัติศาสตร์จารึกไว้ว่าคือวีรบุรุษ
เถียวจี อาจเป็นจักรพรรดิองค์แรกที่กำชับไม่ให้สุสานหลวงฟุ้งเฟ้อเกินงาม แม้จะรัดเข็มขัดขนาดหนัก แต่ก็ยังสร้างไม่เสร็จในรัชสมัย พระศพต้องเก็บไว้ชั่วคราวที่วัดลองอันใกล้กับป้อมเมืองเว้ ตือดึ๊ก พระโอรสเป็นผู้สานต่องานสร้างสุสานจนแล้วเสร็จ ในรูปแบบสุสานจักรพรรดิมิงหม่าง แต่เรียบง่ายและถ่อมตนอย่างเทียบไม่ติด
สุสานจักรพรรดิด็องคังมีขนาดกะทัดรัดที่สุด สร้างขึ้นในช่วงเวลาที่เวียดนามทนกล้ำกลืนกับการตกเป็นรัฐอารักขาอย่างเต็มรูปแบบ องค์จักรพรรดิตรอมพระทัยและสวรรคตหลังจากครองราชย์ได้เพียง 3 ปี แทงไถ่ เหนือหัวองค์ต่อมาพบว่าไม่มีเงินเหลือในคลังสักตำลึงทอง แต่ไม่อาจบิดพลิ้วประเพณี
จักรพรรดิพระองค์นี้มีพระราชประวัติที่ปนเปื้อนไปด้วยความเท็จ ทั้งที่ความจริงนั้นตื่นเต้นและเป็นสัจจะยิ่ง โดยเฉพาะในสายตาของนักต่อสู้เจ้าอาณานิคมในยุคหลัง
แทงไถ่ ถูกกล่าวหาว่าเสียพระจริตทั้งๆ ที่พระองค์นับเป็นจักรพรรดิที่ติดดินที่สุด มักเสด็จประพาสต้น ซ่อนเร้นฐานันดรกษัตริย์เพื่อไต่ถามทุกข์สุขของราษฎร เพียงแค่ไม่ยอมลงให้ฝรั่งเศสเท่านั้นจึงต้องถูกถอดจากตำแหน่ง ต่อมาจักรพรรดิ ดุยตัน พระโอรส ถูกจับขึ้นนั่งบัลลังก์ในวัยเยาว์ยิ่งนัก ฝรั่งเห็นว่าคงควบคุมได้ง่าย แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าทรงสืบทอดเจตนารมณ์พระบิดา และยังรุนแรงกว่าด้วยซ้ำ ผลก็คือต้องไปสิ้นพระชนม์ไกลถึงอัลจีเรีย
ผมเปิดบางบทของชีวประวัติ “หว่างเด๊” แห่งอันนัม และบันทึกภาษาไทยเคียงข้างเนื้อความภาษาอังกฤษฉบับที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ของรัฐ และจำหน่ายในร้านหนังสือโอ่โถง ไม่ไกลจากสะพานเหล็กอันงดงามแห่งเมืองเว้
ในที่สุดประวัติศาสตร์และประชาชนได้ตัดสินแล้วว่าใครกันที่เป็นผู้ทรยศชาติตัวจริง ใครที่สมควรได้รับการยกย่องในฐานะวีรชน ในที่สุดพระศพของดุยตันถูกนำกลับสู่แผ่นดินเกิดที่ครั้งหนึ่งพระองค์เคยสู้เพื่ออิสรภาพ อัฐิถูกฝังเคียงข้างสุสานหลวงจักรพรรดิดึดดึ๊ด พระอัยกา และแทงไถ่ พระบิดาผู้พบชะตากรรมเดียวกัน
ที่นี่จะกลายเป็นอนุสรณ์สถานของชาติ ไม่ใช่แค่แหล่งท่องเที่ยวเรียกเงินจากทัวริสต์เหมือนที่อื่นๆ แต่มันเตือนให้ชนรุ่นหลังไม่ลืมว่า ในความฟุ้งเฟ้อของสังคมเก่า ความขลาดเขลาของคนบางกลุ่มในยุคนั้น ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ลุกขึ้นท้าทายความอยุติธรรมจนต้องพบจุดจบที่เลวร้าย แต่ตอนนี้พวกเขาได้รับความยุติธรรมและเกียรติสูงสุดแล้ว
วันนั้น ลมเย็นพัดใยหญ้าพลิ้วไหวราวกับบรรเลงดนตรีบวงสรวงดวงพระวิญญาณบุรพกษัตริย์ แต่เราคงไม่มีเวลาสดับฟังจนจบเพลง







