posttoday
เรื่องหญิงขี้หึง

เรื่องหญิงขี้หึง

14 กันยายน 2557

สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ อาทิตย์ก่อนได้นำเรื่องราวในพระสูตร ในส่วนที่เป็นธรรมบทมาคุยกัน

สวัสดีท่านผู้อ่านที่เคารพ อาทิตย์ก่อนได้นำเรื่องราวในพระสูตร ในส่วนที่เป็นธรรมบทมาคุยกัน วันนี้จึงขอนำอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งมีชื่อในพระสูตรว่า “เรื่องหญิงขี้หึง”

บางครั้งเราดูละครปัจจุบัน เห็นความหึงหวงทะเลาะตบตี บางเรื่องก็ถึงกับลอบทำร้ายบ้าง ฆ่ากันบ้าง อาจนึกว่าเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นเกินความจริง แต่เมื่อมาอ่านในพระสูตร ก็ต้องยอมรับว่า ความหึงหวง ซึ่งเป็นอกุศลในประเภทโทสะอย่างหนึ่งนั้น สามารถทำให้คนเราทำร้ายผู้อื่นได้ถึงเพียงนี้ บางทีละครอาจไม่เกินความจริง หากเราไม่มีความยับยั้งชั่งใจ ปล่อยให้เป็นไปตามกิเลส เมื่อกระทำแล้วความชั่วย่อมติดตัวไป มาฟังดูว่าเรื่องราวในสมัยพุทธกาลนั้นเป็นอย่างไร

เรื่องเกิดขึ้นในสมัยที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเชตวัน

สามีของหญิงขี้หึงนางนั้น ได้ทำความเชยชิดกับหญิงรับใช้ในเรือนคนหนึ่ง หญิงขี้หึงนั้นได้จับหญิงรับใช้มา มัดมือมัดเท้าหญิงรับใช้คนนั้นไว้ แล้วตัดหูตัดจมูกของนาง ขังไว้ในห้องว่างห้องหนึ่ง ปิดประตูไว้ เพื่อจะปกปิดความที่กรรมนั้นอันตนทำแล้ว

นางมาชวนสามีว่า “มาเถิดนาย เราจักไปวัดฟังธรรม” แล้วพาสามีไปวัดนั่งฟังธรรมอยู่

ขณะนั้นพวกญาติผู้เป็นแขกของนางมายังเรือนของนาง แล้วได้ไปเปิดประตูห้องที่นางขังหญิงรับใช้ผู้ถูกมัดไว้ เห็นอาการของหญิงนั้น ก็ให้แก้มัดนาง แล้วนำหญิงรับใช้นั้นไปวัด กราบทูลความนั้นต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ในท่ามกลางพุทธบริษัท 4

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้สดับคำของหญิงรับใช้นั้นแล้ว ตรัสว่า

“ขึ้นชื่อว่าทุจริต แม้เพียงเล็กน้อย บุคคลไม่ควรทำ ด้วยความสำคัญว่า “ชนพวกอื่นย่อมไม่รู้กรรมนี้ของเรา” (ส่วน) สุจริตนั่นแหละ เมื่อคนอื่นแม้ไม่รู้ ก็ควรทำ, เพราะว่าขึ้นชื่อว่าทุจริต แม้บุคคลปกปิดทำ ย่อมทำการเผาผลาญในภายหลัง, (ส่วน) สุจริต ย่อมยังความปราโมทย์อย่างเดียวให้เกิดขึ้น”

ดังนี้แล้ว จึงตรัสพระคาถาว่า

“กรรมชั่ว ไม่ทำเสียเลยดีกว่า,

(เพราะ) กรรมชั่ว ย่อมเผาผลาญในภายหลัง,

ส่วนบุคคลทำกรรมใดแล้ว

ไม่ตามเดือดร้อน, กรรมนั้น เป็นกรรมดี

อันบุคคลทำแล้วดีกว่า”

มีคำอธิบายไว้ว่า กรรมชั่ว ในที่นี้หมายถึง กรรมอันมีโทษ ยังสัตว์ให้เป็นไปในอบาย (คือ สามารถนำเกิดในอบายภูมิ 4 มี นรก เปรต อสูรกาย และ เดรัจฉาน) ไม่ทำเสียเลยดีกว่า คือไม่ทำเสียเลยเป็นการประเสริฐ ยอดเยี่ยม เพราะกรรมนั้นเมื่อกระทำแล้ว ย่อมเผาผลาญ ในกาลที่ตนตามระลึกถึงแล้วๆ ร่ำไป

ส่วนกรรมดี ในที่นี้หมายถึง กรรมอันไม่มีโทษ มีสุขเป็นกำไร ยังสัตว์ให้เป็นไปในสุคติ (คือ สามารถนำเกิดในสุคติภูมิ คือ มนุษย์ เทวดา และพรหม) อย่างเดียว บุคคลทำแล้วดีกว่า เพราะบุคคลทำกรรมใดแล้ว ย่อมไม่เดือดร้อนในภายหลัง คือ ในกาลเป็นที่ระลึกถึง ชื่อว่า ย่อมไม่ตามเดือดร้อน คือ เป็นผู้มีโสมนัสอย่างเดียว กรรมนั้นอันบุคคลทำแล้ว ประเสริฐ

เมื่อจบเทศนา ทั้งอุบาสกและหญิงนั้น ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล ชนทั้งหลายได้ทำหญิงรับใช้นั้นให้เป็นไท แล้วทำให้เป็นหญิงมีปกติประพฤติธรรมต่อไป

จะเห็นได้ว่า พระพุทธเจ้าทรงสอนไม่ให้เราทำชั่ว ไม่ว่าด้วยประการใดๆ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ จะเห็นได้ว่าการทำชั่วนั้น ไม่ใช่ทางแก้ ไม่ใช่ทางออก ของปัญหาใดๆ เลย แต่เป็นทางแห่งความหายนะมากยิ่งๆ ขึ้นไป เวรย่อม ระงับด้วยการไม่จองเวร... ไม่ใช่ด้วยการแก้แค้น เพราะผู้จองเวร ย่อมผูกเวร ทำกรรมต่อๆ ไป เป็นการกระทำตน (และผู้อื่น) ให้ได้รับทุกข์...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท