posttoday
คสช.เพิ่มงบกลาง1.6หมื่นล้านกันสำรองฉุกเฉิน

คสช.เพิ่มงบกลาง1.6หมื่นล้านกันสำรองฉุกเฉิน

13 กันยายน 2557

กมธ.งบฯ แนะ หน่วยงานลดไปตปท. ติงใช้เอกชนเป็นที่ปรึกษาข้อมูลลับอาจรั่วไหล "พรเพชร" นัดเคาะงบ 58 วันที่ 16ก.ย.

กมธ.งบฯ แนะ หน่วยงานลดไปตปท. ติงใช้เอกชนเป็นที่ปรึกษาข้อมูลลับอาจรั่วไหล "พรเพชร" นัดเคาะงบ 58 วันที่ 16ก.ย.

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้นัดประชุมสนช.ในวันที่16 ก.ย.เวลา 13.00น. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2558วงเงิน 2.5 ล้านล้านบาทในวาระที่2และ3 หลังจาคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญที่มีพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว

ในรายงานการพิจารณาของคณะกมธ.ได้ระบุว่ามีสมาชิกสนช.ได้ใช้สิทธิ์อภิปรายในสภาในฐานะผู้เสนอคำแปรญัตติเพื่อขอปรับลดงบประมาณจำนวน 8 คน ได้แก่ นายกล้านรงค์ จันทิก นายตวง อันทะไชย นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม นายธานี อ่อนละเอียด นายมณเฑียร บุญตัน และ นายสมชาย แสวงการ และ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน

ขณะที่ คณะกมธ.ได้มีการปรับลดงบประมาณเป็นจำนวน  16,823,680,500 บาท โดยงบประมาณที่ถูกปรับลดมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ 1.งบกลาง ปรับลดจำนวน6,200,000,000 บาท 2. กระทรวงคมนาคม ปรับลด 1,659,626,700 บาท  3.รัฐวิสาหกิจ1,081,124,500 บาท 4.กระทรวงมหาดไทย1,048,672,700 บาท และ 5.กระทรวงศึกษาธิการ 919,317,400 บาท

ทั้งนี้ เม็ดเงินในงบประมาณของงบกลางที่ถูกปรับลดมีด้วยกัน 2 ส่วน คือ 1.ค่าใช้จ่ายการปรับเงินค่าตอบแทนของบุคลากรภาครัฐ5,000,000,000 บาท และ 2.เงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ จำนวน1,200,000,000 บาท

อย่างไรก็ตาม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับงบกลางเป็นจำนวน 16,823,680,500บาท โดยเป็นงบประมาณที่เพิ่มเข้ามาอยู่ในแผนงานบริหารเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายไว้สำหรับจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในกรณี ฉุกเฉิน หรือจำเป็นแก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ที่มีบทบาทหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นและใช้จ่ายตามความจำ เป็นหรือสภาพเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายและไม่สามารถประมาณ การค่าใช้จ่ายที่แน่นอนได้

นอกจากนี้ คณะกมธ.ยังได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ของรัฐบาลพอสังเขปว่า งบประมาณรายจ่ายลงทุนของปีงบประมาณที่ผ่านมามีผลการเบิกจ่ายต่ำและมีรายการ ก่อสร้างที่ไม่สามารถทำสัญญาและเบิกจ่ายได้ทันภายในปีงบประมาณจำนวนมาก เนื่องจากขาดความพร้อมในการดำเนินงาน จึงควรกำหนดให้หน่วยงานต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่การจัดเตรียมสถานที่ก่อ สร้าง การออกแบบก่อสร้างและการประมาณการค่าก่อสร้าง เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วจะต้องเร่งรัดกระบวนการประกวดราคาจัดซื้อ จัดจ้าง และทำสัญญาให้ได้ภายในช่วงไตรมาสของปีงบประมาณ โดยวงเงินค่าก่อสร้างจะต้องประมาณการตามปริมาณงานจริงของแบบก่อสร้างที่ได้ ดำเนินการสำรวจและออกแบบแล้วเสร็จ

การเดินทางไปราชการต่างประเทศ ควรมีหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นหรือกรณีที่มีพันธะผูกพันหรือข้อตกลงหรือกรณีเป็น ภารกิจ โดยพิจารณาจำนวนคนและระยะเวลาการเดินทางตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยต้องเป็นบุคลากรผู้เกี่ยวข้องโดยตรงเท่านั้น

สำหรับการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณเพื่อเดินทางไปราชการต่างประเทศ ควรดำเนินการเฉพาะกรณีที่เป็นข้อผูกพันหรือความจำเป็นที่เกิดขึ้นระหว่างปี งบประมาณเท่านั้น และควรนำเทคโนโลยีการประชุมทางไกล มาใช้ในการประชุมระหว่างประเทศเพื่อประหยัดงบประมาณ สำหรับหน่วยงานที่มีการตั้งงบประมาณเดินทางไปราชการต่างประเทศในภารกิจเดิม เป็นประจำทุกปี ควรพิจารณาทบทวนโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่จะได้รับอย่างแท้จริง

ส่วน การจ้างที่ปรึกษา ควรบูรณาการระหว่างหน่วยงานภายในกระทรวง หรือระหว่างกระทรวง เพื่อลดความซ้ำซ้อน และประหยัดงบประมาณ ควรเผยแพร่องค์ความรู้จากผลการศึกษาหรือผลการวิจัยที่ผ่านมาให้หน่วยงาน ต่างๆสามารถเข้าถึงและนำไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกันได้ สำหรับหน่วยงานที่มีการจ้างที่ปรึกษาต่อเนื่องหลายปีควรปรับปรุงวิธีการ ดำเนินงานโดยใช้บุคลากรของหน่วยงานดำเนินการเอง และหากสาระสำคัญเป็นความลับของทางราชการไม่ควรจ้างที่ปรึกษาให้ดำเนินการ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูล

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท