posttoday
รัฐขอบคุณสนช.พร้อมรับคำแนะนำปรับปรุงการทำงาน

รัฐขอบคุณสนช.พร้อมรับคำแนะนำปรับปรุงการทำงาน

12 กันยายน 2557

"ปรีดิยาธร" ขอบคุณคำแนะนำแถลงนโยบาย พร้อมรับคำติชม ไปปรับปรุงการทำงาน ปั้น เศรษฐกิจดิจิตอล พื้นฐานเติบโตอนาคต

"ปรีดิยาธร" ขอบคุณคำแนะนำแถลงนโยบาย พร้อมรับคำติชม​ไปปรับปรุงการทำงาน ปั้น เศรษฐกิจดิจิตอล พื้นฐานเติบโตอนาคต

ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)​ พิจารณาวาระการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา  ภายหลังจากที่ สนช.​อภิปรายครบทั้งสิ้น 31 คนจากนั้น รองนายกฯ​และรัฐมนตรีจึงได้ลุกขึ้นชี้แจงเร่ิมจาก  ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายรัฐมนตรี ​ชี้แจง​ว่า ต้องขอขอบคุณคำติชม คำแนะนำ และการร่วมมือในการพิจารณาตลอด 8ชั่วโมง ​​ที่สำคัญของปฏิบัติหน้าที่นับจากนี้ ขอให้ติชมได้ตลอดเวลาเพื่อรัฐบาลจะได้นำไปปรับปรุงการทำงานดีขึ้น 

ทั้งนี้ ​สำหรับ การดูแลราคาสินค้าการเกษตรนั้น จะทำเร็วๆ นี้กับพืช 2-3 อย่าง ซึ่งจะทำให้ราคาเพิ่มขึ้น ส่วนเรื่องการส่งออกแม้ เศรษฐกิจไทยปัจจุบันพึ่งการส่งออกมากไปแต่ก็จะไม่หยุดส่งออก แต่จะพยายามผลักดันเศรษฐกิจในประเทศ ให้มีกระจายรายได้ที่ดี​รวมไปถึง การปฏิรูปภาษี ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์โลก หรือ สอดรับกับประชาคมอาเซียน  ซึ่งที่แถลงเป็นนโยบายชัดเจนคือ ​ภาษีเงินได้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ​ไม่เพิ่มแต่จะไปเพิ่มธุรกิจการค้า และ ภาษีทรัพย์สมบัติ ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน และภาษีอีกหลายอย่าง ซึ่งประเทศอื่นเก็บมากแล้วไทยยังเก็บน้อยอยู่

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า ​เรื่องสำคัญคือการจะจะผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจ ดิจิตอลจริงๆ ไม่ใช่แค่ซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์เท่านั้นแต่หมายถึงโครงดิจิตอลทั้งหมด และเป็นพื้นฐานการเติบโตทั้งบริการการเงิน และอุตสาหกรรมสร้างสรรอื่นๆ ทั้งหมด  อย่างบอร์ดแบนด์ก็จะทำเป็นเนชั่นนอลบอร์ดแบนด์ที่มีต้นทุนถูก ​

นายยงยุทธ ยุทธวงศ์​ รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า สำหรับงบประมาณวิจัยพัฒนาต่ำกว่าประเทศอื่น และต้องการให้เป็นสัดส่วน 1% จากรายได้ประชาชาติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่เพียง 0.3 % นั้น เป็นความตั้งใจที่จะทำแต่จะเห็นว่าคงไม่สามารถขยับแบบก้าวกระโดดได้​ ขณะที่การปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมาทำไม่สำเร็จนั้น อาจเป็นเพราะเน้นมาจากด้านบนมากเกินไป จากนี้จะได้เน้นเรื่องการพัฒนาจากฐานรากมากขึ้น

​นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า  จะรับข้อเสนอไปพิจารณาทั้งเรื่องการเชื่อมโยงกับกระทรวงศึกษา ให้เด็กเยาวชนมีความรู้ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒธรรม มีโครงการนำนักเรียนทัศนศึกษาที่พิพิธภัณฑ์ หรือ โบราณสถาน  ​รวมทั้งข้อเสนอ​จัดศูนย์ศิลปวัฒนธรรมอาเซียน เพื่อเรียนรู้เพื่อนบ้าน​ รวมทั้งการตั้งกองทุนวัฒนธรรม ซึ่งมีโอกาสเกิดไม่ยากหากร่วมมือกับเอกชน

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ​สำหรับ​นโยบาย ปกป้องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ นั้นเพราะปัจจุบันมีสถานกาณ์หลายอย่างที่ทำให้สถาบันถูกกล่าวหาแบบไม่รู้ข้อเท็จจริง และไม่ให้ความเป็นธรรมต่อสถาบัน โดยสถาบันไม่อาจปกป้องตัวเองได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและประชาชนทุกฝ่าย ซึ่งไม่ได้หมายความเพียงแค่จับกุมคุมขังดำเนินคดีอย่างเดียวแต่ยังมีมาตรการสังคมจิตวิทยา  การสื่อสารพร้อมนำเอาเทคโนโลยีมาใช้

​อย่างไรก็ตาม ในส่วนของข้อเสนอเรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรมนั้น   วัฒนธรรมไม่ได้ถือเป็นเรื่องเศรษฐกิจ แต่เป็นต้นทางพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลได้แบ่งโครงสร้างกำกับดูแลใหม่และจะนำเข้าครม.พิจารณาในวันอังคารหน้า  ซึ่งเป็นครั้งแรกมอบให้ พล.อ.ธนะศักดิ์​ ปฏิมาประกร รองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ รับเอากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กระทรวงวัฒนธรรม  ไปดูแลเชื่อมโยงเป็นกลุ่มเดียวกัน จากนี้ เวลาเดินสายไปต่างประเทศจะคุยเรื่องวัฒนธรรม ท่องเที่ยว กีฬา  ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มการศึกษาต่อไป ถือเป็นการจัดที่ใหม่ ​

นายวิษณุ กล่าวว่า  สำหรับเรื่องประวัติศาสตร์  และ ​ภาษาไทย ภาษาถิ่น รัฐส่งเสริมอุดหนุน ให้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะก่อนจะจัดทำแผนเรื่อง อาเซียน ต้องเรียนภาษาอังกฤษ​  เรากลัวว่าจะรู้เรื่องคนอื่นหมดแต่ลืมเรื่องประเทศไทย  หรือประเทศอาเซียนทั้ง ​9 ประเทศรู้เรื่องไทยดีกว่าคนไทยเพราะเขาทำอะไรทำจริง ดังนั้นเราต้องทำ และรู้เรา ค่อยแล้วรู้เขา แต่จะรู้เขาไม่รู้เราไม่ได้เด็ดขาด

นอกจากนี้  ในเรื่องกฎหมายที่มีสนช. แนะนำ หลายฉบับ หลายเรื่องรัฐบาลกำลังทำอยู่รอให้เสร็จและผลักดันเข้ามาสู่สภาแห่งนี้เร็วที่สุด แต่ส่วนใหญ่เป็นกฎหมายเก่าที่ปัดฝุ่นมาปรับปรุง ยังไม่ใช่กฎหมายที่เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้  แต่คาดว่าอีกเดือนหรือเดือนครึ่งข้างหน้าจะได้มีกฎหมายที่เป็น ดำริจากรัฐบาลตอบสนองนโยบาทยีที่แถลงวันนี้ออกมา ส่วนที่มีผู้เป็นห่วงว่า ภารกิจมากขนาดนี้จะทำไม่เสร็จภายในหนึ่งปี นั้นก็จะเร่ิมทำตั้งแต่วันพรุ่งนี้อย่างเป็นทางการ ทุกนาทีมีค่าทำได้เท่าไหร่เท่านั้น
นายวิษณุ กล่าวว่า  หัวใจของนโยบาย คือ 3 ป. ปฏิบัติ ปริยัติ ปฏิเวธ ​ที่เป็นหัวใจสำคัญ   คือ ปฏิบัติต้องทำเป็นตัวอย่าง  นำเอาผลออกมาแสดงให้ประชาชนรับทราบ และให้มีการประเมินผล  ซึ่งหลักนโยบายทั้ง 23 หน้าสรุปได้คอ หลักของการปฏิรป และ โปร่งใส  เป็นธรรมดังจะเห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ เพ่ิม คำว่า ปฏิรูป โปร่งใสใส่ไว้ในนโยบาย ด้วยตัวเอง​ซึ่งเป็นหัวหัวใจทั้งหมดของนโยบาย

นายปีติพงษ์​ พึ่งบุญ ณ​ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ มั่นใจว่าปีนี้จะเกิดความแห้งแล้งสร้างความเสียหายในพื้นที่หลายแห่ง ซึ่งจะออกไปดูด้วยตัวเองในวันที่ 13 ก.ย.​นี้  จากที่ได้ติดตามเรื่องน้ำอย่างใกล้ชิด ต้องเตรียมความพร้อม หลายด้านทั้ง อุปโภค บริโภค ทั้งเมืองและชนบท ต้องจัดให้เพียงพอ ​รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม เรื่องน้ำทะเลลุกล้ำพื้นที่เมือง 

 สำหรับเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบนั้น ​จะ​เน้นดูแลเกษตรกรรายครัวเรือนไม่เน้นหว่านวงกว้าง เพราะ ได้จดทะเบียนไว้หมดแล้วใครทำอะไรที่ไหนย่างไร  รวมทั้งถ่ายทอดเทคโนโลยี เกษตรกรเป็นเหลัก สู้ภัยแล้ง ​มีศูนย์การเรียนรู้ ​800กว่าแห่ง ทีจะคอยให้คำแนะนำรวมถึง การแนะนำให้ย้ายการผลิต ไปผลิตพืชอื่นให้เข้ากับโซนเศรษฐกิจ ​โดยใช้แนวเศรษฐกิจพอเพียง 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท