posttoday

ชาวบ้านขุดเจอพระพุทธรูปอายุเกือบพันปี

12 กันยายน 2557

ชุมพร-ชาวบ้านขุดพบพระพุทธรูปอายุเกือบพันปีส่งมอบพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาให้เป็สมบัติของแผ่นดิน

ชุมพร-ชาวบ้านขุดพบพระพุทธรูปอายุเกือบพันปีส่งมอบพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาให้เป็สมบัติของแผ่นดิน

นางสาวอัจจิมา หนูคง หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติชุมพร เปิดเผยว่า  นางแรกแย้ม และ นายปรีชา แดงเลิศ สองสามีภรรยา ชาวบ้านห้วยยายเอ หมู่ที่ 11 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ ได้ขุดพระพุทธรูปล้ำค่าจำนวน 3 องค์ พร้อมพระโพธิสัตว์ปัทมปาณิอีก 1 องค์ ขณะขุดบ่อน้ำบาดาลแล้วส่งมอบโบราณวัตถุทั้ง 4 ชิ้นให้กรมศิลปากรเก็บรักษา ขณะนี้โบราณวัตถุทั้งหมดได้นำมาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว

โบราณวัตถุทั้ง 4 ชิ้นตั้งอยู่บนโต๊ะในห้องประชุมพิพิธภัณฑ์ สององค์แรกเป็นพระพุทธรูปเนื้อโลหะสำริด ปางสมาธิ หน้าตักกว้างประมาณ 11เซนติเมตร สูงจากฐานถึงยอดส่วนนาคปรกประมาณ 28 เซนติเมตร มีพระพุทธรูปนาคปรกขนาดเล็กล้อมรอบ 5 องค์ ส่วนที่ฐานพระมีพระพุทธรูปขนาดเล็กรายรอบอีก 17 องค์ และด้านหลังยังมีพระพุทธรูปขนาดเล็กอยู่ในซุ้มอีก 1 องค์

องค์ต่อมาเป็นพระพุทธรูปเนื้อโลหะสำริด ประทับยืนปางห้ามญาติ ฐานกว้างประมาณ 7 เซนติเมตร สูงประมาณ 33 เซนติเมตร ส่วนองค์สุดท้ายเป็นพระโพธิสัตว์ปัทมปาณิ เนื้อโลหะสำริด ฐานกว้างประมาณ 10 เซนติเมตร สูงประมาณ 40 เซนติเมตร ประหัตถ์ขวาถือแท่งหิน ประหัตถ์ซ้ายถือดอกบัว พระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์ทั้ง 4 องค์มีสภาพสมบูรณ์ แต่ถูกสนิมสำริดเกาะเต็มไปหมด ส่วนรูปแบบศิลปะคาดว่าคงเป็นศิลปะแบบบาปวน มีอายุอยู่ใช่วงประมาณพุทธศตวรรษที่ 16-18
 
ผู้ที่มอบโบราณวัตถุทั้ง 4 ชิ้นได้ขุดพบเมื่อเดือนมีนาคม 2556 จึงเก็บรักษาเอาไว้กระทั่งมีข่าวชาวบ้านมอบทองคำโบราณที่ขุดพบในจ.พัทลุงให้กรมศิลปากรจึงรู้สึกไม่สบายใจที่จะเก็บโบราณวัตถุเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว ได้ติดต่อเพื่อขอส่งมอบให้เป็นสมบัติแผ่นดิน หลังจากนี้คงต้องมีการสำรวจพื้นที่รอบๆ จุดที่พบโบราณวัตถุทั้ง 4 ชิ้นโดยละเอียด หากพบร่องรอยหรือหลักฐานทางโบราณคดีเพิ่มอีก ก็จะขออนุมัติงบประมาณในการขุดค้นทางโบราณคดีต่อไป
 
นายอาณัติ บำรุงวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 14 นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เบื้องต้นคาดว่าโบราณวัตถุทั้ง 4 ชิ้น อาจเป็น “ศิลปะแบบบาปวน” ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16-18 หรือกว่า 900 ปีมาแล้ว การพบโบราณวัตถุทั้ง 4 ชิ้นนี้ถือเป็นการค้นพบที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้สามารถสืบค้นเส้นทางติดต่อกันระหว่างสองคาบสมุทรของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และจากการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศรอบๆ ของจุดที่พบโบราณวัตถุก็ได้รับคำบอกเล่าจากคนในพื้นที่ว่า ในสมัยโบราณเคยเป็นเส้นทางสัตว์เดินที่เรียกว่า “คาน” มาก่อนที่มนุษย์จะใช้เป็นเส้นทางเดินขึ้นไปบนยอดเขา ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า โบราณวัตถุเหล่านี้อาจไหลหล่นลงมาจากยอดเขาก่อนถูกทับถมโดยธรรมชาติจนกระทั่งมีคนมาขุดพบในครั้งนี้

ข่าวล่าสุด

เปิดข้อเท็จจริงระบบพลังงาน เช็คสต๊อกน้ำมันแบบเรียลไทม์ทำได้จริงไหม?