
สนช.รุมอวยนโยบายรัฐบาลประยุทธ์
สนช.อภิปรายชื่นชมรัฐบาลประยุทธ์ หนุนขับเคลื่อนตามนโยบาย ผลักดันปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้สำเร็จ
สนช.อภิปรายชื่นชมรัฐบาลประยุทธ์ หนุนขับเคลื่อนตามนโยบาย ผลักดันปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้สำเร็จ
วันที่12 ก.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายเสร็จสิ้นโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้ประกาศคติการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ว่า “จริงใจ จริงจัง และยั่งยืน” พร้อมย้อนถามสมาชิกว่า“ไม่ทราบว่าท่านผู้ใดมีคำถามอะไรจะถามหรือไม่” แต่ตนไม่ทราบชี้แจงได้ทั้งหมดหรือไม่เพราะติดภารกิจไป จ.สุโขทัยเพื่อดูแลปัญหาน้ำท่วม
จากนั้นสนช. ได้ลุกขึ้นอภิปรายประมาณ 30 คน โดย ส่วนใหญ่ได้ลุกขึ้นอภิปรายชื่นชมการแถลงนโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า พูดจาเข้าใจง่ายและเป็นนโยบายที่เหมาะสมแก่ประเทศอย่างยิ่ง ขณะเดียวกันก็มีข้อเสนอแนะรายละเอียดบางประการ อาทิ การปกป้องสถาบันและนำแนวทางพระราชดำริ เศรษฐกิจมาใช้ในการบริหารประเทศถือเป็นสิ่งที่เหมาะสม พร้อมทั้งสร้างศักยภาพเศรษฐกิจให้มีความเข้มแข้งมากขึ้น และปฏิรูปการศึกษาอย่างรอบด้าน พร้อมทั้งสร้างอาชีพโดยเน้นภาคอุสาหรรมในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
นายอิสระ ว่องกุศลกิจ สนช. กล่าวอภิปรายว่า นโยบายคณะรัฐบาลข้อ 9.4 เรื่องการบริหารจัดการน้ำนั้นยังมีปัญหาเรื่องสถานสูบน้ำและโรงไฟฟ้าจำนวน 2,388 แห่งทั่วประเทศใช้งานได้มีประสิทธิภาพเพียงครึ่งเดียว เพราะอีกครึ่งหนึ่งในจำนวนโรงไฟฟ้าข้างต้นกลับเดินหน้าไม่ได้ เพราะขาดงบประมาณซ่อมบำรุง ไม่มีงบที่จะเดินไฟฟ้า ซึ่งหากบูรณาการแก้ไขโรงไฟฟ้าทั้ง 2,388 สถานีนี้สามารถแก้ไขให้เดินหน้าได้
นายอิสระกล่าวต่อว่า ประเด็นที่ 2 เรื่องการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งรัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 1 นั้น เป็นตัวเลขที่ก้าวหน้ามาก เพราะปัจจุบันเราใช้แค่ 0.22 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งการวิจัยและพัฒนาจำเป็นอย่างมาก จึงขอเสนอให้สถาบันวิจัยเหล่านี้รวมเป็นศูนย์เดียว การทำงานกับภาคเอกชนจะได้มีประสิทธิผล เพราะขณะนี้ภาคเอกชนไม่สามารถทราบได้ว่า องค์กรใดจะมาช่วยในงานด้านการวิจัยได้ การทำงานร่วมกันจึงขาดการบูรณาการ
ขณะที่ รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน สนช. กล่าวว่า เห็นด้วยกับนโยบายปกป้องเชิดชูพระมหากษัตริย์ ซึ่งจากรัฐบาลในอดีตตั้งแต่ก่อน14 ต.ค.2516 นโยบายรัฐบาลจะขยายความ พูดถึงระบอบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาตลอด แต่ภายหลังเมื่อต้นปี 2544 เข้ามาบริหารประเทศ ก็พูดเน้นเรื่องประชาธิปไตยที่ประชาชนมีส่วนร่วม นี่คือสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาในสังคมตามมา โดยการที่รัฐบาลนี้เข้ามากำหนดนโยบายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ทำให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไป
สำหรับนายสมพร เทพสิทธา สนช.กล่าวว่า ขอเสนอรัฐบาลให้รัฐบาลขับเคลื่อนแผนงานยุทธศาตร์ ที่เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้บรรลุผลสำเร็จ โดยตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี รัฐบาลต้องร่วมกับประชาชนทุกภาคส่วน ทำให้ประเทศไทยเป็นแผ่นดินแห่งเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมพรรษา 90 พรรษา พร้อมทั้งขอเสนอให้รัฐบาลปฏิรูปการศึกษาที่สอดแทรกเรื่องคุณธรรมเข้าสู่ระบบการศึกษาให้สมกับที่มีผู้ยกย่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน







