
ประยุทธ์ตั้งกรรมการสอบซื้อไมโครโฟน
นายกฯประยุทธ์นำแถลงนโนยบายบริหารประเทศเห็นผลหนึ่งปี ตั้งกก.สอบซื้อไมโครโฟน แก้ไฟใต้เน้นเจรจาสันติวิธี
นายกฯประยุทธ์นำแถลงนโนยบายบริหารประเทศเห็นผลหนึ่งปี ตั้งกก.สอบซื้อไมโครโฟน แก้ไฟใต้เน้นเจรจาสันติวิธี
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาวาระแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำกล่าวแถลงนโยบายรัฐบาล ระบุว่า เงื่อนไขของรัฐบาลนี้ต่างจากรัฐบาลอื่นๆ ตรที่ไม่ได้มีหน้าที่แค่บริหารประเทศ แต่มี 3 หน้าที่ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 19 คือ บริหารประเทศ ปฏิรูปประเทศ และ ส่งเสริมความสมานฉันท์คนในชาติ ซึ่งเป็นภาระหนักหน้า และรัฐบาลไม่ประสงค์อยู่ไปวันๆ แต่เร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน และวางแผนระยะยาวควบคู่กันไป
ทั้งนี้ การบริหารราชการด้านต่างๆ เดินหน้าต่อไปตามที่กำหนด 11 ด้าน โดยอยู่พื้นฐาน 4 เรื่อง คือ ยุทธศาสตร์ 1.เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 2.ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง 3. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 และ 4 ความต้องการประชาชน โดย คำนึงถึงเงื่อนไข ทั้ง เวลา ความท้าทาย ที่ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่รัฐบาลฝ่ายเดียว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายพรรคการเมือง ไม่ต้องการหาคะแนนนิยมให้กับตัวเอง และรัฐบาลชุดนี้จะบริหารประเทศโดยไม่สร้างภาระผูกพัน จนเสียวินัยการเงินการคลัง ไม่เป็นภาระลูกหลานในอนาคต ทั้งนี้การบริหารราชการเร่งรัดแต่ละหน่วยงานทำงานรวดเร็วเรียบร้อยโดยกำกับดูแลใกล้ชิด ให้เกิดความโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แนวทางการบริหารประเทศที่ยั่งยืนจะต้องทำให้เห็นว่าประเทศจะเดินไปทางไหน ต้องมีการวางแผนให้ทุกคนรับทราบเพื่อพิจารณาความเสี่ยงและเตรียมแผนสำรองรองรับทุกเรื่อง เช่น ประชาชน ควรทราบว่าถ้าจะทำผังเมืองใหม่ จะมีผังเมืองอย่างไร เช่นเมืองเก่า หนาแน่นต้องตีกรอบให้ชัดเจน ต้องรู้ว่าจะมีถนนอะไรในอนาคต โดยต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วนเจ้าของที่ดิน เวนคืนเป็นธรรม
อย่างไรก็ตามสำหรับยุทธศาสตร์ยั่งยืน การวางผังเมืองที่ดี ต้องวางทั้งระบบสาธารณปูโภค ต้องบูรณการให้เสร็จในคราวเดียวกัน ทั้ง โทรศัพท์ ไฟฟ้า ประปา ถ้าทำได้ต้องทำร่วมกัน ไม่ใช่มาขุด 3 รอบ ต้องให้แต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปพูดคุยกัน ไม่ให้ทุกอย่างกลายเป็นเบี้ยหัวแตกจากที่เคยไปดูงานต่างประเทศบางแห่งมีเมืองหลวงสองส่วน เมืองหลวงเก่า เมืองหลวงใหม่วางผังเมืองสวย ซึ่งวันข้างหน้าถ้าเราจะทำก็คงจะต้องมีการต่อต้านดังนั้นทำตรงไหนได้ก็ทำก่อน
สำหรับนโยบาย 11 ด้านได้แก่ 1.การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ 3.การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ 4.การศึกษาและเรียนรู้ การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม 5.การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน 6.การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ 7.การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน 8.การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและการพัฒนา และนวัตกรรม 9.การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน 10.การส่งเสริมการบริหารราชกาแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ และ 11.การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการปรับปรุงจัดเก็บภาษี ทั้งภาษีที่ดิน มรดก ภาษีสิ่งปลูกสร้างจะทำให้เสร็จปีนี้ โดยจะพยายาม ทำให้เกิดผลประทบน้อยสุดกับผู้มีรายได้น้อย แต่จะทำอย่างไรให้คนมีรายได้น้อยเข้ามามีส่วนร่วมกระบวนการภาษี จาก 20 ล้าน มาเป็น 40 ล้าน 50 ล้านคนให้ได้ และจะยกเลิกระบบภาษีที่เอ้ื้อประโยชน์ผู้มีฐานะดี แต่จะเน้นการสร้างแรงจูงใจการลงุทน เรื่องโรงไฟฟ้านั้นจะต้องมีการเฉลี่ยไปทุกภาค เพ่ื่อป้องกันด้านความมั่นคง ต้องมีแหล่งไฟฟ้าขนาดเล็กกระจายตัว เพื่อไม่ต้องส้ิ้นเปลืองสายส่ง ดังนั้นหากจะคิดง่ายๆ ว่าจะตั้งตรงไหนก็คงต้องไปดูตรงเขื่อน
สำหรับเรื่องการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น นั้น เรื่องไมโครโฟนได้ตั้งกรรมการตรวจสอบแล้ว อะไรก็ตามไม่ใช่เรื่องอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องระบบราชการต้องมีการปฏิรูปไม่ให้มีการกดดัน ก้าวก่าย แทรกแซง เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากพรรคการเมือง ดังนั้นการป้องกันปราบปรามการทุริตทำอย่างเต็มที่
“นโยบายทั้งหมด พูดให้ดี เขียนให้หรู ไม่ได้ทำ ก็ไม่เกิดประโยชน์ แล้วจะเหนื่อยทำไม เพราะฉะนั้นทุกกระทรวงจะต้องยึดถือแล้วนำไปปฏิบัติ และทำริเริ่มเพิ่มเติมไปด้วย สิ่งไหนทำได้ ก็ทำทันที แล้วให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายในหนึ่งปี อันไหนที่ยั่งยืนก็ทำต่อเพื่อรัฐบาลหน้า”
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องการปฏิรูปจะมีประชุมอีกหลายรอบ คัดเลือกคนเหมาะสมมาเปลี่ยนแปลงประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก ซึ่งทั้ง กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรปแห่งชาติ ล้วนแต่เป็น สถาปกนิกที่จะสร้างประชาธิปไตยให้มั่นคง ผสมเหล็กหินทรายให้มั่นคง การทำงานจากนี้มีแอคชั่นแพลานทุกระทรวงเตรียมตัวหมดแล้ว เตรียมนำเข้าครม.พิจารณา และวันพุธหน้าจะมีการประชุมทำความเข้าใจส่วนราชการ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะไม่ทำเรื่องประชานิยม แต่จะทำเรื่องการกู้ค่านิยม 12 ประการซึ่งได้สั่งการว่าไม่ต้องเอารูปตนรูปใคร รูปข้าราชการไม่ควรไปติดตามถนน แต่ควรจะติดสิ่งที่จะทำมากกว่า ทั้งนี้ ส่ิงที่ต้องการคือ สปช. สนช.เข้ามาช่วยตรวจสอบการทำงาน ซึ่งไม่ปิดบัง กีดกัน แต่สิ่งไหนดีก็ชมหน่อย สิ่งไหนไม่ดีทักท้งคุยดีๆ อย่าไปตีผ่านสื่อ
"มีอย่างที่ไหนว่าผมไปสั่งธนาคาร ไม่ให้เปิดเผยเงินฝากจำนวน 2.8 หมื่นล้านบาท ถ้าผมมีถึงขนาดนั้น คงไม่มายืนอยู่อย่านี้ คงเอาให้ชาวนาไปแล้ว หรือเอาไปสร้างสิ่งที่เกิดประโยชน์ แต่ผมไม่รวยขนาดนั้น นโยบายของรัฐบาลคือ ทำก่อน ทำจริง ทำทันที เกิดผลสัมฤทธิ์ และยั่งยืน ส่วนหลักการของรัฐบาลคือ จริงใจ จริงจัง และยั่งยืน”
แก้ไฟใต้เน้นเจรจาสันติวิธี
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดตั้งแต่ 2547 นานเกือบ 10 ปี เป็นการต่อสู้เชิงความคิด ต้องใช้หลายวิธีการ มียุทธศาสตร์9 ยุทธ์ศาสตร์ ที่เดินหน้ามาตามลำดับและปรับปรุงอีกครั้งในปี 2555 เพ่ิมการพูดคุย เดิมใช้การพูดคุยสันติภาพ ไม่ได้รบใคร แต่พูดคุยกับคนที่มีความเห็นแตกต่างทางความคิดจึงใช้การพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน ทั้งไทยพุทธ มุสลิม และยุทธศาสตร์เข้าใจเข้าถึงพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ของในหลวงต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน
ทั้งนี้ ต้อง พูดคุยกับผู้เห็นต่าง ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการแยกดินแดน แต่ถือว่าเป็นคนไทยด้วยกันไม่ต้องการให้เรื่องนี้ไปโผล่ในเวทีสากล เพราะทุกประเทศอาเซียนบอกว่าเป็นปัญหาภายในแต่ คนไทยกลับอยากเอาเป็นปัญหาภายนอก ซึ่งเราต้องใช้แนวางพูดคุย กัลยาณมิตรแบบสันติวิธี ใครจะช่วยอำนวยความสะดวกว่าไป สร้างความเข้าใจกับผู้เห็นต่างภาครัฐ รวมทั้ง การดำเนินการทางกฎหมายทำไป วันนี้ ทหารไปอยู่ 4 หมื่นกว่าคน ไม่ได้ไปสงคราม แต่ไปเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ช่วยตำรวจในพื้นที่ ไม่ได้ลงไปไล่ล่าฆ่าฟันใคร เรายืึดถือกระบวนการยุติธรม นิติธรรม สิทธมนุษยชน ไม่เลือกปฏิบัติ ควรคู่ไปกับการพัมนาเศรษฐกิจสังคม ให้สอดคล้องความต้องการ และขจัดการฉวยโอกาสสร้างความรุนแรง ผู้มีอิทธิพล การค้าขายผิดกฎหมาย ซึ่งมีผลกระทบทั้งส้ิน ซึ่งทั้งหมดคงไม่สามารถแก้ได้แบบสองวันจบ บางประเทศมีปัญหา 50-60 ปี เพิ่งจะมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่.







