posttoday
ประยุทธ์ตั้งกรรมการสอบซื้อไมโครโฟน

ประยุทธ์ตั้งกรรมการสอบซื้อไมโครโฟน

12 กันยายน 2557

นายกฯประยุทธ์นำแถลงนโนยบายบริหารประเทศเห็นผลหนึ่งปี ตั้งกก.สอบซื้อไมโครโฟน แก้ไฟใต้เน้นเจรจาสันติวิธี

นายกฯประยุทธ์นำแถลงนโนยบายบริหารประเทศเห็นผลหนึ่งปี ตั้งกก.สอบซื้อไมโครโฟน แก้ไฟใต้เน้นเจรจาสันติวิธี 
 
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาวาระแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ  โดยพล.อ.ประยุทธ์​ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำกล่าวแถลงนโยบายรัฐบาล ระบุว่า เงื่อนไขของรัฐบาลนี้ต่างจากรัฐบาลอื่นๆ  ตรที่ไม่ได้มีหน้าที่แค่บริหารประเทศ แต่มี 3 หน้าที่ตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 19 คือ บริหารประเทศ ปฏิรูปประเทศ และ ส่งเสริมความสมานฉันท์คนในชาติ  ซึ่งเป็นภาระหนักหน้า และรัฐบาลไม่ประสงค์อยู่ไปวันๆ แต่เร่งแก้ปัญหาเร่งด่วน และวางแผนระยะยาวควบคู่กันไป
​
ทั้งนี้ การบริหารราชการด้านต่างๆ เดินหน้าต่อไปตามที่กำหนด 11 ด้าน  โดยอยู่พื้นฐาน 4 เรื่อง  คือ ​ยุทธศาสตร์ ​ 1.เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา 2.ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียง 3.  แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ฉบับที่ 11  และ 4 ความต้องการประชาชน  โดย คำนึงถึงเงื่อนไข ทั้ง เวลา ความท้าทาย ที่​ทุกคนต้องช่วยกัน ไม่ใช่รัฐบาลฝ่ายเดียว ​

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นโยบายรัฐบาลชุดนี้ไม่มีนโยบายพรรคการเมือง ไม่ต้องการหาคะแนนนิยมให้กับตัวเอง และรัฐบาลชุดนี้จะบริหารประเทศโดยไม่สร้างภาระผูกพัน จนเสียวินัยการเงินการคลัง ไม่เป็นภาระลูกหลานในอนาคต ทั้งนี้การบริหารราชการเร่งรัดแต่ละหน่วยงานทำงานรวดเร็วเรียบร้อยโดยกำกับดูแลใกล้ชิด ให้เกิดความโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แนวทางการบริหารประเทศที่ยั่งยืนจะต้องทำให้เห็นว่าประเทศจะเดินไปทางไหน  ต้องมีการวางแผนให้ทุกคนรับทราบ​เพื่อ​พิจารณาความเสี่ยงและเตรียมแผนสำรองรองรับทุกเรื่อง  เช่น ประชาชน ควรทราบว่าถ้าจะทำผังเมืองใหม่ ​จะมีผังเมืองอย่างไร เช่นเมืองเก่า หนาแน่นต้องตีกรอบให้ชัดเจน  ​ต้องรู้ว่าจะมีถนนอะไรในอนาคต  โดยต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วนเจ้าของที่ดิน เวนคืนเป็นธรรม

อย่างไรก็ตามสำหรับยุทธศาสตร์ยั่งยืน การวางผังเมืองที่ดี ต้องวางทั้งระบบสาธารณปูโภค ต้องบูรณการให้เสร็จในคราวเดียวกัน ทั้ง  โทรศัพท์ ไฟฟ้า ประปา ถ้าทำได้ต้องทำร่วมกัน ไม่ใช่มาขุด 3 รอบ ต้องให้แต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องไปพูดคุยกัน ไม่ให้ทุกอย่างกลายเป็นเบี้ยหัวแตกจากที่เคยไปดูงานต่างประเทศบางแห่งมีเมืองหลวงสองส่วน เมืองหลวงเก่า เมืองหลวงใหม่วางผังเมืองสวย ซึ่งวันข้างหน้าถ้าเราจะทำก็คงจะต้องมีการต่อต้านดังนั้นทำตรงไหนได้ก็ทำก่อน  

สำหรับนโยบาย 11 ด้านได้แก่ 1.การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์  2.การรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศ ​ 3.การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและการสร้างโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ​ 4.การศึกษาและเรียนรู้ การทะนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม​ 5.การยกระดับคุณภาพบริการด้านสาธารณสุข และสุขภาพของประชาชน​ 6.การเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ  7.การส่งเสริมบทบาทและการใช้โอกาสในประชาคมอาเซียน  8.การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและการพัฒนา และนวัตกรรม 9.การรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์กับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน  10.การส่งเสริมการบริหารราชกาแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ  และ 11.การปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ​สำหรับเรื่องการปรับปรุงจัดเก็บภาษี  ทั้งภาษีที่ดิน มรดก ภาษีสิ่งปลูกสร้างจะทำให้เสร็จปีนี้ โดยจะพยายาม​ ทำให้เกิดผลประทบน้อยสุดกับผู้มีรายได้น้อย ​แต่จะทำอย่างไรให้คนมีรายได้น้อยเข้ามามีส่วนร่วมกระบวนการภาษี จาก 20 ล้าน  มาเป็น 40 ล้าน 50 ล้านคนให้ได้ และจะยกเลิกระบบภาษีที่เอ้ื้อประโยชน์ผู้มีฐานะดี ​แต่จะเน้นการสร้างแรงจูงใจการลงุทน เรื่องโรงไฟฟ้านั้นจะต้องมีการเฉลี่ยไปทุกภาค เพ่ื่อป้องกันด้านความมั่นคง  ต้องมีแหล่งไฟฟ้าขนาดเล็กกระจายตัว เพื่อไม่ต้องส้ิ้นเปลืองสายส่ง  ดังนั้นหากจะคิดง่ายๆ ว่าจะตั้งตรงไหนก็คงต้องไปดูตรงเขื่อน 

สำหรับเรื่องการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น​ นั้น เรื่องไมโครโฟนได้ตั้งกรรมการตรวจสอบแล้ว อะไรก็ตามไม่ใช่เรื่องอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ส่วนเรื่องระบบราชการต้องมีการปฏิรูปไม่ให้มีการกดดัน ก้าวก่าย แทรกแซง ​เพราะรัฐบาลนี้ไม่ได้มาจากพรรคการเมือง ​ดังนั้นการป้องกันปราบปรามการทุริตทำอย่างเต็มที่ 

“นโยบายทั้งหมด พูดให้ดี เขียนให้หรู ไม่ได้ทำ ก็ไม่เกิดประโยชน์ แล้วจะเหนื่อยทำไม  เพราะฉะนั้นทุกกระทรวงจะต้องยึดถือแล้วนำไปปฏิบัติ และทำริเริ่มเพิ่มเติมไปด้วย สิ่งไหนทำได้ ก็ทำทันที แล้วให้เกิดผลสัมฤทธิ์ภายในหนึ่งปี​ อันไหนที่ยั่งยืนก็ทำต่อเพื่อรัฐบาลหน้า”

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ​เรื่องการปฏิรูปจะมีประชุมอีกหลายรอบ คัดเลือกคนเหมาะสมมาเปลี่ยนแปลงประเทศให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก  ซึ่งทั้ง กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ​สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สภาปฏิรปแห่งชาติ ล้วนแต่​เป็น สถาปกนิกที่จะสร้างประชาธิปไตยให้มั่นคง ผสมเหล็กหินทรายให้มั่นคง ​การทำงานจากนี้มีแอคชั่นแพลานทุกระทรวงเตรียมตัวหมดแล้ว  เตรียมนำเข้าครม.พิจารณา  และวันพุธหน้าจะมีการประชุมทำความเข้าใจส่วนราชการ
​
พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวว่า จะไม่ทำเรื่องประชานิยม แต่จะทำเรื่องการกู้ค่านิยม 12 ประการซึ่งได้สั่งการว่าไม่ต้องเอารูปตน​รูปใคร รูปข้าราชการไม่ควรไปติดตามถนน แต่ควรจะติดสิ่งที่จะทำมากกว่า ​​ทั้งนี้ ส่ิงที่ต้องการคือ สปช. สนช.​เข้ามาช่วยตรวจสอบการทำงาน ซึ่งไม่ปิดบัง กีดกัน แต่สิ่งไหนดีก็ชมหน่อย สิ่งไหนไม่ดีทักท้งคุยดีๆ อย่าไปตีผ่านสื่อ
 ​
"มีอย่างที่ไหนว่าผมไปสั่งธนาคาร ไม่ให้เปิดเผยเงินฝากจำนวน 2.8 หมื่นล้านบาท ถ้าผมมีถึงขนาดนั้น คงไม่มายืนอยู่อย่านี้ คงเอาให้ชาวนาไปแล้ว หรือเอาไปสร้างสิ่งที่เกิดประโยชน์ แต่ผมไม่รวยขนาดนั้น นโยบายของรัฐบาลคือ ทำก่อน ทำจริง ทำทันที  เกิดผลสัมฤทธิ์ และยั่งยืน ส่วนหลักการของรัฐบาลคือ จริงใจ จริงจัง และยั่งยืน”

แก้ไฟใต้เน้นเจรจาสันติวิธี

พล.อ.ประยุทธ์​กล่าวว่า ​สำหรับปัญหาความไม่สงบในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เกิดตั้งแต่ 2547 นานเกือบ 10 ปี เป็นการต่อสู้เชิงความคิด ต้องใช้หลายวิธีการ  มียุทธศาสตร์​9 ยุทธ์​ศาสตร์ ที่เดินหน้ามาตามลำดับและปรับปรุงอีกครั้งในปี 2555  เพ่ิมการพูดคุย เดิมใช้การพูดคุยสันติภาพ ไม่ได้รบใคร แต่พูดคุยกับคนที่มีความเห็นแตกต่างทางความคิดจึงใช้การพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน  ทั้งไทยพุทธ มุสลิม  และยุทธศาสตร์เข้าใจเข้าถึงพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ของในหลวง​ต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กัน

ทั้งนี้ ​ต้อง พูดคุยกับผู้เห็นต่าง ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการแยกดินแดน แต่ถือว่าเป็นคนไทยด้วยกัน​ไม่ต้องการให้เรื่องนี้ไปโผล่ในเวทีสากล เพราะทุกประเทศอาเซียนบอกว่าเป็นปัญหาภายในแต่ คนไทยกลับอยากเอาเป็นปัญหาภายนอก ซึ่งเราต้องใช้แนวางพูดคุย กัลยาณมิตรแบบสันติวิธี  ใครจะช่วยอำนวยความสะดวกว่าไป สร้างความเข้าใจกับผู้เห็นต่างภาครัฐ รวมทั้ง การดำเนินการทางกฎหมายทำไป วันนี้ ทหารไปอยู่  4 หมื่นกว่าคน ไม่ได้ไปสงคราม แต่ไปเพื่อบังคับใช้กฎหมาย ช่วยตำรวจในพื้นที่ ไม่ได้ลงไปไล่ล่าฆ่าฟันใคร เรายืึดถือกระบวนการยุติธรม นิติธรรม สิทธมนุษยชน ไม่เลือกปฏิบัติ ควรคู่ไปกับการพัมนาเศรษฐกิจสังคม  ให้สอดคล้องความต้องการ และขจัดการฉวยโอกาสสร้างความรุนแรง​ ผู้มีอิทธิพล การค้าขายผิดกฎหมาย  ซึ่งมีผลกระทบทั้งส้ิน ซึ่งทั้งหมดคงไม่สามารถแก้ได้แบบสองวันจบ ​บางประเทศ​มีปัญหา 50-60 ปี เพิ่งจะมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท