
กลับคืนท้องนา
การอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านพ้นไป อย่างไรเสีย รัฐบาลยังคงอยู่ เพราะการอภิปรายของฝ่ายค้านไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อบ้านเมืองเลย นอกเสียจากการทำตามคำสั่งแดงตัวพ่อ
การอภิปรายไม่ไว้วางใจผ่านพ้นไป อย่างไรเสีย รัฐบาลยังคงอยู่ เพราะการอภิปรายของฝ่ายค้านไม่ได้เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อบ้านเมืองเลย นอกเสียจากการทำตามคำสั่งแดงตัวพ่อ
หลังจากก่อสงครามไพร่จนบ้านเมืองยับเยินไปเรียบร้อย
เอาล่ะเมื่อการเมืองในสภายุติลง ก็ต้องกลับเข้ามาสู่ความจริงของชีวิต โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่เสียหายจากการเผาบ้านเผาเมือง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ประเมินภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ จะขยายตัวเพียง 3.5-4.5% เทียบกับประมาณการเดิมจะขยายตัวถึง 6-7%
คำเตือนของสภาพัฒน์ยังไม่หมด โดยหากการเมืองยังไม่สงบ เศรษฐกิจมีโอกาสจะหดตัวลงกว่าเดิม
ทั้งหมดเป็นผลจากม็อบแดง
แน่นอน การที่เศรษฐกิจขยายตัวลดลง ต้องมีคนจ่าย เริ่มจากธุรกิจท่องเที่ยวที่โดนเข้าไปเต็มรัก และจะตามมาด้วยการลงทุนจากต่างประเทศ
รัฐบาลจำเป็นต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อประคับประคองไม่ให้เศรษฐกิจหดตัว ขณะเดียวกันต้องหาทางทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ
และสิ่งหนึ่งที่รัฐบาลสามารถทำได้ คือทำให้ราคาสินค้าเกษตรขยับตัว โดยเฉพาะ ข้าว
อย่าลืม ประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ ชาวนา หากทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้น ก็เท่ากับเป็นการยกระดับความเป็นอยู่ให้คนรากหญ้า
ที่สำคัญ หากชาวนาได้เงินเพิ่ม สิ่งที่จะทำทันทีก็คือการใช้จ่าย และเม็ดเงินมหาศาลจะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ
แต่ละปี มีผลผลิตข้าวราวๆ 30 ล้านเกวียน หากทำให้ราคาข้าวขยับตันละ 1,000 บาท เท่ากับจะมีเงินเริ่มต้นเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจถึง 3 หมื่นล้านบาท และเงินจำนวนนี้จะหมุนเวียนหลายรอบ ได้รับผลดีทั่วหน้า
ข้าว จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพในบ้านเมือง ขณะเดียวกันยังเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจของชาติด้วยเช่นกัน
แดงผ่านไป คิดถึงท้องทุ่งบ้านนาเสียทีเถอะพ่อมาร์ค







