
มาร์คปิดซักฟอกขอทุกฝ่ายปรองดอง
มาร์คปิดท้ายศึกซักฟอกวอนทุกฝ่ายร่วมเดินหน้าตามแผนปรองดอง-ปฏิรูปความเหลื่อมล้ำในสังคม ย้ำรัฐบาลเปิดโอกาสให้อภิปรายสะท้อนความต้องการให้กระบวนการรัฐสภาทำหน้าที่ "ชัย"นักลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10.00น.
มาร์คปิดท้ายศึกซักฟอกวอนทุกฝ่ายร่วมเดินหน้าตามแผนปรองดอง-ปฏิรูปความเหลื่อมล้ำในสังคม ย้ำรัฐบาลเปิดโอกาสให้อภิปรายสะท้อนความต้องการให้กระบวนการรัฐสภาทำหน้าที่ "ชัย"นักลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ 10.00น.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวปิดท้ายการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า รัฐบาลมีความจริงใจในการหาทางแก้ไขปัญหาความแตกแยกต่างๆมาตั้งแต่ต้น และเชื่อมั่นมาตลอดว่าปัญหาต่างๆจะคลี่คลายไปในทางที่สันติ แต่อุปสรรคที่สำคัญที่สุด คือเมื่อเกิดการชุมนุมที่เกินขอบเขตของรัฐธรรมและสร้างความเดือดร้อนความเสียหายให้กับคนจำนวนไม่น้อย ประกอบกับการที่มีกองกำลังติดอาวุธ ก่อการร้าย ก่อวินาศกรรม การตัดสินใจแต่ละช่วงจึงมีความยากลำบากเป็นพิเศษ
"การตัดสินใจแต่ละครั้งคือความพยายามที่จะให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินให้น้อยที่สุด และถ้ามีกรณีใดที่ต้องเลือก เหมือนเหตุการณ์วันที่ 19 พ.ค. ระหว่างทรัพย์สินกับชีวิต รัฐบาลเห็นชีวิตเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า ซึ่งทั้งหมดนี้ยังมีหลายเรื่องที่ต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงต่อไป"นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องที่มีการพาดพิงในกรณีเรื่อง รถไฟฟ้าสายสีม่วงที่มีการนำเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 ส.ค.2552 เป็นการรายงานความคืบหน้าของโครงการ ครม.จึงมีมติเพื่อรับทราบในส่วนเรื่องการขอปรับกรอบค่างานโยธาของสัญญาที่ 6 เรื่องงานระบบราง จาก 4,077 ล้านบาท เป็น 3,638 ล้านบาท
ครม.ไม่เคยปล่อยปละละเลยเรื่องนี้ เพราะมีการอภิปรายเรื่องกรอบวงเงินในสภาหลายครั้ง เห็นได้จากมติครม.ที่กำชับให้กระทรวงคมนาคมเข้าไปตรวจสอบดูแลการดำเนินการต่างๆให้ถูกต้อง และต้องอยู่ในกรอบวงเงินตามมติครม.วันที่ 17 มิ.ย.2551 ซึ่งมติครม.ในวันนั้นเป็นอย่างไร การดำเนินการในขณะนี้ครม.ชุดนี้ก็มีมติให้ดำเนินการไปตามนั้น
นอกจากนี้ยังมีการอภิปรายเรื่องการใช้อำนาจในการแต่งตั้งรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่าการดำเนินการทุกครั้งเป็นไปตามข้อกฎหมาย โดยก่อนหน้านี้เคยมีคนไปยื่นเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตรวจสอบว่าตนใช้อำนาจไปแทรกแซง ซึ่งกกต.ได้ยกคำร้องไปแล้ว เป็นการยืนยันว่าการใช้อำนาจของตนเองชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนเรื่องคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทและการใช้จ่ายเงิน 29 ล้านบาท ยินดีรับผิดชอบทางกฎหมายและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
เผยไม่ต้องการให้ประชาชนเสื่อศรัทธาในระบบสภา
"วันนี้รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในสมัยการประชุมสมัยวิสามัญ เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลต้องการเห็นกระบวนการรัฐสภาทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แต่สิ่งที่ต้องย้ำเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดคือไม่ต้องการให้ประชาชนเกิดความรู้สึกเสื่อมศรัทธาในระบบสภาและไม่ต้องการให้ประชาชนรู้สึกแตกแยกมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าแต่ละฝ่ายได้ใช้เหตุผลมาหักล้าง เป็นการตรวจสอบและการชี้แจงข้อมูล"นายอภิสิทธิ์กล่าว
หลังจากมีการลงมติไม่ว่าผลการลงมติจะเป็นอย่างไร ท่านทั้งหมดก็ยังคงเป็นนักการเมืองในระบบนี้ ซึ่งอยากเห็นการช่วยกันประคับประคอง เพื่อให้ระบบรัฐสภาทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชน และไม่อยากให้มีการสร้างความเข้าใจผิดและความเกลียดชัง แต่บ้านเมืองกำลังเผชิญปัญหากองกำลังติดอาวุธ การก่อการร้ายที่มาเกี่ยวข้อง
วอนทุกฝ่ายร่วมฟื้นฟูการปรองดอง
ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายสนับสนุนให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ถ้าไม่ตรงไปตรงมาต้องมีกระบวนการในตรวจสอบ ซึ่งความคิดเห็นที่แตกต่างทางการเมือง ถ้าแยกตัวออกจากกระบวนการนี้ได้ทั้งหมด บ้านเมืองเราจะเดินต่อไปได้ นั่นคือความหมาย การฟื้นฟูการปรองดองที่แท้จริง รัฐบาลมีความตั้งใจจริงในการเดินหน้าแผนปรองดอง 5 ข้อที่บางข้อกำลังจะได้ข้อยุติ เช่น เรื่องการมีคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเรื่องการแก้ไขรัฐธรรรมนูญ และเรื่องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์
แต่เรื่องที่สำคัญที่สุดและใช้เวลานานที่สุด คือ เรื่องการปฏิรูปประเทศเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคม ซึ่งรัฐบาลตั้งใจทำโครงการนี้ให้เป็นโครงการใหญ่ โดยจะระดมความคิดเห็นอย่างมีส่วนร่วมเพื่อให้คนทั้งประเทศเป็นเจ้าของโครงการปฏิรูปประเทศไทยอย่างแท้จริง ซึ่งได้ขอความร่วมมือจากเพื่อนสมาชิกและประชาชนคนไทยด้วย อยากให้งานนี้ที่ว่าไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลจะร่วมมือกันทำงานเพื่อประชาชน
ชัยนัดลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ-5รัฐมนตรี 10.00น.
นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้นัดส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลจำนวน 475 คน ลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรี 5 คน ในเวลา 10.00 น.







