
ร้องอีกสอบทุจริตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
อพช.ร้องดีเอสไอสอบทุจริตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ อีก 8 วันทราบผลรับเป็นคดีหรือไม่
อพช.ร้องดีเอสไอสอบทุจริตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ อีก 8 วันทราบผลรับเป็นคดีหรือไม่
วันที่ 11 กย. นายชัยธนพล ศรีจิวังษา ตัวแทนองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ (อพช.) เข้ายื่นหนังสือกับพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษพระพรหมสุธี(เสนาะ ปัญญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค 12 กรรมการมหาเถรสมาคม
นายชัยธนพล กล่าวว่า ตนได้รวบรวมหลักฐานเพื่อขอให้ดีเอสไอตรวจสอบพฤติกรรมส่อทุจริตทั้งการใช้ตำแหน่งหน้าที่ให้คุณให้โทษ สืบเนื่องจากกรณีที่พบมีรถยนต์ในการครอบครองเกือบ 20 คัน ซึ่งเชื่อว่าได้มาจากการใช้อำนาจจากตำแหน่งเลขานุการการพิจารณาเลื่อนและแต่งตั้งสมณศักดิ์ของพระสังฆาธิการในภาค 12 ในช่วงระหว่างปี 2550-2552 และกรณีใช้งบประมาณของรัฐที่อนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วงเงินกว่า 67 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวยังไม่พบว่ามีการนำมาใช้จ่ายจริง โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการยักย้ายถ่ายเทเงินไปเพื่อสนับสนุนธุรกิจเครือญาติ โดยเฉพาะการที่น้องชายของพระพรหมสุธีลงทุนสร้างบ้านจัดสรรมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีการออกมายอมรับเกี่ยวกับทรัพย์สินที่มีอยู่จำนวนมาก จึงต้องการให้ดีเอสไอใช้อำนาจเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เบื้องต้นดีเอสไอได้รับคำร้องไว้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ โดยจะใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่เกิน 8 วัน จากนั้นจะแจ้งผลไปยังผู้ร้องว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ ซึ่งหากไม่เข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ดีเอสไอจะประสานข้อมูลไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกทางหนึ่ง
อย่างไรตาม ก่อนหน้านี้นายชัยธนพล ได้เข้ายื่นเรื่องดังกล่าวต่อนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการฯป.ป.ช.เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนการใช้งบประมาณจำนวน 67,550,000 บาท ที่รัฐบาลอนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยมี นายนิพนธ์ ธรรมศรี ผอ.สำนักป้องกันการทุจริตภาครัฐวิสาหกิจและธุรกิจเอกชน สำนักงาน ป.ป.ช.เป็นผู้รับหนังสือแทน
รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ พระพรหมสุธี ถูกโจมตีอย่างหนักถึงพฤติกรรมที่น่าเคลือบแคลงหลายอย่าง โดยมีข้อมูลตีแผ่ออกมาทางโซเชียลเน็ตเวิร์คผ่านเฟซบุ๊ค"สังฆวิจารณ์"ที่ระบุถึง ความร่ำรวยผิดปกติของ พระพรหมสุธี และทรัพย์สินอื่นๆ เช่น ธุรกิจสวนกล้วยไม้กว่า 300 ไร่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท, สวนมะยงชิด, ฟาร์มเพาะพันธุ์ไก่ชน, เพาะพันธุ์ปลากัด, เพาะพันธุ์นกเขา, ธุรกิจปล่อยเงินกู้, รวมถึงการเป็นเจ้าของรีสอร์ทหรู ธุรกิจบ้านจัดสรร รวมแล้วมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท







