posttoday
เตือนน้ำเขื่อนน้อยส่อแล้งหนัก

เตือนน้ำเขื่อนน้อยส่อแล้งหนัก

11 กันยายน 2557

วิกฤตสุดรอบ37ปีไร้แววฝนเพิ่มน้ำพื้นที่เกษตรเสี่ยง

วิกฤตสุดรอบ37ปีไร้แววฝนเพิ่มน้ำพื้นที่เกษตรเสี่ยง

2 เขื่อนใหญ่แล้งหนัก ปริมาณน้ำมีไม่ถึงครึ่ง อธิบดีกรมชลประทานคาดแล้งหนัก

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานเป็นห่วงว่าปริมาณน้ำจะไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในฤดูแล้ง 1 พ.ย. 2557-30 เม.ย. 2558 เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักทั้งเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 36% โดยเป็นน้ำใช้การได้ประมาณไม่ถึง 5% และเขื่อนสิริกิติ์เหลืออยู่ 53% ใช้การไม่เกิน 7% ซึ่งน้อยกว่าที่กรมชลฯ คาดการณ์ไว้ที่ 45% และ 60%

“ที่สำคัญยังไม่มีสัญญาว่าจะมีฝนเข้ามาเพิ่มในสองเขื่อนนี้เนื่องจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า นับจากนี้ฝนจะน้อยลง และฤดูฝนจะสิ้นสุดตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค. ซึ่งเร็วกว่าทุกปีที่ปกติจะสิ้นสุดกลางเดือน ต.ค.” นายเลิศวิโรจน์ กล่าว

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การทำแผนการใช้ในฤดูแล้งจะปรับให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุน โดยให้ความมั่นใจว่าน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคและรักษานิเวศจะมีอย่างแน่นอน แต่น้ำสำหรับการทำการเกษตรจะต้องมีการวางแผน

ด้าน นายสุเทพ เลิศศรีมงคล ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะนี้ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์มีเพียง 52.51% ปริมาณน้ำพร้อมใช้ 2,144.12 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งต้องใช้เพื่อการผลิตประปาตั้งแต่ท้ายน้ำเขื่อนสิริกิติ์ถึงกรุงเทพมหานครมากกว่า 1,000 ล้าน ลบ.ม. และต้องใช้น้ำเพื่อการผลักดันน้ำเค็มจากทะเลที่จะเข้ากรุงเทพฯ มากกว่า 2,000 ล้าน ลบ.ม. ดังนั้นจึงทำให้ไม่เหลือน้ำสำหรับใช้เพื่อการเกษตรเลย

“ต้องยอมรับว่า ปริมาณน้ำที่เหลือในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ต่ำสุดในรอบ 37 ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบช่วงภัยแล้งปีนี้ไปจนถึงฤดูฝนปี 2558 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากสถิติของน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์มากที่สุดคือปี 2554 มีน้ำไหลเข้ามากถึง 11,254 ล้าน ลบ.ม. แต่ในรอบ 1 ปีจะใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคมากกว่า 4,500 ล้าน ลบ.ม. ส่วนปัจจัยที่ทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำเหลือน้อยและต้องเผชิญกับภัยแล้งรอบ 37 ปีนั้น มาจากการเกิดปรากฏการณ์เอลนินโญ” นายสุเทพ กล่าว

ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ กล่าวว่า แนวทางที่เตรียมรับกับภัยแล้งคือ หากมีฝนตกท้ายเขื่อนลุ่มน้ำน่านก็จะระบายน้ำวันละ 14 ล้าน ลบ.ม. แต่หากฝนไม่ตกจะระบายวันละ 58 ล้าน ลบ.ม. และอยากแนะนำประชาชนให้หันไปปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน

ด้านสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคเหนือ ระดับน้ำแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 10-15 ซม. ยังต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนว่า ช่วงวันที่ 11-13 ก.ย.นี้ จะมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ประเมินว่าน้ำจากภาคเหนือจะไหลมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา อาจทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นกว่าในปัจจุบัน ไม่เกิน 1.5 เมตร และจะส่งผลกระทบพื้นที่ลุ่มต่ำ สองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท