posttoday
ไม่เป็นรัฐบาลไปวันๆ

ไม่เป็นรัฐบาลไปวันๆ

11 กันยายน 2557

เอกสารคำแถลงนโยบายรัฐบาลมีเนื้อหาบางส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมจะพูดต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพิ่มเติมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปประเทศและการสร้างความสมานฉันท์ โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

เอกสารคำแถลงนโยบายรัฐบาลมีเนื้อหาบางส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมจะพูดต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพิ่มเติมด้วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปประเทศและการสร้างความสมานฉันท์ โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

“รัฐบาลตระหนักแม้ว่าความเร่งด่วนและความรุนแรงของปัญหาที่รอการแก้ไขเยียวยาจะมีมาก เพราะสะสมทับทวีและค้างคามานานหลายปี เมื่อเทียบกับช่วงเวลานี้ ซึ่งเหตุการณ์ยังไม่ปกติเรียบร้อยเสียทีเดียว และเทียบกับกรอบเวลาทำงานอันสั้น ทั้งประชาคมโลกก็กำลังเฝ้ามองการเปลี่ยนของประเทศไทยด้วยความห่วงใย แต่รัฐบาลจะไม่ถือว่าเป็นเงื่อนไขหรือเป็นข้อจำกัด กลับจะเป็นความท้าทายให้ต้องเร่งคิดเร่งทำ เพราะการคืนความสงบสุขแก่ประชาชนนั้นยิ่งทำก่อน ทำจริงจัง และทำทันที จนบังเกิดผลสัมฤทธิ์เร็วที่สุดและยั่งยืนเท่าใด ยิ่งเป็นผลดีต่อประชาชนและประเทศชาติเร็วเท่านั้น”

“การที่รัฐบาลนี้ไม่ได้จัดตั้งขึ้นจากพรรคการเมือง จึงไม่มีนโยบายของพรรคที่ใช้หาเสียงหรือหวังคะแนนประชานิยมมาเป็นฐานทางการเมือง ทุกท่านจึงไม่ต้องวิตกว่าจะมีการนำประเทศเข้าไปผูกพันจนเสียวินัยการคลังหรือเกิดภาระอนาคต และด้วยความที่มีความเป็นเอกภาพทางนโยบาย จึงไม่ต้องวิตกว่าการทำงานในแต่ละกระทรวงจะไม่บูรณาการสอดคล้องหรือพายเรือคนละที สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นพลังอำนาจหรือเกื้อหนุนให้รัฐบาลทำงานยากในเวลาสั้นได้อย่างราบรื่น ซึ่งกระผมในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด มิให้การทำงานของรัฐบาลกลายเป็นภาระของประเทศเป็นอันขาด”

โดยที่มาตรา 19 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน ได้กำหนดหน้าที่ของรัฐบาลไว้ 3 ประการเป็นครั้งแรก คือ การบริหารราชการแผ่นดิน การดำเนินการให้มีการปฏิรูปในด้านต่างๆ และการส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ ประหนึ่งจะส่งสัญญาณว่ามิได้ประสงค์ให้รัฐบาลอยู่ประคับประคองสถานการณ์ไปวันๆ เพียงเพื่อรอการเลือกตั้งทั่วไปเท่านั้น หากแต่ยังต้องดำเนินการเรื่องอื่นๆ อันจำเป็น และขจัดปัญหาเร่งด่วนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สังคมปรารถนาอีกด้วย

รัฐบาลได้นำยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศว่าด้วยการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ตามแนวพระราชดำริ ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 แนวทางของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และความต้องการของประชาชน เป็นแนวทางการกำหนดนโยบาย โดยคำนึงถึงปัญหาของประเทศที่เราทุกคนรู้อยู่แก่ใจ คำนึงถึงเงื่อนไขเวลา คำนึงถึงความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า ได้แก่ การที่ประเทศต้องเร่งฟื้นตัวจากความบอบช้ำทางเศรษฐกิจ ความหวาดระแวงทางสังคม จนกลายเป็นความขัดแย้งทางการเมือง การทุจริตในภาครัฐจนกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนอิดหนาระอาใจและเข็ดขยาด และการเคลื่อนเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่ต้องมีความพร้อมไม่ให้ใครอื่นมองว่าเราเป็นตัวปัญหาของประชาคม

ในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติอันเป็นอีกหน้าที่หนึ่งนั้น นับแต่เมื่อ คสช.ได้เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศก็ได้ดำเนินการไปแล้วหลายเรื่องเช่นกัน รัฐบาลเชื่อว่าวิธีสานเสวนา เจรจาอย่างเปิดใจ ให้ความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำของสังคมที่ดำเนินการมาแล้ว น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้นรัฐบาลจะยังคงใช้หน่วยงานและวิธีการนี้ต่อไป แต่จะขยายเครือข่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมดำเนินการกว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งจะขจัดเงื่อนไขอันเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความสามัคคี ความสมานฉันท์ และการอำนวยความยุติธรรมในทุกระดับ

ขณะที่ยังต้องสร้างบรรยากาศและสภาพแวดล้อมอันเหมาะแก่การส่งเสริมความสามัคคีและความสมานฉันท์ ซึ่งขาดหายไปในอดีต มิใช่เป็น สิ่งที่ทำได้โดยง่าย ปัญหาและอุปสรรคข้างหน้ายังมีอีกมาก ยิ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยชิน และการหล่อหลอมความคิดเห็นของผู้คนที่เคย แตกต่างรุนแรงจนเกิดการต่อสู้กันให้เข้ามาใกล้เคียงกัน ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ แต่นี่คือสิ่งที่เรียกว่าปฏิรูป

รัฐบาลขอสัญญาว่าจะใช้ความวิริยอุตสาหะ ความอดทนอดกลั้น ความรู้ความสามารถ และความซื่อสัตย์ ฝ่าฟันปัญหาและอุปสรรคทั้งปวง ให้สมกับความไว้วางใจและเวลาที่ได้รับจากท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถ หากจะขอเพิ่มเติมจากท่านสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และพี่น้องประชาชนทั้งหลายในบัดนี้ก็คือ ความร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมคิด และร่วมทำ เพื่อว่าประเทศของเราจะได้ความสงบร่มเย็นเป็นสุขอยู่ในสภาพที่งดงามกลับคืนมาโดยเร็ว และก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงดังที่เราทั้งหลายจะได้ช่วยกันออกแบบปฏิรูปต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท