posttoday
การส่งออกและนำเข้าน้ำมันดิบ (1)

การส่งออกและนำเข้าน้ำมันดิบ (1)

10 กันยายน 2557

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมัน, ไม่พอใช้แล้วทำไมต้องส่งออกน้ำมัน, คนไทยเป็นเจ้าของทรัพยากรปิโตรเลียม แล้วทำไมต้องใช้ราคาตลาดโลก”

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมัน, ไม่พอใช้แล้วทำไมต้องส่งออกน้ำมัน, คนไทยเป็นเจ้าของทรัพยากรปิโตรเลียม แล้วทำไมต้องใช้ราคาตลาดโลก”

การส่งออกน้ำมันดิบไม่น่าจะกลายมาเป็นประเด็นที่ใช้ปลุกเร้ามวลชน เพราะการซื้อขายน้ำมันดิบถือเป็นการค้าขายเสรี เป็นไปตามกลไกตลาดทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต่างต้องการทำประโยชน์ให้กับตัวเองมากที่สุด ถ้าได้ราคาที่พอใจกันทั้งสองฝ่ายก็จะตกลงซื้อขายกันตามคุณภาพน้ำมันที่อ้างอิงราคาในตลาดโลกรัฐจะไปบังคับให้ผู้รับสัมปทานขายน้ำมันดิบที่ผลิตได้ภายในประเทศในราคาถูกๆ ให้กับผู้ซื้อภายในประเทศก็ทำแบบตรงๆ ไม่ได้

จึงเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อภายในประเทศเองที่ต้องบริหารจัดการให้ได้น้ำมันราคาถูกและเหมาะสมกับโรงกลั่นมากที่สุด คือ กลั่นแล้วได้ผลิตภัณฑ์ตรงตามความต้องการใช้ภายในประเทศมากที่สุด

ส่วนที่ไม่เป็นไปตามความต้องการ หรือกลั่นได้มากกว่าความต้องการ ก็ต้องขายออกไป

การซื้อขายน้ำมันดิบจะทำโดยการประมูลจากตลาดซื้อขายทั้งในและนอกประเทศ หรือจะทำสัญญาระยะยาวกับแหล่งน้ำมันภายในหรือภายนอกประเทศก็ได้ตามความเหมาะสม

ราคาน้ำมันดิบที่ผู้รับสัมปทานขายนั้นจะได้ราคาสูงหรือต่ำ ก็เป็นประโยชน์ทั้งคู่ แต่ประโยชน์อันไหนล่ะ ที่จะตกถึงประชาชนมากกว่ากัน

กล่าวคือ ถ้าผู้รับสัมปทานขายได้ราคาสูง รัฐจะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าภาคหลวง(โดยตรง) และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม (โดยอ้อม) แต่ถ้าขายภายในประเทศในราคาต่ำ ประชาชนอาจจะได้ใช้น้ำมันสำเร็จรูปราคาถูกลง?? ผมไม่แน่ใจเพราะสัดส่วนน้ำมันดิบที่ผลิตได้ภายในประเทศมีเพียงร้อยละ 15และอีกอย่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปก็อ้างอิงตลาดสิงคโปร์ด้วย

กติกาในการซื้อขายปิโตรเลียม (น้ำมัน)ที่ผู้รับสัมปทานต้องปฏิบัติตามกฎหมายปิโตรเลียม หรือพระราชบัญญัติปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 มาตรา 5662 กำหนดไว้ สรุปสั้นๆ คือ

1.ให้สิทธิผู้รับสัมปทานขายปิโตรเลียมที่ผลิตได้ (ทั้งภายในและภายนอกประเทศ)

2.ถ้าขายน้ำมันภายในประเทศ ให้ขายไม่เกินราคาน้ำมันดิบที่สั่งซื้อจากต่างประเทศส่งถึงโรงกลั่น หรือให้ขายไม่เกินราคาเฉลี่ยที่ผู้รับสัมปทานทุกรายส่งออกในเดือนที่แล้วมา

3.ก่อนส่งน้ำมันดิบออก ต้องประกาศราคา FOB ณ จุดที่ส่งออกตามคุณภาพของน้ำมันดิบนั้น

4.ในกรณีที่มีความจำเป็น เช่น ประเทศเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศห้ามส่งออกได้

ในมุมมองของคนทั่วไปคิดว่าการผลิตปิโตรเลียมภายในประเทศได้เองนั้นจะทำให้ประชาชนได้ใช้ปิโตรเลียมในราคาถูกลงเป็นความจริงเพียงด้านเดียวซึ่งรัฐมีความพยายามให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้วดังจะเห็นได้จากการผลิตก๊าซธรรมชาติซึ่งนำขึ้นมาใช้ประโยชน์ภายในประเทศทั้งหมด โดยมีราคาถูกกว่าราคาก๊าซที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาก๊าซเฉลี่ยที่ใช้ภายในประเทศซึ่งเป็นต้นทุนในการผลิตไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และวัตถุดิบในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีทำให้แข่งขันได้

ในส่วนของน้ำมันดิบนั้น ต้องยอมรับว่าเราผลิตเองได้น้อยกว่าความต้องการใช้มาก คือผลิตได้ประมาณร้อยละ 15 (149,000 บาร์เรล/วัน) ที่เหลือต้องนำเข้า ดังนั้นการผลิตน้ำมันได้เองบางส่วนจึงไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญที่จะทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปภายในประเทศลดลง อีกทั้งราคาน้ำมันก็เป็นไปตามราคาตลาดโลกรัฐไม่สามารถควบคุมได้

แต่ถ้าเราผลิตได้มาก โดยเฉพาะถ้าใกล้เคียงหรือมากกว่าความต้องการใช้ถึงจะส่งผลเพราะรัฐสามารถนำรายได้จากกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ค่าภาคหลวง SRBและภาษีปิโตรเลียม) มาช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันให้กับประชาชนได้ เหมือนกับที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและอินโดนีเซีย เป็นต้น

การซื้อขายน้ำมันดิบที่ผลิตได้เอง รัฐจะมีรายได้เป็นค่าภาคหลวงซึ่งคิดจากมูลค่าที่ขายได้ ถ้าขายน้ำมันดิบได้ในราคาสูง โดยเฉพาะส่งขายไปต่างประเทศ รัฐก็จะเก็บค่าภาคหลวงได้มากขึ้นด้วย (แต่ถ้าเป็นการขายในประเทศ รัฐมีข้อกำหนดให้ขายต่ำกว่าราคานอกประเทศอยู่แล้ว ลองอ่านกติกาข้อ 2) โดยค่าภาคหลวงที่รัฐเก็บได้ ถูกจัดสรรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต./เทศบาล และ อบจ. ทั่วประเทศ (รวมกันร้อยละ 60) ที่เหลือเป็นรายได้แผ่นดินนำส่งเข้าคลัง เป็นเงินที่นำมาพัฒนาประเทศเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแม้จะไม่ได้ตกถึงมือประชาชนโดยตรงก็ตาม และการส่งขายน้ำมันไปต่างประเทศยังเป็นการนำเงินตราเข้าประเทศลดการขาดดุลการค้า

มองอีกมุมหนึ่งเหมือนเป็นการแลกเปลี่ยน คือ ขายน้ำมันที่ไม่ต้องการออกไปและซื้อน้ำมันที่ต้องการกลับเข้ามา

ความพยายามของภาครัฐที่จะส่งเสริมให้เกิดการใช้ปิโตรเลียมที่ผลิตได้ภายในประเทศมีมาตั้งแต่เริ่มต้น ในระบบ Thailand I ซึ่งมีผลบังคับกับแปลงสัมปทานที่ออกก่อนปี 2532 ได้กำหนดให้นำค่าภาคหลวงที่เกิดจากการขายปิโตรเลียมภายในประเทศมาหักออกจากภาษีเงินได้ปิโตรเลียมได้ทำให้ผู้รับสัมปทานภายใต้ระบบ Thailand I ทุกรายจะขายปิโตรเลียมภายในประเทศ (ยกเว้นในกรณีที่ผู้ซื้อภายในประเทศไม่ต้องการ) ซึ่งมีส่วนทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันดิบของโรงกลั่นลดลง แต่ไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตได้จากแปลงในสัมปทานภายใต้ระบบ Thailand I มีน้อยกว่าปริมาณน้ำมันดิบที่ต้องนำเข้าอยู่มาก

ดังนั้น การขายน้ำมันดิบภายในประเทศหรือส่งขายไปต่างประเทศ ไม่ได้ส่งผลต่อผู้บริโภคโดยตรง และเมื่อดูข้อมูลการซื้อขายน้ำมันดิบย้อนหลังไป 10 ปี (หน่วยเป็นบาร์เรลต่อวัน) จะพบว่ามีการส่งออกน้ำมันดิบที่ผลิตได้ภายในประเทศมาโดยตลอด ซึ่งไม่เคยเป็นประเด็นตามเหตุผลที่ได้กล่าวแล้ว

นอกจากการนำเข้าและส่งออกน้ำมันดิบแล้ว ประเทศไทยยังมีการนำเข้าและส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปด้วย เป็นการบริหารจัดการของโรงกลั่นและผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป แต่โดยภาพรวมแล้วมูลค่าการนำเข้าสูงกว่ามูลค่าการส่งออกอยู่มาก จึงเป็นเหตุให้ประเทศขาดดุลการค้าน้ำมันเป็นมูลค่ามหาศาลมากกว่า 8 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท