
สนช.แทงกั๊กถอดถอนคลุมเคลือ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
นับเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมาตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 สำหรับความชัดเจนเกี่ยวกับอำนาจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเกิดข้อโต้แย้งสารพัดว่า สนช.มีอำนาจดำเนินการได้หรือไม่
ประเด็นอำนาจของ สนช.ในเรื่องนี้จะเชื่อมโยงไปถึงคดีการถอดถอนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้พิจารณาเสร็จจำนวน 4 คดี ได้แก่ 1.นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา 2.สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา 3.อดีต สว.จำนวน 36 คน ซึ่งทั้ง 3 คดีนี้ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลในข้อหาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาของ สว.โดยมิชอบ และ 4.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว
ขณะนี้ได้เกิดการตีความอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ สนช. 2 แนวทาง ระหว่างฝ่ายผู้กำลังถูกถอดถอนกับฝ่าย สนช.
แนวทางที่ 1 ตีความว่า สนช.ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องนี้ได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการถอดถอนดังกล่าวเอาไว้ให้กับ สนช.ชัดเจน เพราะ สนช.จะมีอำนาจถอดถอนได้ก็ต่อเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเฉกเช่นการที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวบัญญัติให้ สนช.มีอำนาจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพร้อมกับกระบวนการในการดำเนินการ
แนวทางที่ 2 ตีความว่า สนช.มีอำนาจหน้าที่ตรงนี้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวได้ให้ สนช.มีสถานะเทียบเท่ากับสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 6 ซึ่งการมีสถานะเป็นวุฒิสภาดังกล่าวย่อมหมายถึงการให้ สนช.สามารถใช้อำนาจในเรื่องการถอดถอนแทนวุฒิสภาได้ ประกอบกับเมื่อปี 2549 สนช.เคยลงมติถอดถอน “จรัล ดิษฐาอภิชัย” ออกจากตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมาก่อน จึงอาจถือว่าเป็นบรรทัดฐานที่ สนช.ชุดนี้สามารถดำเนินรอยตามได้
อย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้ว สนช.ก็เลือกที่จะใส่ขั้นตอนการถอดถอนบุคคลจากกรณีการทุจริตในร่างข้อบังคับการประชุม สนช.เอาไว้ก่อน โดยในรายละเอียดนั้นไม่ต่างอะไรกับกระบวนการถอดถอนในวุฒิสภาตามระบบปกติ ไล่มาตั้งแต่การเปิดโอกาสให้ ป.ป.ช.และฝ่ายถูกชี้มูลความผิดได้มีโอกาสแถลงชี้แจงต่อที่ประชุม สนช.ก่อนลงมติว่าจะถอดถอนหรือไม่ถอดถอน แต่ไม่ได้ระบุถึงจำนวนคะแนนของ สนช.สำหรับการให้การถอดถอนเป็นผลสำเร็จ ทำให้เป็นข้อสงสัยว่าการถอดถอนอาจเป็นไปไม่ได้
ทั้งนี้ เดิมทีในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างข้อบังคับการประชุม สนช.ที่มี “พีระศักดิ์ พอจิต” รองประธาน สนช.คนที่ 2 เป็นประธาน ได้มีความคิดเห็นหลากหลายว่า สนช.มีอำนาจถอดถอนบุคคลจากกรณีการทุจริตหรือไม่ ถึงที่สุดแล้วก็มาลงเอยตรงที่การใส่ขั้นตอนและกระบวนการเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องจำนวนเสียงที่ต้องใช้ในการถอดถอนค่อยให้ที่ประชุมใหญ่ สนช.ตัดสินอีกครั้ง
“อาจให้ สนช.ลงมติตามมาตรา 5 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่ให้ สนช.สามารถลงมติชี้ขาดในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนิติบัญญัติ เพื่อทำให้เกิดความชัดเจนว่า สนช.มีอำนาจถอดถอนหรือไม่ ถ้าที่ประชุม สนช.เห็นว่ามีอำนาจถอดถอนได้ก็เป็นช่องทางที่สามารถนำเรื่องการถอดถอนที่ค้างอยู่มาดำเนินการต่อไปได้” แหล่งข่าวจาก กมธ.ยกร่างข้อบังคับฯ ระบุแนวทาง







