
เปิดนโยบายฉบับ "ทำก่อน ทำจริง ทำทันที"
นโยบายรัฐบาลฉบับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวานนี้ ขั้นตอนจากนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) นำไปจัดพิมพ์เพื่อส่งให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ศึกษาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะแถลงนโยบายต่อที่ประชุม สนช. ในวันที่ 12 ก.ย.นี้
นโยบายรัฐบาลฉบับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ได้ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวานนี้ ขั้นตอนจากนี้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) นำไปจัดพิมพ์เพื่อส่งให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ศึกษาก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะแถลงนโยบายต่อที่ประชุม สนช. ในวันที่ 12 ก.ย.นี้
สาระหลักของนโยบายรัฐบาลยึดหลักแนวทางพระราชดำริ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 รวมทั้งนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทั้งโรดแมป 3 ระยะ และค่านิยม 12 ประการของ พล.อ.ประยุทธ์ สอดแทรกเข้าไปในนโยบายทั้ง 11 ด้าน
อย่างไรก็ดี ความโดดเด่นของนโยบายฉบับนี้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้สั่งการให้เน้นเป็นพิเศษไม่เหมือนนโยบายรัฐบาลชุดที่ผ่านมาคือการอธิบายให้ประชาชนรับรู้สถานการณ์ล่วงหน้าเกี่ยวกับการวางผังเมืองที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรม และจะถูกเวนคืนหรือไม่
ขณะเดียวกัน ได้มีการสอดแทรกเรื่องสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพไว้ในหลายข้อจากจำนวน 11 ข้อ เช่น กล่าวถึงเรื่องสิทธิมนุษยชนในเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และการขจัดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมในสังคมและความมั่นคง
ทั้งนี้ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงเนื้อหาบางส่วนของนโยบายว่า “ท่านนายกฯ ได้ย้ำว่าสิ่งที่ท่านเคยพูดมาแล้วนั้นอาจจะถือเป็นคำขวัญประจำรัฐบาลนี้ก็ได้ เพราะมันจะปรากฏในนโยบายทั้งหมด นั่นก็คือเรื่องทำก่อน ทำจริง ทำทันที ที่หวังผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน ซึ่งคำเหล่านี้จะปรากฏเป็นรูปธรรมในนโยบาย เช่น เมื่อพูดถึงเรื่องรถไฟ เรื่องเศรษฐกิจ การสร้างความปรองดอง การปฏิรูป ต้องลงไปว่าอะไรคิดไว้ก่อนต้องทำก่อน ต้องทำให้จริง และต้องทำทันที นั่นคือระยะเฉพาะหน้า”
สำหรับการปฏิรูปประเทศได้บรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาลน่าสนใจว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ตั้งขึ้น โดยทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือในการออกแบบประเทศ
“รัฐบาลจะประสานงาน สปช. โดยไม่มีการแทรกแซง จากรัฐบาลพร้อมเปิดเวทีในการปฏิรูปเพิ่มขึ้นจากเวทีทางการของ สปช. 250 คนแล้ว ต้องทำให้ผู้ที่ไม่ได้อยู่ใน 250 คน มีพื้นที่แสดงความเห็นในการเข้ามาเป็นกรรมาธิการ หรืออนุกรรมการ ที่ปรึกษาของ สปช.”
ด้านการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ มอบหมายกองทัพ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการขจัดเงื่อนไขความไม่เป็นธรรมความเหลื่อมล้ำทางสังคมรายได้ การอำนวยความยุติธรรม
“เรื่องหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีให้แทรกและต้องปรับปรุงในร่างนโยบายสุดท้ายก่อนที่จะมีการส่งพิมพ์ในวันนี้ คือ ทุกหัวข้อทุกเรื่องไม่ว่าทำในเรื่องอะไร เรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา ความมั่นคง สาธารณสุข ให้แทรกเรื่องการป้องกันและปราบการทุจริตและคอร์รัปชั่นเข้าไปให้หมด แทรกเรื่องการปฏิรูปการเปลี่ยนแปลง และเรื่องการเดินหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตย เมื่อทุกอย่างมาถึงจุดหนึ่งแล้วให้ปรากฏอยู่ในทุกเรื่อง ฉะนั้นทั้งสามเรื่องจะเป็นวาระแห่งชาติที่แทรกเข้าไปในนโยบายทุกข้อ” วิษณุ กล่าว
วิษณุ ย้ำว่า รัฐบาลรู้กรอบเวลาบริหารประเทศ ไม่ใช่อยู่ 4 ปีเหมือนรัฐบาลอื่น นโยบายจึงเขียนไว้เพื่อให้ทำงานได้ใน 1 ปี ยกเลิกสิ่งที่วางรากฐาน เพราะฉะนั้นเป้าหมายเรื่องประชาธิปไตย การปฏิรูปเรื่องการไม่ทุจริตคอร์รัปชั่น จึงเป็นเป้าหมาย จะทำอะไรก็ตามก็เดินให้ถึงเป้าหมายนั้นให้ได้ โดยใช้เป็นตัวหลักและเป็นคำตอบสุดท้ายเพื่อให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ มีการเลือกตั้งมีรัฐบาลหน้าและหวังว่าอะไรใหม่ๆ จะเกิดขึ้น สามารถรับช่วงงานทั้งหมดไปทำได้ เป็นรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่เป็นภาระแก่ประชาชน ซึ่งจะเดินไปในแนวทางนี้
ทั้งนี้ เชื่อว่าหากมีการปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปวิธีการทำงานของข้าราชการ ถ้าขจัดคอร์รัปชั่นได้ดูแลเรื่องการปกครองส่วนภูมิภาค ส่วนกลางส่วนท้องถิ่น และปฏิรูปการเมืองเท่าที่ทำได้ ทั้งหมดก็จะเป็นคำตอบของประชาธิปไตยได้ในตัวเอง







