
สสส.ข้องใจโรงงานยาสูบขวางให้งบ
สสส.ข้องใจโรงงานยาสูบขวางให้งบ ถามกลับมีประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ยันการทำงานโปร่งใสผ่านการตรวจสอบมาหลายชั้น
สสส.ข้องใจโรงงานยาสูบขวางให้งบ ถามกลับมีประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ยันการทำงานโปร่งใสผ่านการตรวจสอบมาหลายชั้น
ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) เปิดเผยถึงกรณีที่รักษาการผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ (รยส.) เตรียมเสนอให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พิจารณาให้โรงงานยาสูบต้องส่งงบประมาณเข้าคลัง แทนการจัดสรรให้ สสส. และไทยพีบีเอส เพื่อให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เข้าไปตรวจสอบได้ ว่า สสส.เป็นหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ซึ่งกลไกการตรวจสอบตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา จะต้องส่งข้อมูลการดำเนินงานให้ สตง. พิจารณาตรวจสอบโดยตลอดอยู่แล้ว นอกจากนั้น ระหว่างปีงบประมาณ สตง.สามารถเข้ามาตรวจสอบทั้งในส่วนเอกสารและบัญชีต่างๆ รวมถึงตรวจสอบในด้านสมรรถนะการทำงาน ทั้งในส่วนของสำนักงานและภาคีเครือข่ายด้วย โดยที่ สสส.จะมีห้องทำงานให้แก่เจ้าหน้าที่ สตง.นั่งประจำ เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำหน้าที่ตรวจสอบได้โดยตลอดเวลา
รองผู้จัดการ สสส. กล่าวว่า สสส.ดำเนินงานในรูปแบบคณะกรรมการ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มี รมว.สาธารณสุข เป็นรองประธานคนที่ 2 ทำหน้าที่พิจารณาแผนการดำเนินงาน ตลอดจนงบประมาณในภาพรวม โดยระบบการติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานของ สสส. นอกเหนือจาก สตง. แล้ว ยังถูกตรวจสอบอีกหลายชั้น อาทิ คณะกรรมการประเมินผล ที่แต่งตั้งโดย ครม. มีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาวิชาทำหน้าที่ คณะกรรมการตรวจสอบภายใน อีกทั้งยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มหน่วยงานที่บริหารงานแบบกองทุนหมุนเวียน ซึ่งกระทรวงการคลังได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเป็นพิเศษ เพื่อรายงานผลการดำเนินงานต่อ ครม. หรือแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(กพร.) ได้เข้ามาตรวจสอบด้วย
อย่างไรก็ตาม สสส.ต้องส่งรายงานผลการดำเนินงานตามระบบมาตรฐานนี้ทุกปี มีการกำหนดเคพีไอต่างๆ เป็นไปตามระบบกลไกการตรวจสอบของหน่วยงานนั้นๆ แม้ว่าเฉพาะตามกฎหมายจริงๆ จะกำหนดให้ถูกตรวจสอบจากคณะกรรมการประเมินผล และ สตง. เท่านั้น อีกทั้งเมื่อลงลึกไปที่รูปแบบการทำงาน ก็ยังมีคณะกรรมการบริหารแผนอีก 8 คณะ มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คน ทำหน้าที่กำกับดูแลการทำงานให้เป็นไปตามทิศทางที่กำหนดไว้ทั้ง 15 แผนงานของ สสส. และอนุมัติงบประมาณในโครงการใหญ่ๆ หรือในโครงการย่อยๆ ก็ยังมีผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาวิชาต่างๆ กว่า 700 คน ทำหน้าที่กลั่นกรองอีกชั้นหนึ่ง
ดร.สุปรีดา กล่าวว่า แนวคิดของรักษาการผู้อำนวยการ รยส. หากมองในฐานะหน่วยงาน ก็อาจจะออกมาแสดงความเห็นได้ แต่ในส่วนงานที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับข้อเสนอจะขอไม่ให้ส่งเงินให้กับ สสส. หรือไทยพีบีเอสตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้เหตุผลที่ขาดน้ำหนัก และคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงนั้น ก็คงต้องพิจารณาว่าจะเข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ อีกทั้งเป็นที่น่าสังเกตว่าหลังจากที่ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีข้อเสนอให้มีการนำเงิน 2% จากภาษีสุราและยาสูบ มาจัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในประเทศ ก็ทราบว่า มีขบวนการที่พยายามเคลื่อนไหวส่งข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและให้ร้ายการทำงานของ สสส. อยู่ตลอดเวลา ไม่แน่ใจว่าเป็นเจตนาจากผู้เสียประโยชน์ หากกำหนดให้มีการเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้นหรือไม่







