ชาวบ้านร้องสอบนายทุน-ผญบ.รุกป่า
บุรีรัมย์-ประชาชน2หมู่บ้านบุกร้องอำเภอตรวจสอบนายทุน-ผญบ.รุกที่ออกเอกสารสิทธิครอบครองป่าสาธารณะ
บุรีรัมย์-ประชาชน2หมู่บ้านบุกร้องอำเภอตรวจสอบนายทุน-ผญบ.รุกที่ออกเอกสารสิทธิครอบครองป่าสาธารณะ
เมื่อวันที่ 9ก.ย.57 เวลา 13.00น. นายชัยวัฒน์ คำจันทา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(ส.อบต.)หนองกะทิง พร้อมตัวแทนชาวบ้าน หมู่ 4 และ หมู่ 9 บ้าน หนองผะองค์น้อย ต.หนองกะทิง อ.ลำปลายมาศ ประมาณ 100 คน ได้รวมตัวกันที่หน้าที่ว่าการอำเภอ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายจารึก เหล่าประเสริฐ นายอำเภอลำปลายมาศ ให้ดำเนินการตรวจสอบทำรังวัดกำหนดแนวเขตป่าสาธารณะโคกหนองเวียน ที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ร่วมกันในการเก็บหาของป่าและเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่สมัยปู่ ย่า ตายาย ให้ชัดเจน
ทั้งนี้ได้มีนายทุน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านบางคนเข้าไปบุกรุกทำประโยชน์ส่วนตัว ทั้งปลูกสวนยางพารา ยูคาลิปตัส มันสำปะหลัง และอื่นๆมากกว่า 100 ไร่ จนเกิดปัญหาพิพาทแย่งพื้นที่กัน ทั้งผู้ใหญ่บ้านยังมีการแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านที่บุกรุกด้วย แต่ตัวผู้ใหญ่บ้านเองกลับยังรุกล้ำทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าดังกล่าวทำให้ชาวบ้านไม่พอใจซึ่งถือเป็นการเลือกปฏิบัติและไม่เป็นธรรมกับชาวบ้าน
นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ชาวบ้านอยากเรียกร้องให้ทางอำเภอเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทำรังวัดกำหนดแนวเขตให้ชัดเจน หากพื้นที่ที่ถูกบุกรุกได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงก็ให้ผลักดันผู้บุกรุกออกทั้งหมด และไม่ให้ผู้ใดเข้าไปบุกรุกอีกเพราะผืนป่าดังกล่าวเป็นป่าสาธารณะที่ทุกคนต้องร่วมกันอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ร่วมกันพร้อมกันนี้ชาวบ้านยังเรียกร้องให้ตรวจสอบเอาผิดกับกลุ่มบุคคลที่ออกเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ป่าสาธารณะดังกล่าวโดยมิชอบด้วย
อย่างไรก็ตามจากข้อมูลพบว่าพื้นที่ป่าสาธารณะโคกหนองเวียนดังกล่าวเดิมมีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ในจำนวนนี้ได้ดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.) ไปแล้วกว่า 460 ไร่ ส่วนที่เหลือยังไม่ได้ออกแต่ยังคงเป็นป่าสาธารณะประโยชน์อยู่ นอกจากนี้ยังพบว่ามีกลุ่มนายทุนเข้ามากว้านซื้อที่ป่าสาธารณะที่ชาวบ้านเข้าไปบุกรุกทำกินอีกทั้งบางส่วนมีการออกเอกสารสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าวด้วย
ด้านนายอำเภอลำปลายมาศ กล่าวว่า หลังรับหนังสือร้องเรียนจากตัวแทนชาวบ้านแล้ว ทางอำเภอจะมีการตั้งคณะกรรมการฯประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่จากทางอำเภอ ผู้นำชุมชน และตัวแทนชาวบ้าน เข้าไปร่วมตรวจสอบรังวัดกำหนดแนวเขตในพื้นที่ป่าสาธารณะประโยชน์โคกหนองเวียนให้ชัดเจนตามที่ชาวบ้านร้องเรียนภายในสัปดาห์หน้าเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวขึ้นซ้ำอีก
นอกจากนี้มีรายงานอีกว่าภายหลังมีการตรวจสอบชี้แนวเขตเสร็จสิ้นแล้วพบว่าพื้นที่ที่ถูกบุกรุกเป็นป่าสาธารณะประโยชน์ที่มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (นสล.)กลุ่มผู้บุกรุกทั้งหมดจะต้องออกจากพื้นที่ป่าดังกล่าวทันทีแต่หากผู้บุกรุกรายใดยังฝ่าฝืนไม่ยอมออก ทางอำเภอก็จำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลดังกล่าวตามกฎหมาย







