
บททดสอบนาโต้
บทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กได้แสดงทัศนะผ่านรายงานกึ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ภายหลังจากที่มีการประชุมเพื่อหาข้อยุติวิกฤตยูเครน ซึ่งมีคำประกาศออกมาถึง 2 ฉบับ รวมกว่า 122 ข้อ และอย่างที่ แอนเดอร์ส ราสมุสเซน เลขาธิการนาโต้ ได้กล่าวไว้ว่า “การประกาศกับการนำไปปฏิบัติจริงนั้นต่างกัน”
บทบรรณาธิการของบลูมเบิร์กได้แสดงทัศนะผ่านรายงานกึ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับการดำเนินงานขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) ภายหลังจากที่มีการประชุมเพื่อหาข้อยุติวิกฤตยูเครน ซึ่งมีคำประกาศออกมาถึง 2 ฉบับ รวมกว่า 122 ข้อ และอย่างที่ แอนเดอร์ส ราสมุสเซน เลขาธิการนาโต้ ได้กล่าวไว้ว่า “การประกาศกับการนำไปปฏิบัติจริงนั้นต่างกัน”
แม้ว่า ราสมุสเซน ตั้งใจจะพูดถึงประกาศหยุดยิงระหว่างกลุ่มแบ่งแยกดินแดนและกองทัพของยูเครน แต่ก็สามารถนำมาใช้กับการประชุมของ 28 ผู้นำจากกลุ่มประเทศสมาชิกได้เช่นกันว่าจะยังสามารถรักษาความมุ่งมั่นที่จะปกป้องประชากร ดินแดน อธิปไตย และผลประโยชน์ของพันธมิตรในยุโรปและอเมริกาเหนือไว้ได้หรือไม่ และความไม่สงบที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในยูเครนหรือจากกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ในอิรัก ก็ชี้ให้เห็นข้อบกพร่องว่านาโต้ยังขาดความเต็มใจที่จะลงทุนและลงมือจริงจัง
กลยุทธ์เพื่อรักษาความมั่นคงของยูเครนจากการคุกคามของรัสเซียจะเป็นมาตรการที่สำคัญ แต่ก็ต้องใช้เงินจำนวนมากด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามยังมีปัญหาที่น่ากังวลคือพันธมิตรที่มีขนาดใหญ่และแตกต่างกันมาก ก็ย่อมมีมุมมองเรื่องภัยคุกคามที่ต่างกัน และเมื่อประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐเรียกร้องให้ร่วมมือกันต่อสู้กับกลุ่มไอเอส นาโต้ก็ดูไม่ค่อยกระตือรือร้นเท่าไหร่นัก
ทั้งๆ ที่นาโต้ระบุว่าทั้งรัสเซียและไอเอสต่างเป็นภัย และก็ต้องลงมือกระทำบางอย่าง ต้องทุ่มเทงบประมาณเพื่อจัดการอันตราย แม้อาจจะกระทบต่อเศรษฐกิจ







