
ปภ.เผยมี5จังหวัดยังประสบภัยน้ำท่วม
ปภ. รายงานสถานการณ์อุทกภัย เผยยังมีพื้นที่ประสบน้ำท่วม 5 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด
ปภ. รายงานสถานการณ์อุทกภัย เผยยังมีพื้นที่ประสบน้ำท่วม 5 จังหวัด คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบน ร่องมรสุมกำลังแรง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ปกคลุมอ่าวไทย และทะเลอันดามัน ทำให้ประเทศไทย มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2557 จนถึงปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 29 จังหวัด ขณะนี้สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัดยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 5 จังหวัด 14 อำเภอ 58 ตำบล ได้แก่ สุโขทัย เชียงราย ตาก นครสวรรค์ และพิจิตร
ทั้งนี้จังหวัดสุโขทัย ฝนที่ตกหนักทางภาคเหนือ ทำให้น้ำจำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำยมจนน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ประกอบกับพนังกั้นลำน้ำยมในอำเภอเมืองสุโขทัยแตก ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอ 43 ตำบล 231 หมู่บ้าน ปัจจุบันได้มีการผันน้ำลงสู่แม่น้ำน่านมากขึ้น ไม่มีฝนตกในพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงมวลน้ำจะไหลไปยังอำเภอกงไกรลาศ ซึ่งจังหวัดได้แจ้งเตือนอำเภอให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ภัยไว้แล้ว และได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย เพื่อเป็นศูนย์กลางบูรณาการสรรพกำลังแก้ไขปัญหาอุทกภัยและให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย
จังหวัดเชียงราย เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินสไลด์ ในพื้นที่ 4 อำเภอ 10 ตำบล 25 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรในอำเภอเทิง รวม 2 ตำบล ได้แก่ ตำบลงิ้ว ประชาชนได้รับผลกระทบ 800 ครัวเรือน และตำบลแม่ลอย หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 1 – 2 วันนี้ จังหวัดตาก แม่น้ำวังเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรในตำบลแม่สลิด อำเภอบ้านตาก ปัจจุบันไม่มีฝนตกในพื้นที่ แต่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีมวลน้ำจากจังหวัดลำปางไหลมาสมทบ คาด สถานการณ์จะคลี่คลายภายใน 1 – 2 วันนี้ จังหวัดนครสวรรค์ น้ำป่าจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลหลากเข้าท่วมอำเภอหนองบัว รวม 4 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 29 ครัวเรือน ปัจจุบันไม่มีฝนตกในพื้นที่ ระดับน้ำลดลง จังหวัดพิจิตร นอกจากนี้น้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ 10 ตำบล 51 หมู่บ้าน
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดที่ประสบภัย ได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ อีกทั้งตรวจสอบและสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดย ผู้ประสบภัยสามารถแจ้งเหตุและติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง







