
ตำรวจคุมรปภ.ฆ่าเด็ก4ขวบฝากขัง
คุมตัวมือฆ่าเด็ก4ขวบฝากขังศาลอาญาธนบุรี เจ้าตัวสารภาพพยายามข่มขืนก่อนบีบคอจับยัดถุงดำ เผยเป็นลูกกำพร้าอาศัยบนเรือประมงตั้งแต่เด็ก
คุมตัวมือฆ่าเด็ก4ขวบฝากขังศาลอาญาธนบุรี เจ้าตัวสารภาพพยายามข่มขืนก่อนบีบคอจับยัดถุงดำ เผยเป็นลูกกำพร้าอาศัยบนเรือประมงตั้งแต่เด็ก
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. เวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.ศ. ช่วยราชการ บช.น. พล.ต.ต.รัษฏากร ยิ่งยง ผบก.น.8 พ.ต.อ.กัมปนาท อรุณคิรีโรจน์ ผกก.สน.บุคคโล พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ รองผกก.สส.สน.บุคคโล และ พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ แถลงข่าวจับกุม นายชาตรี ดีสี หรือโอม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าเด็กหญิง 4 ขวบ ภายในซอยรัชดาท่าพระ 5 แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรีตามหมายศาลอาญาธนบุรี 643/2557 ลงวันที่ 6 ก.ย. 57 โดยจับกุมได้ที่ ปาโซ่ ทาวเวอร์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก
พล.ต.ต.รัษฎากร กล่าวว่า หลังจากพบศพเด็กหญิงวัย 4 ขวบในท่อระบายน้ำหลังอพาร์ทเมนท์ เจ้าหน้าที่จึงสืบสวน และหาเบาะแสจากที่เกิดเหตุ และสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนทราบว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่เกิดเหตุพบว่าเด็กหญิงเดินเข้าไปที่หลังอพาร์ทเมนท์จริง โดยมีชายแปลกหน้าเดินนำหน้าไป ซักพักเห็นชายแปลกหน้าเดินออกมาคนเดียว ต่อมาทราบว่า ชายที่ปรากฏภาพในกล้องวงจรปิด คือ นายชาตรี สีดี หรือ โอม เคยทำหน้าที่เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยอพาร์ทเมนท์ดังกล่าว ก่อนจะย้ายไปเป็นทำหน้าที่ที่อาคารปาโซ่ ทาวเวอร์ เลขที่88 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก
นายชาตรี ให้การว่าได้ก่อเหตุฆ่าเด็กหญิง เมื่อวันที่ 3 ก.ย. โดยก่อนเกิดเหตุดื่มสุรา อยู่บริเวณห้องเก็บของข้างอพาร์ทเมนท์ ต่อมาเด็กหญิงได้เดินเข้ามาหา เพื่อขอเงินไปซื้อขนม ซึ่งตนได้เกิดอารมณ์ทางเพศ จึงล่อลวงเด็กหญิงมาเพื่อข่มขืน แต่เด็กขัดขืนและส่งเสียงดัง จึงบีบคอจนหมดสติ หลังจากนั้นจึงนำร่างใส่ในถุงสีดำ ก่อนจะทิ้งลงท่อระบายน้ำ กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นได้เก็บเสื้อผ้าย้ายออกจากที่พัก และนำกางเกงในเด็กหญิง และกางเกงของตนที่เปื้อนโคลนไปทิ้งที่บริเวณปากซอยรัชดา-ท่าพระ5 เพื่ออำพรางคดี ก่อนจะถูกย้ายไปเป็น พนักงานรักษาความปลอดภัยที่อาคารแห่งหนึ่ง ย่านสีลม สาเหตุเนื่องจากต้นสังกัดพบว่าดื่มเหล้าในเวลางาน
ภายหลังผู้ต้องหารับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยที่ร่างกาย พบรอยสักแขนทั้งสองข้างคล้ายภาษาพม่า จึงได้นำผู้ที่รู้ภาษาพม่ามาอ่าน พบมีใจความว่า พ่อแม่ตายแล้ว ขณะที่อีกด้านสักว่าพ่อแม่สติไม่ดี โดยนายชาตรีกล่าวว่า ไต้ก๋งเรือประมงที่เคยทำงานด้วยใน จ.ภูเก็ต เป็นผู้สักให้ ส่วนชื่อไต้ก๋งเรือเป็นผู้ตั้งให้เช่นกัน ซึ่งส่วนตัวอาศัยอยู่บนเรือมาตั้งแต่เด็ก
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหากระทำความผิดฐานปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลไปเพื่อการอนาจาร,ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดของตน,ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ภายหลังการแถลงข่าว ด้าน พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ ได้เดินทางเข้าพบบิดาของเด็กหญิง 4 ขวบ พร้อมมอบเงินเยียวยา จำนวน 100,000 บาท โดยระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่กรมคุ้มครองสิทธิ์และเสรีภาพ มอบให้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมในคดีความผิดเกี่ยวกับชีวิต ร่างกายและเพศ จะได้รับตาม พ.ร.บ. ตอบแทนค่าเสียหายและค่าทดแทนให้กับจำเลยในคดีอาญา
ด้านพล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากเหตุการณ์นี้ ทางบริษัทเอกชนจะต้องเป็นบทเรียนในการตรวจตราเอกสารให้ชัดเจน ไม่ใช่เฉพาะชาวต่างด้าวเท่านั้น คนไทยก็เช่นกันทางบริษัทเอกชนจะต้องมีการตรวจตราให้ถี่ถ้วนจะมาอ้างไม่ได้ เพราะหากเกดิเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกนายจ้างก็จะต้องมีความผิด ฐานเป็นนายจ้างจ้างบุคคลที่ไม่มีใบอนุญาตเข้าทำงาน ซึ่งจะต้อง ระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
ที่มาภาพ : www.fm91bkk.com/







