
ซัดกม.ศุลกากรแก้เอื้อบริษัทยา
เอฟทีเอวอตช์ห่วงแก้ พ.ร.บ.ศุลกากรกีดกันยาสามัญกระทบประชาชน
เอฟทีเอวอตช์ห่วงแก้ พ.ร.บ.ศุลกากรกีดกันยาสามัญกระทบประชาชน
น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอ วอตช์) แสดงความกังวลต่อการผ่านร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร วาระแรกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากพบการแก้กฎหมายสอดไส้เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนอุตสาห กรรมยาข้ามชาติ
สำหรับร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ให้อำนาจพนักงานศุลกากรตรวจสอบตรวจค้นของที่นำเข้าเพื่อการผ่านแดน หรือการถ่ายลำที่อยู่ในยานพาหนะ คอนเทนเนอร์ หรือหีบห่อ โดยไม่ต้องมีหมายค้น หากเชื่อได้ว่าเป็นของที่ผิดกฎหมาย ซึ่งตรงกับสิ่งที่สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาเรียกร้องมาโดยตลอด และถือเป็นทริปส์พลัสที่เกินไปกว่าความตกลงในองค์การการค้าโลก
น.ส.กรรณิการ์ กล่าวว่า หากร่างกฎหมายผ่านการพิจารณาของสนช.ในสัปดาห์นี้ จะกระทบต่ออุตสาหกรรมยาชื่อสามัญและประชาชนอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสหภาพยุโรป ซึ่งมีการยึดจับยารักษาโรคช่วยชีวิตจากอินเดียมากถึง 18 ครั้ง ทั้งที่ไม่ได้ละเมิดกฎหมาย โดยไม่สนใจว่าผู้ป่วยที่รอคอยยาจะเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ เนื่องจากแนวปฏิบัติในปัจจุบันการตรวจค้นจับยึดจะต้องเป็นการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมทรัพย์สินทางปัญญา และจะไม่รวมถึงสินค้าที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดสิทธิบัตร เพราะต้องใช้ขั้นตอนซับซ้อนในการแยกแยะ
นอกจากนี้ ในงานวิจัยเรื่องผลกระทบจากข้อเสนอในความตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยและประเทศคู่ค้าต่อการสาธารณสุข ระบุว่า หากกรมศุลกากรต้องการเสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบสินค้าไม่ควรเกี่ยวโยงกับประเด็นสิทธิบัตร เพราะการพิสูจน์ว่าของเหล่านั้นเป็นของจริงหรือของปลอมทำได้ยาก โดยต้องดำเนินการไม่ให้กระทบต่อการเข้าถึงยาของประชาชน







